นวัตกรรมมีความสำคัญต่อการศึกษาหลายประการ ทั้งนี้เนื่องจากในโลกยุคโลกาภิวัฒน์ (Globalization) มีการเปลี่ยนแปลงในทุกด้านอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความก้าวหน้าทั้งด้านเทคโนโลยีและสารสนเทศการศึกษาจึงจำเป็นต้องมีการพัฒนาเปลี่ยนแปลงจากระบบการศึกษาที่มีอยู่เดิม เพื่อให้ทันสมัยต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี และสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป อีกทั้งเพื่อแก้ไขปัญหาทางด้านการศึกษาบางอย่างที่เกิดขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ
     การเปลี่ยนแปลงทางด้านการศึกษาจึงจำเป็นต้องมี
การศึกษาเกี่ยวนวัตกรรมการศึกษาที่จะนำมาใช้
เพื่อแก้ไขปัญหาทางด้านการศึกษาในบางเรื่องเช่น
ปัญหาที่เกี่ยวเนื่องกับจำนวนผู้เรียนที่มากขึ้น 
การพัฒนาหลักสูตรให้ทันสมัยการผลิตและพัฒนาสื่อใหม่
ขึ้นมาเพื่อตอบสนองการเรียนรู้ของมนุษย์ให้เพิ่มมากขึ้น
ด้วยระยะเวลาที่สั้นลงการใช้นวัตกรรมมาประยุกต์ใน
ระบบการบริหารจัดการด้านการศึกษา ก็มีส่วนช่วยให้การใช้ทรัพยากรการเรียนรู้เป็นไปอย่าง
มีประสิทธิภาพเช่น เกิดการเรียนรู้ด้วยตนเอง
             กล่าวโดยสรุปนวัตกรรมการศึกษาเกิดขึ้นตามสาเหตุใหม่ ๆ ดังต่อไปนี้
            ๑.การเพิ่มปริมาณของผู้เรียนในระดับชั้นประถมศึกษาและมัธยมศึกษาเป็นไปอย่างรวดเร็ว
ทำให้นักเทคโนโลยีการศึกษาต้องหานวัตกรรมใหม่ๆ มาใช้ เพื่อให้สามารถสอนนักเรียนได้มากขึ้น
            ๒.การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีเป็นไปอย่างรวดเร็วการเรียนการสอนจึงต้องตอบสนองการเรียนการสอบแบบใหม่
ที่ช่วยให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้เร็วและเรียนรู้ได้มากในเวลาจำกัดนักเทคโนโลยีการศึกษาจึงต้องค้นหานวัตกรรมมาประยุกต์ใช้เพื่อ
วัตถุประสงค์นี้
            ๓.การเรียนรู้ของผุ้เรียนมีแนวโน้มในการเรียนรู้ด้วยตนเองมากขึ้นตามแนวปรัชญาสมัยใหม่ที่ยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง
นวัตกรรมการศึกษาสามารถช่วยตอบสนองการเรียนรู้ตามอัตภาพตามความสามารถของแต่ละคน เช่นการใช้คอมพิวเตอร์ช่วยสอน
Computer Assisted Instruction หรือ CAI การเรียนแบบศูนย์การเรียน เป็นต้น 
            ๔.ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีสารสนเทศและเทคโนโลยีโทรคมนาคมมีส่วนผลักดันให้มีการใช้นวัตกรรมการศึกษา
เพิ่มมากขึ้นเช่นเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ทำให้คอมพิวเตอร์มีขนาดเล็กลงแต่มีประสิทธิภาพสูงขึ้นมากเทคโนโลยีเครือข่ายคอมพิวเตอร์
และอินเตอร์เน็ตทำให้เกิดการสื่อสารไร้พรมแดน  นักเทคโนโลยีการศึกษาจึงคิดค้นหาวิธีการใหม่  ในการประยุกต์ใช้ระบบเครือข่าย
คอมพิวเตอร์เป็นฐานในการเรียนรู้ที่เรียกว่า "Web-based learning" ทำให้สามารถเรียนรู้ในทุกที่ทุกเวลาสำหรับทุกคน (Any where,Any 
time for Everyone) การใช้คอมพิวเตอร์ในปัจจุบันเป็นไปอย่างกว้างขวางในวงการศึกษาคอมพิวเตอร์มิใช่เพียงแต่สิ่งอำนวยความสะดวก
ในสำนักงานเท่านั้น  แต่ยังใช้เป็นสื่อหรือเป็นเครื่องมือสร้างสื่อได้อย่างสวยงาม  เหมือนจริงและรวดเร็วมากกว่าก่อนนักเทคโนโลยีการ
ศึกษาจึงศึกษาวิจัยบทบาทของนวัตกรรมทางด้านการผลิตและการใช้สื่อใหม่  ตามศักยภาพของเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ที่เพิ่มมากขึ้น
 เช่น คอมพิวเตอร์กราฟิกระบบมัลติมีเดีย  วีดีโอออนดีมานด์ (Video-on-Demand) การประชุมทางไกล (Teleconference) อี-เลินนิ่ง 
(e-learning)  อี-เอ็ดดูเคชั่น (e-Education) เป็นต้น 
คำว่า เทคโนโลยีหมายถึง การประยุกต์เอาความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์ความจริงเกี่ยวกับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 
มาทำให้เกิดประโยชน์ต่อมวลมนุษย์เทคโนโลยีจึงเป็นวิธีการในการสร้างมูลค่าเพิ่มของสิ่งต่างๆให้เกิดประโยชน์มากยิ่งขึ้น สำหรับ
สารสนเทศ หมายถึงข้อมูลที่เป็นเรื่องเกี่ยวข้องกับความจริงของคน สัตว์ สิ่งของทั้งที่เป็นรูปธรรมและนามธรรม หากมีการจัดเก็บ
รวบรวม เรียกค้น และสื่อสารระหว่างกันนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้ สารสนเทศมีความหมายที่กว้างไกลซึ่งนักเรียนจะได้เรียนเพิ่มเติม
ต่อไป
               เทคโนโลยีสารสนเทศ(Information Technology : IT)หมายถึงการนำเทคโนโลยีมาใช้สร้างข้อมูลเพิ่มให้กับสารสนเทศ
ทำให้สารสนเทศมีประโยชน์และใช้งานได้กว้างขวางมากขึ้นเทคโนโลยีสารสนเทศรวมไปถึงการใช้เทคโนโลยีด้านต่างๆ ที่จะรวบรวม 
จัดเก็บใช้งานส่งต่อ หรือสื่อสารระหว่างกันเทคโนโลยีสารสนเทศเกี่ยวข้องโดยตรงกับเครื่องมือเครื่องใช้ในการจัดการสารสนเทศ
ได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์รอบข้างขั้นตอนวิธีการดำเนินการซึ่งเกี่ยวข้องกับซอฟต์แวร์ เกี่ยวข้องกับตัวข้อมูลเกี่ยวกับ
บุคลากรเกี่ยวข้องกับกรรมวิธีการดำเนินงานเพื่อให้ข้อมูลเกิดประโยชน์สูงสุด
              การจัดการข้อมูลที่เป็นฐานข้อมูลจะเป็นระบบสารสนเทศที่มีประโยชน์ซึ่งจะนำไปช่วยงานด้านต่าง ๆ อย่างได้ผล
ระบบข้อมูลที่สร้างเพื่อใช้ในบริษัทจะเป็นระบบฐานข้อมูลของกิจกรรมที่เกิดขึ้นเพื่อแสดงสารสนเทศที่เป็นจริงของบริษัท
สามารถนำข้อเท็จจริงนั้นไปวิเคราะห์และนำผลลัพธ์ไปประกอบการตัดสินใจของผู้บริหารเพื่อการวางแผนและกำหนดนโยบาย
การจัดการต่าง  ในปัจจุบันการนำคอมพิวเตอร์ไปใช้งานของประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกจะอยู่ที่การใช้สารสนเทศเป็นส่วนใหญ่ 
แนวโน้มของระบบจัดการข้อมูลของยุคนี้จะเริ่มเปลี่ยนจากระบบงานการประมวลผลแบบกลุ่มมาเป็นระบบตอบสนองทันที 
ที่เรียกว่าการประมวลผลแบบเชื่อมตรง (online processing) 
                อินทราเน็ต เอ็กซ์ทราเน็ต และอินเทอร์เน็ต(Intranets, Extranets and the Internet)
นิยามแนวความคิดของอินทราเน็ตโดยเน้นวิธีการที่อินทราเน็ตสัมพันธ์กับอินเทอร์เน็ตและเอ็กซ์ทราเน็ตได้อย่างไร
อินทราเน็ตเป็นเครือข่ายภายในองค์กรที่ใช้เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ต ( เช่นเว็บบราวเซอร์และแม่ข่าย โพรโตคอลเครือข่าย 
TCP/IPการจัดพิมพ์เอกสารสื่อหลายมิติและฐานข้อมูล เป็นต้น)เพื่อสร้างสิ่งแวดล้อมให้เหมือนอินเทอร์เน็ตภายในองค์กร 
เพื่อการแบ่งปันสารสนเทศการติดต่อสื่อสาร ความร่วมมือ และการสนับสนุนกระบวนการทางธุรกิจอินทราเน็ตได้รับการป้องกัน
ด้วยมาตรการความปลอดภัย เช่น รหัสผ่าน (Password)การเข้ารหัส (Encryption) หรือต้านกันการบุกรุก (Firewall)
ดังนั้นเฉพาะผู้ใช้ที่ได้รับสิทธิเท่านั้นจึงจะสามารถเข้าถึงได้อินทราเน็ตขององค์กรสามารถเข้าถึงได้โดยลูกค้า ผู้ขาย
และหุ้นส่วนทางธุรกิจจากการเชื่อมด้วยเอ็กซ์ทราเน็ต 
           การประยุกต์ใช้อินทราเน็ต (Applications of Intranets) บริษัทต่างๆใช้เทคโนโลยีอินทราเน็ตเพื่อการสืบค้นข้อมูล
เป็นเครื่องมือความร่วมมือ เก็บประวัติส่วนตัวของลูกค้า เชื่อมต่อไปยังอินเทอร์เน็ตและคิดว่าการลงทุนในอินทราเน็ตเป็นเรื่องพื้นฐาน
เหมือนการติดตั้งโทรศัพท์ให้แก่พนักงานบริษัทเช่น Netscape Communication และโปรแกรมประยุกต์อินทราเน็ตอื่นๆ ถูกจัดกลุ่ม
ในด้านการใช้บริการแก่ผู้ใช้ซึ่งบริการเหล่านี้ทำได้โดยใช้บราวเซอร์ของอินทราเน็ตและซอฟต์แวร์แม่ข่ายหรือกรุ๊ปแวร์ (Groupware) 
ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของซอฟต์แวร์อินทราเน็ตของบริษัท                                                                                                                
              การสื่อสารและความร่วมมือ( Communications and Collaboration)อินทราเน็ตสามารถปรับปรุงการติดต่อสื่อสาร
และความร่วมมือภายในองค์กร เช่นสามารถใช้บราวเซอร์อินทราเน็ตและสถานีปลายทาง เพื่อส่งและรับไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์
ไปรษณีย์เสียง โทรศัพท์ติดตามตัวและโทรสารเพื่อติดต่อสื่อสารกับบุคคลอื่นภายในองค์กรและภายนอกผ่านอินเทอร์เน็ต
และเอ็กซ์ทราเน็ตสามารถใช้คุณสมบัติของกรุ๊ปแวร์อินทราเน็ตในการปรับปรุงความร่วมมือของทีมและโครงการเช่น 
กลุ่มหรือชุมชนสนทนา ห้องพูดคุย และการประชุมทางวีดีทัศน์และเสียง
        งานสิ่งพิมพ์บนเว็บ(Web Publishing)ความได้เปรียบของการพัฒนาและจัดพิมพ์เอกสารสื่อประสมเชื่อมโยงหลายมิติให้เป็น
ฐานข้อมูลสื่อหลายมิติที่สามารถเข้าถึงบนแม่ข่ายWorld Wide Webทำให้ไปสู่อินทราเน็ตขององค์กร ความง่าย ความสวยงาม
น่าสนใจต้นทุนที่ต่ำของการจัดพิมพ์และการเข้าถึงสารสนเทศธุรกิจสื่อประสมภายในผ่านเว็บไซท์อินทราเน็ตเช่น ผลิตภัณฑ์
สารสนเทศไม่ว่าจะเป็นจดหมายข่าวของบริษัท การวาดภาพทางเทคนิคและสารบัญแฟ้มผลิตภัณฑ์สามารถจัดพิมพ์ได้ในหลายๆ
รูปแบบ รวมทั้งหน้าเว็บสื่อหลายมิติไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ การแพร่สัญญาณของเน็ตและบางส่วนของโปรแกรมประยุกต์ธุรกิจ
ที่พัฒนาขึ้นภายใน บราวเซอร์ซอฟต์แวร์อินทราเน็ตแม่ข่ายและเครื่องมือค้นหาช่วยนำทางและหาที่ตั้งของสารสนเทศธุรกิจที่ต้องการ
ได้โดยง่าย
                 การดำเนินธุรกิจและการจัดการ(Business Operations and Management)อินทราเน็ตถูกใช้เป็น
ฐานงาน (
Platform)สำหรับการพัฒนาและนำมาใช้กับโปรแกรมประยุกต์ธุรกิจเพื่อสนับสนุนการดำเนินธุรกิจและการตัดสินใจด้านการจัดการ
ระหว่างองค์กร
เช่น หลายๆบริษัทกำลังพัฒนาโปรแกรมประยุกต์ให้ตรงตามความต้องการ เช่นการประมวลผลการสั่งซื้อ การควบคุม
สินค้าคงคลัง การจัดการการขายและระบบสารสนเทศสำหรับผู้บริหาร ซึ่งสามารถนำมาใช้บนอินทราเน็ต เอ็กซ์ทราเน็ตและ
อินเทอร์เน็ตโปรแกรมประยุกต์หลายโปรแกรมได้ถูกออกแบบเพื่อต่อประสานและเข้าถึงฐานข้อมูลของบริษัทและระบบ
เทคโนโลยีเดิมซอฟต์แวร์ที่ธุรกิจใช้งานเหล่านั้น เรียกว่า แอปเพล็ต (Applet)หรือครอสแวร์(Crossware)ถูกติดตั้งบนแม่ข่าย
อินทราเน็ตพนักงานภายในบริษัทหรือหุ้นส่วนทางธุรกิจภายนอกสามารถเข้าถึงและใช้โปรแกรมประยุกต์เหล่านั้นโดยผ่านเว็บบราวเซอร์
จากที่ใดก็ได้บนเครือข่าย