ปีนี้เครือข่าย KM เบาหวาน ได้แรงยุจาก นพ.สมเกียรติ โพธิสัตย์ และ นพ.อนุวัฒน์ ศุภชุติกุล ที่หาทุนมาให้เราและเครือข่าย TCEN ขยายขอบเขตการทำงานจากเบาหวานไปความดันโลหิตสูงด้วย รวมทั้งขยายเครือข่ายให้กว้างขวางครอบคลุมทุกภูมิภาค ทุกวันนี้เรามี node อยู่ในทุกภูมิภาคแล้ว และมีการจัดตลาดนัดความรู้ระดับภูมิภาค
ภาคอีสานดำเนินการไปแล้วเมื่อ ๑๙-๒๐ พฤษภาคม ๒๕๕๒ ที่ขอนแก่น ภาคใต้กำลังจะจัดในวันที่ ๑๕-๑๖ มิถุนายน ๒๕๕๒ ที่กระบี่ ต่อด้วยภาคเหนือ วันที่ ๑๗-๑๘ มิถุนายน และปิดท้ายด้วยภาคกลาง+ภาคตะวันออก วันที่ ๒๙-๓๐ มิถุนายน ที่กรุงเทพ
สำหรับการประชุมมหกรรม KM ที่เราจัดต่อเนื่องมาทุกปีนั้น คุณหมอสมเกียรติบอกว่าจัดงานประชุม ๕๐๐ คนมา ๒ ปีแล้ว ปีนี้ขยับเป็น ๑,๐๐๐ คนน่าจะเหมาะ งานจะมีระหว่างวันที่ ๓-๔ สิงหาคม ๒๕๕๒ ที่อิมแพค เมืองทองธานี หวังว่าจะได้พบปะกับแฟนๆ ของเครือข่าย KM เบาหวานอีกเช่นเคย (ดูกำหนดการได้ www.ha.or.th)
จำนวนคนประชุมเพิ่ม สถานที่เปลี่ยน เราจึงต้องปรับรูปแบบของกิจกรรมใหม่ ช่วยกันคิดมาหลายรอบ รับรองว่ามีสาระน่าสนใจ ได้ประโยชน์สำหรับคนทำงาน นพ.นิพัธ กิตติมานนท์ แกนนำของเครือข่ายบอกว่าใครมางานนี้จะได้ครบทุกอย่าง มีทั้งความรู้ Explicit และ Tacit ได้พบทั้งนักปฏิบัติและนักวิชาการ เนื้อหาครอบคลุมครบถ้วนทั้งการดูแลในชุมชน โรงพยาบาลเล็ก โรงพยาบาลใหญ่
เช้าวันนี้ดิฉันมีนัดคุยกับคุณธวัช หมัดเต๊ะ ที่ สคส. ตั้งแต่ ๗ น.กว่าๆ เพื่อหารือกิจกรรมในส่วนที่เป็นสาระของ KM ได้รับทราบว่าทีม สคส. นำโดย ดร.ประพนธ์ ผาสุขยืด เตรียมเรื่องราวใหม่ๆ ไม่ซ้ำกับที่ใดให้ผู้เข้าประชุมได้เรียนรู้ อยากรู้เทคนิควิธีการการสร้างความเปลี่ยนแปลง ต้องไม่พลาดห้องของ สคส. ในบ่ายวันที่ ๓ สิงหาคม ๒๕๕๒
สายหน่อยเราคุยกับทีมงานบริษัทจินตนาการเรื่องการทำ VDO เปิดงาน Theme ที่เราคิดจุดประกายมาจาก “เรื่องเล่าเร้าพลัง” ที่สมาชิกนำมา ลปรร. ระหว่างกัน เมื่อดูสาระก็สอดคล้องไปกับ Theme ของการประชุม ตัวอย่างมีอยู่ที่ไหนบ้าง เน้นความเป็นจริง ไม่มีการแต้มเติมเสริมแต่ง เราอยากให้เรื่องราวเรียงร้อยเชื่อมโยงมาตั้งแต่เกิดเครือข่าย
การเตรียมการยังมีรายละเอียดอีกมาก ในวันอาทิตย์ที่ ๗ มิถุนายน นี้ ทีมแกนนำจะมีการประชุมกันอีกครั้ง
วัลลา ตันตโยทัย
อ่านรายงานกิจกรรมที่ลำดับมาอย่างน่าสนใจก็ขออนุโมทณาบุญที่งร่วมกระทำในการนี้
แต่จะมีคนไข้ส่วนหนึ่งซึ่งเป็นจำนวนมากที่ไม่มีโอกาสได้รับการดูแล อาจจะเป็นเพราะความไม่ใส่ใจ ความประมาทหรือการดำรงชีวิตประจำวัน ทำให้เขาอยู่นอกการดูแลจากเจ้าหน้าที่
เมื่อปีที่แล้วทางกระทรวงงสาธารณสุขได้จัดโครงการคัดกรองผู้ป่วยโรคความดันโลหิตให้ อสม. ไปทำการตวจวัดความดันโลหิต
อสม. ได้ไปทำการตรวจวัดอย่างมิใช่มืออาชีพ
ทำการตรวจวัดเพียงครั้งเดียวก็บอกว่าเป็นโรคความดันโลหิต(ซึ่งผิด)
ปรากฎว่าชาวบ้าน(ในประเทศไทยเท่านั้น)วิ่งไปซื้อหายาความดันโลหิตมารักษากันเอง
เพราะชาวบ้านกลุ่มนี้ขี้เกียจไปหาหมอ ชาวบ้านลักษณะนี้มีอยู่ทุกชุมชน
เรียนคุณสมบัติ ขอบคุณที่ให้ความสนใจ ขอรับขัอมูลที่คุณสมบัติเสนอมา ดิฉันจะแจ้งให้สมาชิกเครือข่ายพึงระวังในการทำงานค่ะ