เธอกับลูก คงได้แต่โหยหาถึงกัน

   ขอเล่าเรื่องของน้องป่านต่อจากเมื่อวาน ที่ว่าเธอได้ตกเป็นผู้ต้องหาฆ่าคนตายโดยเจตนา คือสามีของเธอเอง เราไปอ่านต่อเลยค่ะ

***************************************

" ติดตามความคืบหน้าของคดี ก็ได้ทราบว่า ป่าน ถูก อัยการส่งฟ้องด้วยข้อหาเจตนาฆ่าเมื่อวันที่ 14 มกราคม 2552 ปัจจุบันเธอถูก ฝากขังที่เรือนจำกลางจังหวัดนครปฐม  มูลนิธิผู้หญิงขอเข้าเยี่ยมและได้พูด คุยกับป่าน น้ำตาไหลอาบสองแก้มตลอดเวลาที่ป่านเล่าถึงที่มาของจุดพลิก เปลี่ยนในชีวิต 
ป่านเล่าว่า ในวันเกิดเหตุ สามีกับเพื่อนๆ มาตั้งวงดื่มเหล้ากันที่บ้าน เขา โกรธที่ป่านทำกับแกล้มให้เขาไม่ทันใจ  สิ่งที่เขาตอบแทนให้หัวใจที่มอบความ รักภักดีให้ตลอดมาคือวาจาดุด่า พร้อมกับประกาศศักดากับเพื่อนร่วมวงเหล้า ว่า “เดี๋ยวจะซ้อมเมียโชว์ให้ดู” จากนั้นก็กระโจนเข้าบีบรัดคอของป่านด้วย สองมือ ระบายความโกรธที่เขามี ด้วยความตกใจ ป่านจึงคว้ามีดทำครัวตั้งใจยก ขึ้นขู่เพื่อปกป้องตัวเองออกจากเงื้อมมือของเขา แต่ก็ไม่สามารถหยุดยั้งสามี ของป่านที่กำลังมัวเมาในความโกรธ ขณะที่ป่านดิ้นรนต่อสู้ ทันใดนั้นเอง มีด ในมือของป่านก็ปักเข้าที่หน้าอกของสามีจมกองเลือด 
           ป่านรวบรวมสติ เรียกรถฉุกเฉินเพื่อช่วยชีวิตเขา แต่เขาเสียชีวิต ก่อนที่รถพยาบาลจะมาถึง เพราะมีดเล่มนั้นตัดขั้วหัวใจชายอันเป็นที่รักของ ป่านเสียแล้ว หลักฐานพยานทำให้ป่านตกเป็นผู้ต้องหาฆ่าคนตายโดยเจตนา  
กว่าจะสิ้นสุดการพิจารณาคดี ก็ต้องใช้เวลาอีกไม่ต่ำกว่าหกเดือน โดยศาลนัด สืบพยานโจทก์ในวันที่ 19 พฤศจิกายน 2552 และนัดสืบพยานจำเลย ในวัน ที่ 20  พฤศจิกายน 2552 
      ในเวลาใกล้เคียงกัน มูลนิธิฯ ก็ได้รับการติดต่อจาก ปลัดองค์การบริหารส่วน ตำบลแห่งหนึ่งที่จังหวัดสกลนคร ซึ่งมีกรณีหญิงที่ถูกกระความรุนแรงต้องคดี อาญาในคดีฆ่าสามีเช่นเดียวกับป่าน  มูลนิธิฯ เป็นที่น่ายินดีที่กรณีดัง กล่าวนี้ ได้รับความช่วยเหลือในการประกันตัวจาก สมาชิกสภาผู้แทนของจังหวัด สกลนคร ทำให้หญิงคนนี้ ได้ออกมาใช้ชีวิตอยู่กับลูก ๆ ในระหว่างมีการต่อสู้ คดี 
ประเด็นสำคัญก็คือ ทนายความจะต้องมีความเข้าใจในรูปคดีและเห็นความสำคัญใน การเชื่อมโยงให้เห็นสถานการณ์ก่อนที่จะเกิดเหตุภรรยาทำให้สามีเสียชีวิต นั้น เกิดจากการที่ภรรยาถูกกระทำความรุนแรงมาเป็นเวลานาน  ซึ่งเป็นที่น่า ยินดีที่ ทั้งสองคดี ได้ทนายความจากเครือข่ายสภาทนายความที่ได้ช่วยเหลือให้ ลูกความให้การปฏิเสธข้อกล่าวหาเจตนาฆ่าและต่อสู้คดีเพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่า กระทำไปเพื่อต้องการปกป้องตนเองจากความรุนแรงโดยมิได้มีเจตนาทำให้เสีย ชีวิต  
นับตั้งแต่วันเกิดเหตุ ป่านยังไม่มีโอกาสพบหน้าลูกสาววัยหกขวบซึ่งฝากเลี้ยงไว้กับแม่ของสามี"

*********************************

       เหลือเวลาอีกยาวนานเหลือเกิน สำหรับรอการพิพากษา กับชีวิตในคุกของน้องป่าน เธอจะทำอย่างไร จึงจะโชคดี เหมือนหญิงที่สกลนคร ที่มีผู้ใจบุญ ประกันเธอ ออกมารอการตัดสินนอกคุก เธอได้กลับมาอยู่กับลูก แต่สำหรับน้องป่านนั้น เธอกับลูก คงได้แต่โหยหาถึงกัน เสียดายที่อดทนมาเนิ่นนาน ก็เพื่อหวัง ให้ได้มีครอบครัวที่เป็นสุขพร้อมหน้ากัน ไม่นึกว่าเวลาที่ผ่านไป กลับทำให้เธอเดินไปสู่จุดเลวร้ายสำหรับชีวิต ตนเองและลูก เป็นฆาตกร เป็นคนคุก ทำให้แม้อยู่ร่วมโลก ก็เหมือนอยู่คนละโลก ที่ดูหมดหวังจะพบกัน

  ป่านก็เป็นสมาชิกคนหนึ่งของมนุษยโลก จะมีสักที่หนึ่งไหม ให้เธอได้ยืนอยู่เคียงข้างดวงใจของเธอคือลูก ได้อย่างผาสุก บันทึกนี้ อาจช่วยส่งเสียงเรื่องราวของเธอไป ไม่ไกลเท่าใดนัก แต่ก็เป็นเสียงหนึ่ง ที่เข้าใจและเห็นใจเธอ

  เรื่องราวประเภทนี้ จะได้ยินข่าวกันบ่อยๆ อาจสร้างความสะเทือนใจ สะใจ หรือสาสมอะไรในสังคมบ้าง แต่ไม่นานก็ลืมเลือนกันไป ปล่อยให้ผู้เกี่ยวข้องผจญชะตากรรมกันตามลำพัง

แต่ผู้เขียนคิดเองว่า เรื่องของน้องป่าน ยังมีสาระและความซับซ้อนเกิดขึ้นตามมาอีกมากมาย เมื่อวันนี้ได้มีโอกาสรับรู้ ก็ขอนำมาเผยแพร่ เป็นอุทาหารณ์กันต่อไป

 ยังจะเขียนจดหมาย ถึงท่านอัยการอีกหนึ่งฉบับ คงเป็นฉบับสุดท้าย และจะเป็นการบอกกล่าวรายละเอียดของเรื่อง เท่าที่รับรู้มาเป็นตอนสุดท้ายด้วย หวังว่า ท่านอัยการชาวเกาะ คงยินดีรับฟังนะคะ

ดวงใจของน้องป่าน คงเวิ้งว้างเหมือนเรือกลางทะเล มองไม่เห็นฝั่ง..

อีกนานสักเท่าใดหรือ ?