ได้แต่หวังว่าต้นกล้าเล็ก ๆ เหล่านี้จะมีภูมิคุ้มกันตนเองและพัฒนาเป็น

         ช่วงวันหยุดเสาร์ - อาทิตย์ที่ผ่านมา  ผู้เขียนได้มีโอกาสไปช่วยงาน
ญาติธรรมโดยเป็นวิทยากรอบรมนักเรียน ชั้น ม.๒ โรงเรียนดอนคาวิทยา 
อ.อู่ทอง  จ.สุพรรณบุรี  โดยเข้าค่าย "ต้นกล้าคุณธรรมนำชีวิต"
 
          งานนี้ได้เห็นการให้และแบ่งปันอย่างเป็นรูปธรรมที่สุด กล่าวคือ ครูที่
จัดงาน  คุณครูวิบูลย์  ปานบุญซึ่งเป็นครูที่ปรึกษาของนักเรียน  จำนวน ๔๕ คน  ได้สร้างศูนย์เรียนรู้ ทุ่งบัวนาบุญ ที่บ้านซึ่งมีเนื้อที่กว้างขวางเพื่อสร้างสิ่งดี ๆ ให้สังคม และเขียนโครงการนี้ขึ้นมาเพื่อพัฒนานักเรียนเป็นเวลา ๓ วัน โดยเก็บค่าใช้จ่ายนักเรียนเพียงเล็กน้อย  นอกจากนั้นก็ได้รับการช่วยเหลือด้านต่าง ๆ จาก
ญาติมิตรเป็นส่วนใหญ่

 
           ผู้ที่มาช่วยงานทุกคนซึ่งเป็นญาติธรรม  ต่างมาช่วยกันฟรีหมด  ทั้งแรงกายแรงใจ  ทุ่มกันสุดตัว  ทั้งแม่ครัว  ทั้งพระที่นิมนต์มาจาก อำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี
 
           ผู้เขียนเองได้นำเครื่องฉายโปรเจคเตอร์  โน้ตบุ๊ค ขนไปช่วยเพื่อนด้วยเด็ก ๆ จะได้ไม่เบื่อ  เปิดสื่อนานาสาระธรรมให้เด็กได้วิเคราะห์เรื่อง ผึ้งกับแมลงวัน  ดอกไม้คุณธรรม  และพระคุณแม่ ให้เด็กได้ดู  เด็กสนใจตั้งใจดูเป็นอย่างดี  เสียดายเวลาจำกัด  แล้วก็มีกิจกรรมแน่นจนแทบ ไม่มีเวลาแทรก  แต่คิดว่านักเรียนเหล่านี้อาจได้แนวคิดดี ๆ จากผู้ใหญ่ใจดีมีเมตตา  พี่ ป้า น้า อา   ที่มอบสิ่งดี ๆ ให้โดยไม่หวังผลตอบแทน
 
           ช่วงหนึ่งผู้เขียนเล่าเรื่อง " ...พี่สาวกับน้องชายซึ่งเป็นเรื่องจริงจากเกาหลี  ที่น้องช่วยพี่ตลอด   จนทำให้พี่ต้องน้ำตาซึมถึง ๖ ครั้ง..."
เล่าเสร็จเด็กเงียบกริบ  
ถามเด็กว่ารู้สึกอย่างไร

                 เด็กตอบว่า  "ซึ้ง...ครับ"
                "ซึ้งแล้วยังไงคะ ?" ครูถามต่อ
                "ซึ้งแล้วต้องนำไปนึ่งข้าวเหนียวครับ..."  เด็กอีกคนช่วยตอบ
                    ?????

           เช้าวันอาทิตย์พาเด็กขึ้นยอดเขา        มีบันไดทางขึ้นของวัดที่สร้างพระพุทธรูป บนยอดเขา  บรรยากาศดีมาก  แต่ต้องไต่บันไดขึ้นไปสองร้อยกว่าขั้น  ขึ้นไปเห็นบรรยากาศงดงามมาก  ลมพัด เย็นสบาย ขณะที่
พระอาทิตย์ยามเช้ากำลังโผล่พ้นขอบฟ้าในช่วงเวลาหกนาฬิกาเศษ ๆ ขึ้นไปเพื่อออกกำลังกาย  และสอนเรื่องของการเรียนรู้ต่อสู้ชีวิตที่เต็มไปด้วยอุปสรรค
ขวากหนาม  แล้วก็ร่วมกันร้องเพลง "อยากให้ความรัก.."  และเพลง "ไม่สิ้นคนดี" จนกึกก้องลั่นขุนเขา....


              ตอนสายได้ปลูกฝังคุณธรรมเรื่องจิตอาสา   มีช่วงหนึ่งได้สอนเด็กเรื่อง "ปรัชญาชีวิตของชาวพุทธ ๕ ข้อ" ที่ว่า

                  ๑.การพึ่งผู้อื่น 
 ๒.พึ่งตนเอง ๓.พึ่งพาซึ่งกันและกัน   
๔.เป็นที่พึ่งของผู้อื่น   ๕.ทำนิพพานให้แจ้ง  

             สุดท้าย ถามนักเรียนว่าถ้าจะให้เลือกหนึ่งข้อนักเรียนจะเลือกข้อไหน
เด็กชายคนหนึ่งตอบว่า  "ข้อ ๕ ทำนิพพานให้แจ้งครับ"

              ผู้เขียนรู้สึกแปลกเมื่อได้ยินคำตอบ  คาดไม่ถึงว่าเด็กวัย ๑๔ ปีจะคิดเช่นนี้   ถามว่า ทำไมจึงเลือกข้อนี้
 
              เด็กตอบว่า   "เกิดมาแล้วไม่เห็นมีอะไรดีเลย  เดี๋ยว
ก็ไม่สบาย  เดี๋ยวก็เจ็บป่วยเป็นโน่นเป็นนี่   น่าเบื่อหน่าย...ไม่เกิดดีกว่า"

 
              ฟังแล้วก็รู้สึกอนุโมทนาและให้เพื่อน ๆ ช่วยกันกล่าวคำสาธุดัง ๆ  ที่เด็กมีดวงตาเห็นธรรม

              โครงการนี้ใช้เวลาปลูกฝังคุณธรรมสามวันสองคืน  แม้จะไม่ได้เต็มร้อย  ได้แต่หวังว่าต้นกล้าเล็ก ๆ เหล่านี้จะมีภูมิคุ้มกันตนเองและพัฒนาเป็น
ไม้ใหญ่ให้ร่มเงาแก่ผู้พักอาศัยต่อไปในอนาคต   เพราะไม้ใหญ่อย่างพวกเราต่าง
ร่วงโรยตามกาลเวลา  ต้องอาศัยต้นกล้าเล็ก ๆ ที่จะมาช่วยกันสานต่ออุดมการณ์ทางสังคมให้ต่อเนื่องโดยไม่ขาดสาย........