กลุ่มคนเหล่านี้ มีพฤติกรรมการใช้เงินแบบผิดๆ

ถ้าจัดลำดับหัวข้อสนทนาในทุกวันนี้ นอกจากเรื่องโลกร้อนซึ่งเป็นประเด็นฮอตแบบไม่มีตกแล้ว

อีกหนึ่งหัวข้อสำคัญที่ได้ยินบ่อยไม่แพ้กัน คงหนีไม่พ้นเรื่องปากท้อง และเงินทองในกระเป๋านะคะ

เคยสังเกตกันบ้างไหมคะ คนสองคน รายได้เท่ากัน คนหนึ่งมีเงินใช้สบายๆ ไม่เดือดร้อน

ในขณะที่อีกคนมักบ่นเสมอว่าชักหน้าไม่ถึงหลัง ใกล้ปลายเดือนทีไร

เป็นต้องร้องหายาแก้ปวดหัว ปวดใจ กันได้ทุกที

 

แอบสังเกตหลายคนที่ชอบบ่นว่ามีเงินใช้แบบเดือนชนเดือนบ้าง

เงินเดือนไม่พอใช้บ้าง หรือถึงกับต้องมีการกู้ยืมมาเพื่อให้พอใช้บ้าง

พบว่า กลุ่มคนเหล่านี้ มีพฤติกรรมการใช้เงินแบบผิดๆ ที่คล้ายๆ กัน

พอจะสรุปเป็นข้อๆ ได้ดังนี้ค่ะ

 

๑. ซื้อไว้ก่อนเพียงเพราะว่ามัน “Sales

 

พฤติกรรมนี้มักเกิดกับคุณผู้หญิงขาช็อปซะเป็นส่วนใหญ่

ซึ่งภูมิอกภูมิใจเป็นหนักหนากับการซื้อของได้ในราคาที่ต่ำกว่าราคาจริง

ยิ่งมากเท่าไหร่ยิ่งถือเป็นชัยชนะอันยิ่งใหญ่เท่านั้น

โดยลืมนึกถึงประโยชน์ใช้สอยของสิ่งที่ซื้อว่าจำเป็นหรือไม่

สุดท้าย เมื่อไม่ได้ใช้งาน แม้จะซื้อมาได้ในราคา Sales 80%

ก็มีค่าไม่ต่างอะไรกับขยะ ๑ ชิ้น

ซึ่งไม่ควรค่าพอต่อการจ่ายแม้เพียงบาทเดียวด้วยซ้ำ ^^”

 

๒. ประมาทกับของราคาต่ำ

 

ของชิ้นใหญ่ราคาสูง คนซื้อมักรอบคอบและใช้เหตุผลมากในการจ่ายแต่ละครั้ง

ตรงข้ามกับของชิ้นเล็กราคาถูก เรามักไม่ใส่ใจมากนักในการควักกระเป๋า

แต่โปรดอย่าลืมว่า แม้ราคาจะน้อยนิด แต่ถ้าบ่อยครั้งเข้า

ก็มีผลต่อความมั่นคงของกระเป๋าสตางค์ได้มากเหมือนกัน

ไม่เชื่อลองคำนวณมูลค่าของเสื้อผ้า รองเท้า เข็มขัด กิ๊บติดผม น้ำยาทาเล็บ

และอีกจิปาถะ ที่เกินๆ อยู่ในตู้เสื้อผ้าของคุณดูสิคะ

รวมๆ กันแล้ว ถ้าเอาเงินจำนวนเดียวกันนี้มาซื้อผ้าห่มกันหนาวให้น้องบนดอย จะได้ซักกี่ผืน

และพวกเขาจะมีความสุขกันมากขนาดไหน ^__^

 

๓. ใช้เงินเพื่อเติมหลุมในใจ

 

เคยไหมคะ ทะเลาะกับแฟน ไปช็อปปิ้ง เครียดกับงาน ไปช็อปปิ้ง เพื่อนขัดใจ ไปช็อปปิ้ง ^^“

เรียกว่า ไปใช้เงินเพื่อให้ตัวเองรู้สึกดีขึ้น หลังถูกบั่นทอนจิตใจ

จริงอยู่ เรามีเงินเพื่อซื้อความสุขให้กับตัวเอง

แต่นั่นไม่ได้หมายความว่า คุณจะสามารถใช้เงิน ซื้อ ซื้อ และซื้อ ในทุกเวลาที่หัวใจมีรูโหว่ได้

โดยเฉพาะถ้าคุณไม่ใช่คนที่มีกำลังมากพอที่จะจ่ายเพื่ออะไรก็ได้แบบไม่ต้องคิดแล้วล่ะก็

ความสุขจะเกิดขึ้นเฉพาะเวลาที่กำลังซื้ออยู่เท่านั้น

หลังจากนั้น จะตามมาด้วยทุกข์มหันต์และยาวนานจากการเป็นหนี้ค่ะ

 

๔. บัตรเครดิต

 

ในทางการเงิน คำว่า เครดิตมีความหมายเดียวกับคำว่า หนี้นะคะ

นั่นหมายความว่า ยิ่งมีบัตรเครดิตมากใบเท่าไหร่ คุณก็ยิ่งมีภาระหนี้สินมากขึ้นเท่านั้น

เมื่อมีหนี้ก็ต้องมีดอกเบี้ย และดอกเบี้ยก็ไม่เหมือนดอกไม้ชนิดใดในโลก

ปล่อยให้บานที่ไหน เป็นได้ใจหายที่นั่น!

 

มนุษย์เงินเดือนทั้งหลายที่ชอบบ่นว่าเงินเดือนไม่พอใช้

เมื่อได้ลองวางแผนการใช้เงินอย่างจริงจังแล้ว

มักจะพบว่า อันที่จริง ถ้าใช้เงินอย่างมีเหตุผล ก็จะไม่ค่อยประสบปัญหาเงินขาดมือซักเท่าไหร่

นั่นแปลว่า ต้นเหตุของปัญหาที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่ตัวเงิน

แต่อยู่ที่การวางแผนของผู้ใช้เงินเองต่างหาก

 

ในเมื่อเงินทองเป็นของมีจำกัด แต่กิเลสเป็นสิ่งไร้ขีดจำกัด

การพยายามใช้เงินเพื่อถมทะเลใจ จึงมีแต่จะทำให้เงินพร่องไป ในขณะที่ใจไม่มีวันเต็ม

 

ใช้จ่ายคราวหน้า ก่อนเปิดกระเป๋าหยิบเงินหรือบัตรเครดิต

ลองใช้เวลาซักนิดมองเข้ามาที่ใจ หากไหวตัวทัน คุณอาจได้อุทานว่า....

 

นี่เรากำลังจะยอมให้กิเลสเป็นนายอีกครั้งแล้วหรือ?  โดย North Star

 

ที่มา: http://www.dlitemag.com/