สมองเรามีประจุไฟฟ้า สมองจึงไม่ต่างอะไรกับเครื่องใช้ไฟฟ้า เมื่อไม่ได้ใช้นาน ๆ ก็พัง ไม่ได้เสียบปลั๊กนาน ๆ ก็เสีย

หากเครื่องใช้ไฟฟ้านั้นใช้บ่อย ๆ ใช้ตลอด ใช้อย่างเป็นประจำ แม้รูปร่างภายนอก (Body) จะเก่า จะล้าสมัย แต่เครื่องยนต์ อุปกรณ์ภายในยัง "เจ๋ง..."

สมองของเราก็เป็นเช่นนั้น ต้องฝึกให้คิด และต้องเป็นการคิดที่ดี

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง "ผู้สูงอายุ" ที่เรามักมองว่า "ไร้ค่า ไร้ประโยชน์"

ลูกหลานเดี๋ยวนี้ มักไม่เชื่อมั่น ไม่ไว้วางใจ "คนแก่" เนื่องด้วยเหตุเพราะตัวเองเรียนสูง จึงคิดว่าตนเองฉลาดกว่า เก่งกว่า

"คนแก่เดี๋ยวนี้เลยไม่ได้คิด..!"

เมื่อไม่ได้คิด ไม่ได้ทำอะไรก็เฉา สมองก็เหี่ยว น้ำในสมองก็น้อย จึงส่งผลให้เป็นประสาทสั่งการนั้นช้าลง ทำให้ร่างกายทรุดโทรมเร็วขึ้น ความจำเสื่อมเร็ว หรือที่เรียกว่าเป็น "อัลไซเมอร์"

เราต้องฝึกสมองของเราให้ "คิดดี" อยู่เสมอ

เราต้องตั้งโจทย์ให้ผู้ใหญ่ในบ้านของเราได้คิด ได้ทำความดีอยู่เสมอ

การทำดีโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน เปรียบได้กับการนำน้ำดีมารดใส่ไว้ในสมอง

การให้ความสำคัญกับผู้สูงอายุนั้นมีความสำคัญมาก

หากท่านได้คิด ได้ทำงาน ได้เสียสละมาก ๆ ท่านจะมี "รอยยิ้ม" ไม่ขี้โกรธ ขี้หงุดหงิด มีความสุข มีความเบิกบาน

เปรียบได้ดั่งดอกไม้ที่สดใส เพราะมีน้ำ มีปุ๋ยมารดอยู่ตลอดเวลา

ลูกหลานต้องตั้งโจทย์ เป็นทั้งคุณเอื้อ คุณอำนวย จัดกระบวนการให้พ่อ แม่ ปู่ ย่า ตา ยาย ได้มีโอกาสคิด ได้มีโอกาสทำ "ทำดี เสียสละ"

เมื่อสมองถูกกระตุ้นด้วยน้ำดี ประจุไฟฟ้าในสมองก็จะปาร์คขึ้นอีกครั้งหนึ่ง

ชีวิตในครอบครัวจะเป็นสุข เพราะผู้ใหญ่ เป็นผู้ใหญ่

หากเราให้ท่านคิดน้อย ทำงานน้อย "ผู้ใหญ่ก็จะกลายเป็นเด็ก" ร่างกาย ความคิด สติ สัมปชัญญะ ก็จะลดน้อย ถดถอยลง

การสร้างกระบวนการฝึกให้ผู้ใหญ่ได้คิด เป็นการทำให้ผู้ใหญ่ยังเป็น "ผู้ใหญ่"

เรามีความรู้มากหลาย ไปอบรม ไปจัดเวทีให้ใครต่อใครมามาก วันนี้อย่าลืมเป็น "วิทยากรกระบวนการ" จัด KM (Knowledge Management) ในบ้าน ในเรือนของตนเอง

World's Cafe มีประโยชน์มากหลาย หากเริ่มที่ตน เริ่มที่บ้านของตน เริ่มที่ "ผู้ใหญ่" ของตน

เวทีชั้นเลิศอยู่ใกล้ตัว ความสุข ความสงบ ความร่มเย็น ของผู้ใหญ่ที่เป็นร่มโพธิ์ ร่มไทร ย่อมอยู่ในกิจกรรมที่เราสร้างสรรค์ไว้ให้ท่าน

ผู้ใหญ่ในวันนี้จักเป็นผู้ใหญ่ที่ดีได้อีกหลายปีในวันหน้า หากเรารู้ค่า และเห็นคุณค่าให้สมราคาว่า "ผู้ใหญ่..."