ประชุมเครือข่าย รพ. กลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์ แห่งประเทศไทย UHOSNET ครั้งที่ 36 โรงพยาบาลศรีนครินทร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

ประชุมเครือข่าย รพ. กลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์ แห่งประเทศไทย UHOSNET ครั้งที่ 36 โรงพยาบาลศรีนครินทร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น 10-11 มิย. 2552

Uhn1

ผู้นำทางการพยาบาลจาก ศรีนครินทร์ ศิริราช จุฬา สงขลา ธรรมศาสตร์ ร่วมอภิปราย "วิกฤตพยาบาลขาดแคลน แนวทางแก้ไข"

Uhn4

Uhn3

Uhn5

ประมวลและสรุปรายงานโดย น้องติ๋ม เตือนใจ พิทยาวัฒนชัย  หอผู้ป่วยพิเศษ 6ก โรงพยาบาลศรีนครินทร์

การประชุมเครือข่ายโรงพยาบาลกลุ่มสถาบันแพทย์แห่งประเทศไทย (UHOSNET) ครั้งที่  36

วิกฤตวิชาชีพพยาบาลในโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยในอนาคต

 

หน่วยงาน

วิกฤตวิชาชีพพยาบาล / สาเหตุ

แนวทางการแก้ไข

คุณวิไลพร  บุณยฤทธิ์

หัวหน้าฝ่ายการพยาบาล โรงพยาบาลศิริราช 

 

-อัตราการลาออกของพยาบาล

ปี 2549 = 5.6 %, 2550 = 4.2 %, 2551= 6.2 %

-อัตราการลาออกของพยาบาล   ที่มีอายุงาน 3-5 ปี

ปี 2549 = 30 %, 2550 = 31 %, 2551= 41 %

-ร้อยละของพยาบาลที่คงอยู่ในฝ่ายการพยาบาลฯ มีอายุการทำงานโดยเฉลี่ย 6-10 ปี คิดเป็นร้อยละ 25

-สาเหตุการลาออก 6 อันดับแรก ได้แก่

       กลับภูมิลำเนา

       ศึกษาต่อ

       ไม่สะดวกที่จะอยู่เวร

       ที่พักอาศัย/ปัญหาการเดินทาง

       ได้งานใหม่ที่มีโอกาสดีกว่า

       ความไม่มั่นใจในสวัสดิการ การรักษาพยาบาล เมื่อเปลี่ยนสถานภาพ เป็นพนักงานมหาวิทยาลัย

- ประเด็นสำคัญของการขาดอัตรากำลังเชิงปริมาณ

       อัตราการลาออกมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น

       มีการขยายบริการของโรงพยาบาลเพิ่มขึ้น

       เปิดศูนย์ Excellence ต่างๆที่ต้องการคนเพิ่ม (ปริมาณ,คุณภาพ)

       การผลิตพยาบาลใหม่ไม่เพียงพอ ได้แก่  ผลิตไม่ทัน     ครูพยาบาลไม่เพียงพอ   ขาดการประสานงานระดับมหาวิทยาลัย เพื่อเพิ่มการผลิต

-ประเด็นสำคัญของการขาดอัตรากำลังเชิงคุณภาพ

       ขาดพยาบาลที่มีศักยภาพสูง

       พยาบาลที่มีอายุงาน 35 ปี มีแนวโน้มลาออกสูงขึ้น

       ไม่ต้องการอยู่เวร บ่าย/ดึก

 

 

 

 

 

 

 

 -การเปลี่ยนแปลง ปัจจุบันและในอนาคตของโรงพยาบาลมหาวิทยาลัย

·       การพัฒนาศูนย์ความเป็นเลิศด้านบริการทางการแพทย์ของโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยในห้วงระยะเวลาเดียวกัน เช่น  โรงพยาบาลศิริราช   โรงพยาบาลรามาธิบดี  โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์

       การเปลี่ยนเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ   

กฎหมายใหม่

       พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ 2550-2554

       แผนพัฒนาสุขภาพแห่งชาติ

       พ.ร.บ.ใหม่

       พ.ร.บ.ระเบียบการบริหารราชการ 2550 เปลี่ยน ซี เป็น แท่ง

       พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค  การบริโภคสินค้าไม่ได้มาตรฐาน

-การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของสังคม สิ่งแวดล้อม

1.   พิบัติภัยทางธรรมชาติ   

2.   โรคอุบัติใหม่ อาวุธเคมีและชีวภาพ

3.   ปัญหาพฤติกรรมและสุขภาพจิต เด็กติดเกมส์ 

4.   ความรุนแรงทางเพศและการทำร้าย

5.   ภัยการเมืองและความขัดแย้ง

6.   ภัยจากอาชญากรรมข้ามชาติ (เกมส์ออนไลน์ /ค้ามนุษย์ /ยาเสพย์ติด)

เพิ่มปริมาณ

1. แผนการรับนักศึกษาและการผลิตพยาบาลพร้อมใช้ร่วมกับคณะพยาบาลศาสตร์รับนักศึกษาเพิ่มเป็นปีละ 300 -320 คน ไปอีก 3 4 ปี เริ่มปี 2552

2. ร่วมฝึกภาคปฏิบัติ เพิ่มครูช่วยสอน โดยคณะพยาบาลศาสตร์ฯจัดหลักสูตรต่อยอดจากครูพี่เลี้ยงที่เคยผ่านการอบรม 36 ชั่วโมงมาแล้วให้ต่อยอด 4 เดือน

3.ขอให้คณะพยาบาลฯสนับสนุนให้ขอตำแหน่งผศ.แก่ครูพี่เลี้ยงได้โดยมีผลงานร่วม

4. เปิดรับสมัครจากองค์กรภายนอก  (Open recruitment)

     และรับผู้ที่ออกไป  กลับเข้ามาปฏิบัติงานใหม่

5. เพิ่ม Incentive  ให้ / สวัสดิการเพิ่มให้

6. มีอุปกรณ์ ลด Load การทำงานให้เกิดความสะดวก

7. ขอความร่วมมือทำ MOU กับวิทยาลัยพยาบาลอื่นๆ เพื่อผลิตพยาบาลเพิ่ม เช่น วิทยาลัยพยาบาลกองทัพเรือ รับนักศึกษาเพิ่มให้ ศิริราช ปีละ 20-30คนเป็นเวลา 4 ปี เริ่ม ปี 2552 จำนวน 28 คน

8. มีการทำ Roadshow  ในสถาบันการศึกษาที่มีนักศึกษาพยาบาลที่ไม่ต้องใช้ทุน

เพิ่มคุณภาพ...เพื่อเก่งและดี

1. ฝ่ายการพยาบาลฯมีแผนปรับปรุง Career Path เพื่อพัฒนาบทบาทMentor ให้เป็น Nurse Educator ประจำหอผู้ป่วย เพื่อทำหน้าที่สอนพยาบาลใหม่

2. ให้มีผู้ชำนาญการช่วยฝึกทักษะ ความสามารถเฉพาะทางและประเมินความสามารถทางการพยาบาล

3. จัดหลักสูตรการพยาบาลเฉพาะทางและโครงการฝึกอบรมระยะสั้นต่างๆ เช่น ICU/ Hemodialysis / Peritoneal dialysis / NICU / PICU/ เคมีบำบัดฯลฯ

4. จัดโครงการพัฒนาบุคลากรด้านภาษาอังกฤษเพื่อเตรียมสู่ Excellence center 

 

 

แนวทางการแก้ไขในภาวะการเปลี่ยนแปลงของโรงพยาบาลศิริราช

1.  ให้ความรู้ ความเข้าใจแก่นักเรียน/นักศึกษา ระดับอุดมศึกษา

     ต่อวิชาชีพด้านสุขภาพในอนาคต

2. เพิ่มสาระวิชาที่เน้นการรักษาพยาบาลโรคที่มาจากการเปลี่ยนแปลงสังคม/สิ่งแวดล้อม/สุขภาพจิต

3. ฝึกฝนความอดทน  คุณธรรม  จริยธรรมในวิชาชีพมากขึ้น

3. Change ในเรื่องวัฒนธรรมองค์กรบางอย่าง

5.   สร้างความเข้าใจการบริหารจัดการองค์กรสมัยใหม่ กฎระเบียบข้อบังคับ  การบริหารงานบุคคลของมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ

6.   มี Network ระหว่างองค์กรที่ผลิตพยาบาลให้สามารถเพิ่มปริมาณ/คุณภาพให้พอเพียง

7.  ทำ Open  house,  Road show

8.  ส่งเสริมให้ผลิตผู้ปฏิบัติงานพยาบาล (Practical  nurse)

     ที่มีปริมาณ/คุณภาพให้มากขึ้น

9.  สร้างขวัญ/กำลังใจ เพิ่มสวัสดิการค่าตอบแทนให้สูงขึ้น

 

ดร. สมสมัย สุธีรศานต์

หัวหน้าพยาบาล โรงพยาบาลสงขลานครินทร์

 

-วิกฤติพยาบาล! แห่ลาออกปีละ 3 พันคน เด็กจบใหม่ไหลไปภาคเอกชน เหตุเครียด-ภาระหนัก

-การขาดแคลนพยาบาลของประเทศไทย เป็นปัญหาเรื้อรัง มีแนวโน้มจะรุนแรงมากขึ้น ล่าสุดปี 2551 สภาพยาบาลรายงานว่า มีพยาบาลลาออกจากระบบราชการ รวมทั้งเปลี่ยนสายงาน เฉลี่ยร้อยละ 3 ต่อปีหรือประมาณ 3,000 คน สาเหตุเนื่องจากค่าตอบแทนต่ำ แต่รับภาระงานหนัก รวมถึงการขาดสวัสดิการและแรงจูงใจให้ปฏิบัติงาน ที่สำคัญยังพบว่าพยาบาลที่จบใหม่จากวิทยาลัยพยาบาลของกระทรวงสาธารณสุข ปีละประมาณ 2,500 คน ในจำนวนนี้ครึ่งหนึ่งหรือประมาณ 1,200 คน ไม่ทำงานในโรงพยาบาลรัฐ เนื่องจากเป็นเพียงลูกจ้างไม่ได้เป็นข้าราชการ จึงไม่ได้รับสิทธิสวัสดิการต่างๆ เช่น สิทธิค่ารักษาพยาบาลพ่อแม่ สรุปแล้วขณะนี้จำนวนพยาบาลจบใหม่ที่จะทดแทนพยาบาลที่ลาออกไป อยู่ในสถานะติดลบปีละกว่า 2,000 คน 

 

-การรักษาที่มีคุณภาพเป็นเลิศ มุ่งสู่ระดับนานาชาติ ได้แก่

การพัฒนาศักยภาพในการตรวจรักษาโรคยากอย่างต่อเนื่องให้มีผลการรักษาเทียบเท่านานาชาติ  

ทีมบริหาร / Excellence center กำหนด ทบทวน และปรับปรุงผลการรักษาโรคยากที่กำหนดอย่างสม่ำเสมอ  

มีศูนย์ความเป็นเลิศด้านมะเร็งเต้านม (Excellence CA Breast)

พัฒนาระบบนัดผู้รับบริการ รวมทั้งปรับระบบให้ผู้ป่วยทุกรายอยู่ในระบบนัดผู้ป่วย

ประเมินและปรับปรุงพฤติกรรมการบริการของผู้ให้บริการ และกำหนดเป็นปัจจัยหลักในการประเมินบุคลากร

นำระบบสารสนเทศมาพัฒนาการบริการ

จัดให้มีการวิจัยและพัฒนา

เกิดการเปลี่ยนแปลงในการบริหารงาน

         จากแนวคิดแบบยุคอุตสาหกรรม ไปสู่ยุคสารสนเทศ www.

         จากเดิมองค์การเน้นความมั่นคงไปสู่ มุ่งเน้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลง

         ควบคุมที่ศูนย์อำนาจไปสู่การมุ่งกระจายอำนาจความรับผิดชอบในการตัดสินใจให้แก่พนักงานระดับล่าง

         เคยให้ความสำคัญของวัตถุเป็นหลักไปเป็นการยึดความสำคัญของคนและความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน

         จากการเน้นความเหมือนกันไปสู่การเน้นให้มีความแตกต่างที่หลากหลาย เป็นต้น

แนวโน้มของกระแสการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับองค์การ

1.       ด้านโครงสร้าง (Structure)  มีลักษณะเปลี่ยนไปเป็นแบบแนวนอนมากขึ้น มีการเน้นการใช้ทีมงานและองค์กรแบบไร้พรมแดน

2.       องค์ประกอบของประชากร (Demographic)  ประกอบด้วยคนทำงานที่มาจากต่าง   วัฒนธรรมมากขึ้น  ช่องว่างระหว่างวัยของพนักงานเก่ากับพนักงานใหม่เพิ่มขึ้น

3.       เกิดจริยธรรมใหม่ของการทำงาน (New work ethic)  โดยความจงรักภักดีต่อองค์การของพนักงานจะลดลง เกิดการเปลี่ยนแปลงด้านค่านิยมในการทำงานมากขึ้น

4.       การเรียนรู้และองค์ความรู้ (Learning and knowledge)  องค์กรจะมีพนักงานที่เป็นผู้มีคุณวุฒิและมีความรู้สูงขึ้น  องค์การจะเปลี่ยนไปเป็นองค์การแห่งการเรียนรู้ (Learning organization) ที่ทุกคนต้องเรียนรู้ตลอดเวลาเพื่อสามารถเท่าทันการเปลี่ยนแปลง

5.       เทคโนโลยีและการเข้าถึงสารสนเทศ (Technology and access to information)  มีเทคโนโลยีทรงประสิทธิภาพเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เกิดวิธีการใหม่ ๆ ที่มีประสิทธิภาพในการเข้าถึงและการใช้สารสนเทศร่วมกันได้รวดเร็วมากขึ้น

6.       เน้นเรื่องความยืดหยุ่น (Emphasis on flexibility)  กล่าวคือ องค์การต้องมีโครงสร้างที่ยืดหยุ่นพร้อมที่จะปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว พนักงานขององค์การต้องมีความคล่องตัวและยืดหยุ่นได้สูงเช่นกัน

7.       ต้องพร้อมเผชิญต่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว (Fast-paced change)  อันเนื่องมาจากภาวะไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นทั้งภายในและภายนอกองค์การซึ่งไม่สามารถ   คาดการณ์ล่วงหน้าได้

8.       มีข้อจำกัดเกี่ยวกับประสิทธิภาพของบุคลากรพยาบาลทุกระดับที่ต้องการระบบปฏิรูปสุขภาพ

9.       มีอัตราลาออกค่อนข้างต่อเนื่อง ซึ่งยังไม่ เคยเห็นมาก่อน

10.    สังคมมีความคาดหวังสูงขึ้นจากการรับบริการสุขภาพที่มีมาตรฐานคุณภาพและความเป็นเลิศ 

วิกฤตของวิชาชีพพยาบาลในประเทศไทยนั้น  ศ. เกียรติคุณ  ดร. วิจิตร  ศรีสุพรรณ  นายกสภาการพยาบาล  ( 2550 )  ได้สรุปไว้ 3 ประการ

1. การขาดแคลนกำลังคนทางการพยาบาล 

      นโยบายปฏิรูประบบสุขภาพทำให้ต้องการพยาบาลวิชาชีพในระดับปริมาณเพิ่มขึ้นมากกว่า 15000 คน 

      การผลิต  การใช้และการกระจายยังไม่ทั่วถึง  การขาดแคลนแฝง 

      ด้านค่าตอบแทน  ระบบหล่อเลี้ยง  ความก้าวหน้าในวิชาชีพ  หรือ  การขาดโอกาสร่วมในการตัดสินใจ 

2. วิกฤตภาพลักษณ์ของวิชาชีพ

      สังคมโดยเฉพาะสื่อมวลชนสะท้อนว่าวิชาชีพการพยาบาลทำงานกับชุมชนได้ดี  แต่ไม่เกิดผลลัพธ์ของการปฏิบัติการหรือการบริการพยาบาล 

      สำหรับมุมมองของผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพที่เกี่ยวข้องสะท้อนให้เห็นว่ามีการยอมรับสถานะในฐานะผู้ร่วมทีมบริการสุขภาพ  แต่ยังมีประเด็นของบทบาทที่คาบเกี่ยวเช่น  การรักษาเบื้องต้นและการให้ภูมิคุ้มกัน  การสอนและการให้คำปรึกษาด้านสุขภาพเป็นต้น

      มุมมองของพยาบาลที่สะท้อ