GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

เก็บตกการประชุมเครือข่ายฯสัญจร ครั้งที่ 3/2549 (2) จบ

            หายหน้าหายตาไปหลายวันสำหรับเรื่องเก็บตกการประชุมเครือข่ายฯสัญจร  ครั้งที่ 3/2549  ก่อนที่จะไปวังเหนือในวันพรุ่งนี้กับวันมะรืนนี้  ผู้วิจัยก็ขอเล่าเรื่องนี้ให้จบเลยก็แล้วกันนะคะ 

            ต่อจากเรื่องโครงสร้างการบริหารจัดการ  ก็มาเข้าเรื่องที่เกี่ยวข้องกับผู้วิจัยและอาจารย์พิมพ์ (อีกจนได้) โดยประธาน  ได้กล่าวว่า  อ.ชวนพิศ  ได้ตั้งคำถามในที่ประชุมเกี่ยวกับเรื่องค่าเดินทางไปแม่พริก (สถานที่ประชุมเครือข่ายฯสัญจร  ครั้งที่ 2/2549)  ผมไม่รู้ว่าวันนั้นมีมติตกลงกันว่าอย่างไร
            อ.ชวนพิศ  บอกว่า  ตัวเองได้ยินผู้วิจัยบอกว่า  จะใช้งบประมาณงานวิจัย  ซึ่งจะรวมค่าไปทัศนศึกษา (ร่วมงานกับทีมกลาง) ด้วย  ซึ่งจะโอนมาให้ทางนี้  มีงบประมาณอยู่ 170,000 บาท  ซึ่งในความเป็นจริงแล้วค่าน้ำมันรถมันก็ไม่ได้หนักหนาอะไร  แต่ทุกคนก็หวังว่าจะได้  แต่เขาก็ไม่รู้
            ประธาน  รีบบอกว่า  พอดีวันนั้นผมไม่ได้อยู่ในที่ประชุม ผมประชุมอยู่กรุงเทพ ทีนี้มีการวางแผนลงพื้นที่สัญจร  มีการตกลงกันว่าอย่างไรครับ  เพราะ  ตามปกติแล้วการประชุมทุกครั้งที่โรงเรียนนาก่วมใต้ทุกคนมาโดยไม่ได้รับค่าเดินทาง  เนื่องจากถือว่าเป็นหน้าที่ของทุกคน  แต่ต่อไปเมื่อเครือข่ายฯจัดการบัญชี  การเงินต่างๆเรียบร้อยแล้วก็จะออกค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ให้  (ประธานคงหมายถึงเดือนธันวาคม  2548  ซึ่งในที่ประชุมมีการตกลงกันว่าจะมีการจัดประชุมเครือข่ายฯสัญจร  โดยค่าเดินทางจะใช้งบโครงการวิจัย  ส่วนค่าอาหารเครือข่ายจะเป็นผู้ออกตามปกติ) 
            อ.ชวนพิศ  ตอบว่า  เมื่อเดือนมกราคม  2549  ที่ไปประชุมเครือข่ายฯสัญจรที่กลุ่มแม่ทะ  เราได้รับค่าเดินทางแล้ว  พอเดือนต่อๆไปทุกคนก็หวังว่าจะได้รับเงินในส่วนนี้
            อ.วรรณพร  บอกว่า  ที่มีการตกลงกันในเดือนธันวาคม  2548  ตอนแรกตกลงกันว่าจะเช่ารถตู้ไปประชุมยังสถานที่ต่างๆ  แต่เราต้องไปกันหลายจุด ก็เลยตกลงกันใหม่ว่าให้เอาเงินที่จะไปจ้างรถตู้  มาเติมน้ำมันรถให้กับคนที่เอารถไป
            ผู้วิจัย  ตอบว่า  ที่อ.วรรณพรพูดมาทั้งหมดน่ะใช่  เราตกลงกันตั้งแต่เดือนธันวาคม  ปีที่แล้ว  ก่อนที่จะเริ่มประชุมสัญจรในเดือนมกราคม   เดือนมกราคมอ้อม (ผู้วิจัย) ก็กันเงินออกมาแล้ว  และจ่ายให้แล้วด้วยใช่ไหมค่ะ  (ที่ประชุม  บอกว่า ใช่) ทีนี้วันนั้น (วันประชุมเครือข่ายฯสัญจร  ครั้งที่ 1/2549 ที่กลุ่มป่าตัน) ประธานก็ถามขึ้นมาว่า  ตัวโครงการมีเงินอยู่เท่าไหร่  อ้อมก็ตอบว่า  ในส่วนของการบริหารจัดการ  การจัดกิจกรรมต่างๆ  รวมทั้งหมด 170,000 บาท  ในวันนั้นก็มีการตั้งคณะทำงานขึ้นมา 10 คนเพื่อที่จะมาทำแผน (แผนการจัดการความรู้เพื่อพัฒนาองค์กรทั้งในระดับเครือข่ายฯ  กลุ่ม  และสมาชิก)  พอมาในเดือนกุมภาพันธ์ก็มีตั้งคำถามขึ้นมาอีกในเรื่องนี้  อ้อมก็ได้อธิบาย (อีก 1 รอบ) ว่า  เงินในการ (ประชุม) สัญจร  เงินในการไปประชุมกับทีมกลาง  เงินในการจัดกิจกรรมทั้งหมด  มีอยู่รวมกันทั้งหมด 170,000 บาท  ซึ่งเงินในส่วนนี้น่ะสามารถโอนให้ได้  แต่ทีมกลางเขาขอดูแผน   ดังนั้น  เราจะต้องทำแผนออกมาว่าเราจะใช้เงินจำนวนนี้ในการทำกิจกรรมอะไรบ้าง  และเมื่อครั้งที่แล้วทีมกลางก็ส่งตัวแทนมา 2 คน (คือ หนูเคเอ็ม) ก็ได้คุยกัน  ทีนี้ก็มีคณะทำงานทั้ง 10 คนออกมาเสนอแผนงาน (ปากเปล่า) ปรากฎว่า  งบประมาณที่คิดออกมาเกินงบประมาณที่มีอยู่  แล้วก็ไม่มีใครเอาแผนที่เป็นลายลักษณ์อักษรมาให้อ้อมเลยว่าจะทำอะไร  ยังไง  จะตัด (งบประมาณ) อย่างไร  ไม่มีตรงนี้เลย  มันทำให้อ้อมไม่สามารถที่จะโอนเงินให้ได้
            เรื่องเงินนี้  อ้อมอยากจะอธิบายทำความเข้าใจ (อีกครั้ง) เพราะ ทางเราก็มีความไม่สบายใจ  โครงการวิจัยนี้เป็นการเซ็นต์สัญญาระหว่าง 3 ส่วน  คือ  ส่วนแรก  คือ  ตัวแทนจาก สกว. ส่วนที่สอง  คือ  ส่วนของผู้รับทุน  คือ  วิทยาลัยสหวิทยาการ  มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  ศูนย์ลำปาง   โดยท่านคณบดี  และส่วนที่สาม  คือ  ส่วนของผู้รับผิดชอบโครงการ  ก็คือ  อ้อม  ในฐานะที่เป็นหัวหน้าโครงการ  ทีนี้ประเด็นก็คือ  เวลาทางทีมกลางโอนเงินเข้ามา  เค้าจะต้องโอนเงินเข้ามาที่วิทยาลัย  เพราะ  วิทยาลัยคือ  ผู้รับทุน  ทีนี้ในการเปิดบัญชีต้องมีรายชื่อคนเปิดบัญชีอยู่ 3 คน  คนแรก  คือ  อ้อม  ในฐานะผู้รับผิดชอบโครงการและเป็นหัวหน้าโครงการ  ส่วนคนที่สอง  คือ  ท่านคณบดี  คนที่สาม  คือ  อาจารย์พิมพ์  ทีนี้ในการที่จะเบิกเงินออกมาได้  เราจะต้องรายงานต่อท่านคณบดี  (ว่าเราจะเอาเงินออกมาทำอะไร)  ลายเซ็นต์ที่เบิกเงินต้องเป็น 2 ใน 3 คนนี้  โดยบังคับว่า 1 ใน 2 คนที่เบิกเงินแต่ละครั้งต้องมีชื่ออ้อมด้วยทุกครั้ง  ส่วนอีกลายเซ็นต์หนึ่งจะเป็นลายเซ็นต์ท่านคณบดีก็ได้  หรือจะเป็นลายเซ็นต์อาจารย์พิมพ์ก็ได้ 
            ปัญหาที่มันเกิดขึ้นจากการประชุมครั้งที่แล้ว  คือ  คณะทำงานทั้ง 10 คนที่ร่วมกันทำแผนขึ้นมาใช้งบประมาณเกินกว่างบประมาณที่มีอยู่  ตอนนั้นคิดออกมาได้ประมาณ 180,000 กว่าบาท  แต่ยังไม่รวมค่าประชุมเครือข่ายฯสัญจรที่เหลืออีก 5 ครั้ง  เพราะ  ครั้งแรกจ่ายไปแล้ว  , ค่าเดินทางไปร่วมงานกับทีมกลาง  (ไปตราดและสงขลา)  ก็ไม่มีใครคิดออกมาให้  ประจวบเหมาะกับที่ถ้าทุกคนฟังในที่ประชุมดีๆจะเห็นได้ว่าแผนที่คณะทำงานทั้ง 10 คนทำออกมา  อ้อมก็ได้ Comment ไปแล้วว่ามันไม่ครอบคลุมตัวเป้าหมายทั้งหมดที่เราได้วางเอาไว้  ประกอบกับตัวประธาน  รวมทั้งอีกหลายๆคนก็ไม่ค่อยเห็นด้วยกับตัวแผน  เหมือนเห็นไปคนละแง่  คนละมุม  นี่คือ  สาเหตุที่ว่าทำไมเราถึงไม่สามารถโอนเงินให้ได้  ตอนนี้เงิน 170,000 บาท  เราก็ใช้ส่วนหนึ่งในการที่เราไปตราดเรียบร้อยแล้ว  แต่ตอนนี้อ้อมยังสรุปออกมาเป็นตัวเลขที่แน่นอนไม่ได้ว่าใช้เงินไปเท่าไหร่  เพราะ  บางส่วนก็ยังไม่ได้เข้ามาเคลียร์กัน  ถ้าเคลียร์แล้วเราจะสามารถบอกได้ว่าเงินเหลือเท่าไหร่  ต่อไปเครือข่ายฯ  หรือ  กลุ่มอยากได้สตางค์ต้องทำเป็นแผนออกมาอย่างชัดเจน  ตรงนี้อ้อมก็ได้พยายามแก้ไขแล้ว  เพราะ  ทีมกลางก็ถามเรื่องแผนมา  นี่คือความจำเป็นที่อ้อม  พิมพ์  รวมทั้งคุณสามารถต้องลงไปตามกลุ่มเป้าหมายทั้ง 5 กลุ่ม  ก็อย่างที่บอกไปแล้วว่าแผนมันไม่ครอบคลุมวัตถุประสงค์ของโครงการ  และ  มันมีความขัดแย้งกันอยู่อย่างนี้  เราจึงต้องลงไปตามกลุ่มเป้าหมาย  เพื่อให้เขาทำแผนขึ้นมาให้ครอบคลุมวัตถุประสงค์ของโครงการ  เราต้องมานั่งคำนวณงบประมาณ  อย่างตอนนี้กลุ่มเถินก็ทำขึ้นมาแล้ว  แม่พริก  เกาะคาก็ต้องทำเช่นเดียวกัน  เราจึงจะโอนเงินเข้ามาให้ได้  อยากจะทำความเข้าใจตรงนี้ว่าทีมกลางเขาได้โอนเงินเข้ามาให้แล้ว  แต่เรายังไม่สามารถโอนเงินเข้ามาให้ได้  เพราะอย่างที่บอกไปแล้ว  ถ้าเราโอนเงินเข้ามา  แล้วไม่มีแผน  หรือ  ไม่ทำตามแผน  ตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้  ผู้ที่รับผิดชอบ  คือ  วิทยาลัยสหวิทยาการ  ท่านคณบดีต้องรับผิดชอบ  อ้อมในฐานะผู้รับผิดชอบโครงการก็ต้องรับผิดชอบ  ความจริงครั้งที่แล้วช่วงท้ายเราก็พูดกันอย่างชัดเจนแล้วนะคะ  เราเพียงแค่ต้องการแผน  แต่จนถึงปัจจุบันนี้   ก็ยังไม่มีแผนตกลงมาถึงมืออ้อม  อ้อมกับพิมพ์จึงถึงต้องพยายามทำยังไงให้ลงไปถึงกลุ่มเพื่อให้ได้แผนมา  และแผนที่เกิดขึ้นต้องครอบคลุมเป้าหมายของโครงการ
            เมื่อผู้วิจัยอธิบายจบ  อ.พิมพ์  ยกมือขอเสริมในเรื่องนี้ว่า คณะทำงาน 10 คน  ที่ได้รับการแต่งตั้งเข้ามาให้ช่วยดูในเรื่องแผนงานและงบประมาณ  ซึ่งแต่งตั้งกันตั้งแต่การประชุมเครือข่ายฯสัญจร  ครั้งที่ 1 ที่กลุ่มป่าตัน  ซึ่งทั้ง 10 คนนี้ก็ไม่ได้มาจากตัวแทนของกลุ่ม 5 กลุ่มซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายของโครงการ  (ขาดกลุ่มเกาะคา)   ส่วนค่าเดินทางในการประชุมเครือข่ายฯสัญจรที่ทางโครงการวิจัยจะนำงบประมาณลงมาสนับสนุนเราก็ไม่ได้ลืมนะคะ  ครั้งแรกเราจ่ายไปแล้ว  มติที่ประชุมในวันนั้นก็ไม่ได้โมเมออกมาจากนักวิจัยนะคะ  ออกมาจากคณะกรรมการที่เข้าร่วมประชุมในวันนั้น  การที่มีการเสนอจัดประชุมเครือข่ายฯสัญจรขึ้นก็มาจากที่ประชุม  เพราะ  แต่ละกลุ่มยังไม่เคยเห็นว่ากลุ่มอื่นๆที่เป็นสมาชิกเครือข่ายฯเหมือนกันเขาทำกันอย่างไร  ในแต่ละกลุ่มก็มีศักยภาพในการดำเนินงานที่แตกต่างกัน  กลุ่มไหนขาดเราก็ต้องไปช่วยเสริมให้ 
            อ.วรรณพร  ยกมือขึ้นถามผู้วิจัยกับอาจารย์พิมพ์ว่า เรื่องเกี่ยวกับเงิน (งบประมาณ) คณะทำงานทั้ง 10 คนต้องทำเรื่องเสนอเข้าไปใหม่หรือเปล่า?
            ผู้วิจัย  ตอบกลับไปว่า  ถ้าต้องการเงินจำนวน 170,000 บาทมาใช้  ต้องทำโครงการเสนอเข้ามาว่าเงินจำนวนนี้จะเอาไปทำอะไรบ้าง  รวมค่าเดินทางประชุมเครือข่ายฯสัญจร  ค่าไปร่วมกิจกรรมกับทีมกลางด้วยนะคะ  เราจะเอามานั่งดูว่ามันครอบคลุมตามเป้าหมาย  วัตถุประสงค์หรือไม่  ผู้วิจัยกำลังจะพูดต่อ  แต่ก็ถูกประธานพูดแทรกขึ้นมา  ดังนั้น  ตอนนี้ก็ตัดกลับไปฟังประธานพูดก่อนก็แล้วกันนะคะ
            ประธาน  กล่าวว่า  ผมฟังดูแล้วเห็นว่าคงจะมีความไม่เข้าใจกันทั้ง 2 ฝ่าย  ในส่วนของเราในฐานะที่เป็นทีมวิจัยกับกลุ่มเป้าหมาย  เอาอย่างนี้ไหมครับ  ถ้าเราจะจัดเวทีขึ้นมาสัก 1 เวที  เอาตัวแทนของกลุ่มเป้าหมายมา  รวมทั้งตัวแทนของเครือข่ายฯด้วย  เอามานั่งคุยกัน  เพื่อให้เค้าเอาโจทย์ของเราขึ้นมา  เนื้องบประมาณที่มีอยู่  แล้วให้เขาทำแผนปฏิบัติการขึ้นมาดูว่าในงบประมาณเท่านี้จะทำอะไรบ้างเพื่อให้ครอบคลุมตามวัตถุประสงค์ที่ได้ตั้งไว้  ถ้าอย่างนี้จะได้เนื้องานด้วย  ได้แผนด้วย แต่ตอนนี้คณะทำงานทั้ง 10 คนนี้ก็ไม่ครอบคลุมพื้นที่เป้าหมาย  เพราะฉะนั้น  ลองดูว่าพื้นที่เป้าหมายทั้ง 5 กลุ่ม  คือ  นาก่วมใต้  ป่าตัน  เกาะคา  เถิน  และแม่พริก  ทั้ง 5 พื้นที่นี้ต้องมีแผนที่ครอบคลุมเป้าหมายที่กำหนดไว้  ทีนี้ในระดับเครือข่ายฯ  มันก็จะรวมโครงสร้างคณะกรรมการที่จะต้องจัดการเรื่องนี้  เขาก็ต้องมาวางแผนว่าจะจัดการเรื่องนี้อย่างไร  เอาอย่างนี้ดีไหม  ถ้าไม่อย่างนั้นชาวบ้านก็จะไม่รู้ว่าเขาจะต้องทำอย่างไร
            พี่นก  ยุพิน  ขอเสริมในช่วงนี้ว่า  นกรู้สึกว่าทำงานมา 3 ปี  แต่ก่อนไม่เคยถามในเรื่องค่าเดินทาง  ค่าเบี้ยเลี้ยง  ทำด้วยใจ เราควรทำงานด้วยใจ  แล้วงานจะเกิดผลมากกว่าทำงานด้วยเงิน  มีความรู้สึกอย่างนี้นะคะ
            อ.ชวนพิศ  บอกว่า  ที่ต้องถาม  เพราะ  มีการตกลงในที่ประชุมแล้ว 
            พี่นก  ยุพิน  กล่าวต่อไปว่า  ไม่ใช่ว่าเข้าข้างคนใดคนหนึ่งนะคะ  แต่ถ้าไม่ทำแผน  เราก็จ่ายเงินออกไปเรื่อยๆ  ไม่เห็นผลงานอะไรเกิดขึ้นมา  เหมือนเอาเงินไปละลาย  การทำงานที่ผ่านมา  เราไม่เคยเอ่ยในเรื่องเงิน  เราอยากได้ผลงาน  เข้าใจว่าเงินเป็นสิ่งสำคัญ
            อ.ชวนพิศ  บอกว่า  ไม่ได้จะเอาเงินเป็นตัวตั้ง   แต่เมื่อมีความสงสัยก็ต้องถาม  เพราะ  ครั้งแรกก็ได้  ไม่ให้ก็ไม่เป็นไร  เพราะ  ที่ผ่านมาก็ไม่ได้ตรงส่วนนี้อยู่แล้ว
            ผู้วิจัย  รีบอธิบายก่อนที่จะเข้าใจผิดไปกันใหญ่ว่า  ไม่ใช่ว่าไม่ให้นะคะ  แต่ว่าเมื่อครั้งที่แล้วเราคุยกันอย่างนี้ใช่ไหมคะ  ถ้าตอนนี้อ้อมโอนเงินให้  แต่แผนไม่ออก  (งานไม่เดิน) จะทำยังไง  ถ้าไม่เชื่อ  เดี๋ยวจะออกไปเปิด Mail ให้อ่านเลยว่าเขาเขียนมาอย่างไรบ้าง  ถ้าเป็นอย่างนี้  อ้อมไม่สามารถเขียนไปบอกเขาได้  แต่ทีนี้ถ้าพูดอย่างประธาน  อ้อมก็ขอบอกว่า  ใช่  แต่จากที่อ้อมและพิมพ์ได้ลงพื้นที่กลุ่มเป้าหมายตามที่ได้รับมอบหมาย  บางกลุ่มก็ 2 ครั้ง  บางกลุ่มก็ 3 ครั้ง  บางกลุ่มก็ 4 ครั้งแล้ว  อ้อมขอเสนอว่า  สมมติว่าเราเอางบประมาณเป็นตัวตั้ง  คือ 170,000 บาท  ถ้าจะให้กลุ่มเป้าหมายทั้ง 5 กลุ่มมารวมกันเพื่อวางแผนวันนึง  อีกวันนึงเป็นของเครือข่ายฯ  อ้อมอยากจะบอกว่า  พัฒนาการของแต่ละกลุ่มนั้นไม่เหมือนกันอย่างที่บอกตั้งแต่ต้นแล้ว  อย่างเถินเขาสามารถที่จะคิดรวบยอดได้เลย  เพราะ  กลุ่มเขามีความพร้อมในระดับหนึ่ง   เขารู้ว่าเขาต้องการอะไร  เขารู้ว่าเขาต้องเสริมอะไร  แต่อย่างเกาะคา  ขอโทษจริงๆนะคะที่ต้องเอ่ยชื่อ  จะให้เขามานั่งคิดแบบเถินไม่ได้  วันนั้นอ้อมเตรียมเอกสารไปเป็นปึกๆเลย  แต่ก็ไม่ได้เอาขึ้นมา  ในที่สุดก็ต้องเอากลับไป  เพราะ  เราประเมินสถานการณ์แล้วว่าจะให้เขาคิดออกมาแบบเถิน  เขาคิดได้  ทำไมจะคิดไม่ได้  แต่เขาทำไม่ได้  เพราะว่า  มันข้ามขั้นตอนของเขาไป  ตอนนี้แผนของเถิน  คือ  แผนของอนาคต  ส่วนแผนของเกาะคาเป็นแผนเฉพาะหน้า  เราไม่รู้หรอกว่ามันอาจจะจบแค่แผนนี้  เพราะ  เวลาหมด  กลุ่มไปไม่ไหว  ตรงนี้เราไม่รู้  ถ้าสมติว่าเรามานั่งวางแผนอย่างที่ประธานบอก  อ้อมคิดว่าไม่ได้ผล  เอาอย่างนี้ดีไหม  ไหนๆเราก็แยกกัน (รับผิดชอบ) แล้ว  และเวทีเครือข่ายฯก็เป็นเวทีของการแลกเปลี่ยนเรียนรู้  อย่างเถินทำอะไร  อ้อมก็เอามาเล่าให้ฟัง  ไม่ได้ปิดบัง  เพราะฉะนั้น  เพื่อให้เกิดความรวดเร็ว  ว่องไว  ชัดเจน  ตอนนี้เรามีเงินอยู่ 170,000 บาท  กลุ่มเป้าหมาย 5 กลุ่ม  แบ่งไปเลยกลุ่มละ 20,000 บาท  ส่วนที่เหลืออีก 70,000 บาท  เครือข่ายฯเป็นผู้จัดการ  เครือข่ายฯก็เอาไปบริหารจัดการเองว่าจะแบ่งเป็นค่าประชุมสัญจรเท่าไหร่  ค่าไปร่วมงานกับทีมกลางเท่าไหร่  ค่ากิจกรรมเสริมต่างๆเท่าไหร่  ถ้าอย่างนี้มันจะเร็ว  งบก็สามารถเกื้อหนุนกันได้  อย่างสมมติเถินอาจใช้เงินไม่ถึง  แต่เกาะคาอาจใช้เกิน  ก็สามารถมาคุยกันได้  จะได้ไม่ต้องบีบกลุ่มแต่ละกลุ่มมากจนเกินไป  แต่ประเด็นก็คือ  ต้องมีแผนในการทำงาน  นี่คือ  สาเหตุที่ทำไมอ้อมกับพิมพ์ต้องขับรถไปที่เถิน  แม่พริก  อย่างบางทีพิมพ์ไม่อยู่  อ้อมขับรถไม่เป็น  อ้อมก็ต้องนั่งรถทัวร์ไป  เพื่อที่จะทำตรงนี้  เพื่อแก้ปัญหาเรื่องคณะทำงาน 10 คน  ไม่ได้มาจากตัวแทนกลุ่มเป้าหมายทั้งหมด  รวมทั้งความเห็นที่ไม่ตรงกันระหว่างเครือข่ายฯกับกลุ่มต่างๆ  แต่ถ้าซอยคนให้ย่อยลงไป  คงจะทำให้เห็นภาพอะไรมากขึ้น
            ประธาน  สรุปว่า  นี่ไงคือความไม่รู้ของชาวบ้าน  ของผู้นำถึงกระบวนการของพวกเรา  ก่อนที่เราจะไปสงขลา  ผมคิดว่าลำปางจะเกิดมิติใหม่  เราคงจะไม่หยุดแค่จบโครงการ  เราคงต้องเดินต่อไป  ทีนี้ก็ต้องทำความเข้าใจกับกรรมการทุกท่านว่างานนี้มันมีกรอบของมันอยู่  ผมก็พยายามที่จะบูรณาการให้มันได้ใช้ประโยชน์  ได้ใช้งบประมาณร่วมกัน  งบประมาณบางตัวก็พยายามหาจากภายนอกเข้ามาเสริม  ทีนี้เราคงต้องบอกกับกลุ่มเป้าหมายทั้ง 5 กลุ่มว่า  เรามีงบประมาณให้กลุ่มละ 20,000 บาท ให้ทำแผนปฏิบัติการให้ครอบคลุม  เดี๋ยวเราก็ส่งเป้าหมายให้กับแต่ละกลุ่มไป
            ผู้วิจัย  ได้กล่าวต่อในส่วนนี้ว่า  เรื่องนี้คงต้องแล้วแต่การบริหารจัดการนะคะ  ยกตัวอย่างเช่น  อ้อมกับพิมพ์ดูแล 3 พื้นที่  คือ  เกาะคา  เถิน  และแม่พริก  เราจะไม่ใช้วิธีการส่งเป้าหมายไปให้แล้วให้เขาจัดการกันเอง  แต่เราจะใช้วิธีเดินลงไปในพื้นที่  พูดคุย  ทำความเข้าใจ  หลังจากนั้นก็ชี้ให้เห็นประเด็น  แล้วให้เขาคิดแผนกันออกมาเอง   สำหรับประธาน  ในฐานะที่ดูแลกลุ่มแม่ทะ  กับ  นาก่วมใต้  จะใช้วิธีการอย่างไรเราไม่ว่ากัน  ตรงนี้ก็คงแล้วแต่กลวิธีของแต่ละคน
            ประธาน  กล่าวต่อไปว่า  เมื่อเราตั้งโจทย์ขึ้นมา 3 โจทย์  คือ  การบริหารจัดการ  การขยายผล  และการเชื่อมประสาน  ซึ่งจะทำอยู่ 3 ระดับ  คือ  ระดับเครือข่าย  ระดับกลุ่ม  และระดับสมาชิก  ทีนี้ในระดับเครือข่าย  ผมเข้าใจในวันนั้นว่ามันจะมีการลงไปประชุมสัญจร  เดี๋ยวจะต้องทำเป็นแผนงาน  โครงการออกมาว่าจะลงไปสัญจรทั้งหมดกี่ครั้ง  ใช้เงินเท่าไหร่  ซึ่งก็คงจะใช้เงินในส่วนของ 70,000 บาท  และในส่วนของกลุ่มที่เป็นพื้นที่เป้าหมาย 5 กลุ่ม  คือ  กลุ่มนาก่วมใต้  กลุ่มป่าตัน  กลุ่มเกาะคา  กลุ่มเถิน  และกลุ่มแม่พริก  อันนี้ก็ต้องมีโครงการที่ชัดเจนว่าจะพัฒนาองค์กรของคุณอย่างไร  แต่แผนที่ออกมาก็ต้องครอบคลุมใน 3 เรื่อง  คือ  กลุ่มต้องมีระบบการบริหารจัดการที่ชัดเจน  กลุ่มต้องมีการขยายผลสมาชิกออกไป  กลุ่มต้องสร้างวินัยให้กับสมาชิก  สำหรับเครือข่ายฯก็จะเอา 5 กลุ่มนี้เป็นต้นแบบ  จะใช้เวทีสัญจรเป็นเป็นที่เรียนรู้   ผมจึงเป็นห่วงเวลาเงิน 70,000 บาทจะไม่พอ  เพราะ  เราต้องเดินทางไปโน่นไปนี่  แต่ก็ไม่ไร ในเมื่อมันเป็นอย่างนี้แล้ว  ก็ต้องดำเนินต่อไป  ต้องเขียนแผนออกมาเพื่อขอใช้งบประมาณ  แผนจะออกมาได้ก็ต้องอยู่ที่คณะกรรมการที่จะบริหารเรื่องนี้  นี่เป็นเรื่องใหญ่นะครับ  แต่พวกเราต้องเข้าใจด้วยว่า  โครงการวิจัยจัดการความรู้นี้มีพื้นที่ปฏิบัติการอยู่ 5 พื้นที่  แต่ละพื้นที่ก็มีการปฏิบัติการที่ไม่เหมือนกัน  แต่มีเป้าหมายเดียวกัน  ผมรับผิดชอบในส่วนของพื้นที่เครือข่าย  กลุ่มนาก่วมใต้  และกลุ่มป่าตัน  เดี๋ยวในส่วนของเครือข่ายฯผมจะเอาคณะกรรมการมานั่งพูดคุย  วางแผนกันดูว่าจะทำอย่างไรเพื่อให้งบประมาณครอบคลุมพวกเรา 
            อ.พิมพ์  เสริมว่า  เงิน 70,000 บาท  มันอาจไม่สามารถ Support ได้อย่างเต็มที่  แต่ก็สามารถช่วยบรรเทาได้  เพราะ  ถึงยังไงมันก็ต้องขับเคลื่อนไป  ดังนั้น  งบประมาณที่ใช้ก็คงต้องมาจากส่วนอื่นด้วย  มาจากส่วนนี้ด้วย  หนุนเสริมกันไป
            ประธาน  สรุปว่า  ทุกคนคงจะเข้าใจตรงกันนะครับ  ทีนี้เวลาขยายกลุ่มก็ต้องได้กลุ่มที่มีประสิทธิภาพด้วย  อย่างตอนนี้เราก็ได้สมาชิกใหม่มาอีก 1 กลุ่ม  คือ  กลุ่มบ้านศรีบุญเรือง  ก็ยังน๊องแน๊งอยู่  เหลืออีก 4 กลุ่ม  เครือข่ายฯจะสร้างอย่างไรให้มีประสิทธิภาพอย่างเถิน  แม่พริก แต่เรื่องนี้ผมไม่ห่วง  เพราะ  เราได้ไปเชื่อมประสานกับงานฟื้นฟูชุมชนท้องถิ่น  เราขยายได้แน่นอนอยู่แล้วอีก 30 ตำบล  คงจะลุยหลังเดือนเมษายน  เพราะ  ติดเลือกตั้ง  แต่พวกเราจะต้องทำความเข้าใจกันก่อนนะครับ  เรื่องเงินเรื่องทองผมไม่อยากให้มีปัญหาเลย  เพราะ  ผมอยู่กับเงินมาตลอด  และผมก็รู้ว่ามีปัญหาทุกครั้งถ้าสตางค์ลงมา  ต่อไปคงจะต้องพยายามบริหารกองทุนสวัสดิการคนทำงานให้มันเกิดขึ้นให้ได้  พร้อมกันนี้ประธานได้มอบหมายให้รองประธานหารือกับกรรมการเครือข่ายฯในเรื่องการวางแผนงาน  โดยตนเองจะลงไปช่วย   สำหรับในส่วนของกลุ่มนาก่วมใต้และกลุ่มป่าตันก็เช่นเดียวกัน  คณะกรรมการจะต้องมาร่วมกันวางแผนในวงเกินกลุ่มละไม่เกิน 20,000 บาท  แต่ถ้าเกิดก็ให้บอกมาทางสภา (สภาเครือข่ายองค์กรชุมชนจังหวัดลำปาง)
            พี่นก  ยุพิน  ถามขึ้นมาว่า  ในเรื่องการขยายผล  ถ้าหากกลุ่มเถินจะไปจัดเวทีการขยายผล  ถ้าใช้งบประมาณเกินกว่า 20,000 บาท  นี้  ให้มาทำเรื่องส่งเครือข่ายฯเพื่อให้เครือข่ายสนับสนุนได้ไหม  เพราะ  อย่างที่ อ.อ้อม  บอกว่า  ในการขยายกลุ่มใหม่  หน้าที่จริงๆเป็นของเครือข่ายฯ  กลุ่มใกล้เคียงทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงช่วยกันจัดเวที  แต่ถ้ากลุ่มเถินพอมีความรู้ในการขยายผล  และช่วยดันตั้งกลุ่มใหม่ได้  โดยที่ทีมงานเครือข่ายฯอาจเข้ามามีส่วนร่วม  แต่แกนหลัก  คือ  ชุมชน  กับคนในพื้นที่ใกล้ๆ  ค่าใช้จ่ายตรงนี้ให้ใช้เงินส่วนไหน  เพราะ  ต้องเกิดค่าใช้จ่ายขึ้นแน่นอน 
            ประธาน  ตอบว่า  ตอนนี้มีงบอยู่ 20,000 บาท  ให้ลองวางแผนดู  แต่ถ้าไม่พอเรามีแผนต่อเชื่อมประสานในส่วนของแผนฟื้นฟูชุมชนท้องถิ่น  ซึ่งจะมีวิทยากรอีกชุดหนึ่งลงไปช่วยในเรื่องการขยายผล  ความจริงพื้นที่เถิน  ตำบลล้อมแรด  ก็มีการวางแผนกันในเรื่องแผนฟื้นฟูชุมชนท้องถิ่น  แต่ทราบว่าเป็นคนละกลุ่มกับกลุ่มวันละบาท  แผนฟื้นฟูชุมชนท้องถิ่น  เป็นของพี่น้องเกษตร  แต่ก็วางเป้าในเรื่องการขยายผลวันละบาทเหมือนกัน  ต้องคุยกันให้ดีนะครับ  พื้นที่บ้านเอื้อมก็มี  ไปในส่วยของอาจารย์กล้า  บ้านป่าตันก็มี  ผมถึงบอกว่าแผนไม่ได้เป็นของเรา  เรื่องการขยายผลสวัสดิการวันละบาท  มันมีงานอยู่หลายหน่วย  หลายจุด  ที่ทำงานในเรื่องนี้  แต่บังเอิญผมไป organize ทั้ง 2 ที่  ผมมีหน้าที่ทำงานโครงการนี้ด้วย  และผมก็เอาโครงการของแผนฟื้นฟูชุมชนท้องถิ่นที่มีงบประมาณอีกทางหนึ่งหนุนเสริมด้วย  เพื่อให้เกิดงาน  ต้องเข้าใจตรงนี้ด้วยนะครับ  แต่อย่างที่เถินบอกว่าจะของบตรงนี้มาได้ไหม  ก็คงต้องมาพูดกับพวกเรา  แต่คงๆไม่ใช่เงินสภา (เงินแผนฟื้นฟูชุมชนท้องถิ่น) เพราะ  เขามีแผนชัดเจนอยู่แล้ว  หลังเลือกตั้งเขาลงลุยเต็มที่อยู่แล้ว  บังเอิญผมอยู่ใน 2 ที่ไง  ผมก็บูรณาการทั้ง 2 ตัวเลย  แต่งบไม่สามารถเอามาใช้กับพวกเราได้  มันมีอีกทีมหนึ่ง  คือ  ทีมจังหวัด 
            ผู้วิจัย  ยกมือขออนุญาตที่ประชุมสรุปเพื่อให้เกิดความเข้าใจตรงกัน 
1.ตอนนี้เรามีงบประมาณอยู่ทั้งหมด 170,000 บาท  กลุ่มเป้าหมาย 5 กลุ่ม  ให้แบ่งงบประมาณกันกลุ่มละ 20,000 บาท  เป็นเงิน 100,000 บาท  ที่เหลืออีก 70,000 บาท  ให้เครือข่ายฯเป็นคนจัดการ  ไม่ว่าจะเป็นการไปประชุมที่ตราด  (ที่ไปมาแล้ว) การไปสงขลา  เวทีสัญจร 5 ครั้ง  รวมทั้งกิจกรรมหนุนเสริมอื่นๆ 
            2.การที่จะมาเบิกงบประมาณได้ต้องทำเป็นโครงการออกมา  อาจทำโครงการออกมาเพื่อขออนุมัติเงินครั้งเดียวเลยก็ได้  เช่น  ไปตราดเป็นจำนวนเงินเท่าใด  ไปสงขลาเท่าใด  ประชุมเครือข่ายฯสัญจรเท่าใด  กิจกรรมอื่นๆเท่าใด    เมื่อนำเงินไปใช้แล้วก็ต้องส่งบิลให้ถูกต้อง  ชัดเจน  ต้องได้ตามเป้าหมายด้วย  สำหรับในส่วนของ 5 กลุ่มเป้าหมาย  ทีมวิจัยทั้ง 3 คน  ใครดูแลพื้นที่ไหนก็ขอให้ไปจัดการทำแผนเพื่อที่จะได้ขออนุมัติงบประมาณ  เพราะ  อ้อมจะเอาแผนไปเสนอต่อทางคณะ  เพราะ  เราเซ็นต์สัญญาในนามคณะ  เราต้องเสนอให้ท่านคณบดีรับทราบ  จะได้ถอนเงินออกมาให้ตามจำนวน  เพื่อที่จะได้ไม่ซ้ำซ้อน  และทุกฝ่ายมีความสบายใจ  แต่ถ้าไม่สามารถทำแผนใช้จ่ายงบประมาณได้ครบตามจำนวนที่ต้องได้รับ  ก็ค่อยๆทำขอมาทีละก้อนก็ได้
            จบลงอย่างสมบูรณ์ค่ะ  สำหรับเรื่องเก็บตกของการประชุมเครือข่ายฯสัญจร  ครั้งที่ 3/2549 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

คำสำคัญ (keywords): uncategorized
หมายเลขบันทึก: 26716
เขียน:
แก้ไข:
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (0)