...

 [ Wikipedia ]

ภาพที่ 1: แผนที่อียิปต์ > Thank [ Wikipedia ]

อียิปต์มีขนาดประเทศ = 1.95 เท่าของไทยหรือเกือบๆ 2 เท่า (1,002,450:513,115 ตารางกิโลเมตรตามลำดับ) ประชากร 76 ล้านคน = 1.2 เท่าของไทย (ไทย = 63.04 ล้านคน) [ Wikipedia ]

...

อียิปต์เป็นประเทศที่มีรายได้พิเศษ คือ การท่องเที่ยว น้ำมัน ค่าผ่านคลองสุเอซ (เห็นได้จากในภาพ - ต่อไปเมืองไทยอาจจะมีถ้าขุดคอคอดกระ) และส่งออกแรงงาน (แรงงานต่างด้าว) พอๆ กัน

แรงงานต่างด้าวที่อียิปต์ส่งออกไม่ได้มีเพียงแรงงานทั่วไป ทว่า... ส่งออกหมอไปทำงานต่างประเทศด้วย โดยเฉพาะส่งไปซาอุดีอารเบีย ประเทศร่ำรวยๆ ในตะวันออกกลาง และยุโรป

...

คนไข้รายหนึ่งมีแผลผ่าตัดที่ท้องเป็นรูปโค้ง... แผลผ่าตัดแบบนี้รู้เลยว่า ไม่ได้ผ่าในไทย ถามไถ่ดูได้ความว่า ไปทำงานที่ซาอุดีอารเบียมา พลาดท่าอย่างไรไม่ทราบ... เกิดอุบัติเหตุรถยนต์ สลบไป

ท่านเล่าว่า หมออียิปต์เล่นผ่าสดๆ เลย ไม่ได้วางยาสลบ ทว่า... ฝีมือดีมาก รอดตายมาได้อย่างน่าอัศจรรย์ ต้องขอขอบพระคุณอาจารย์หมออียิปต์มา ณ ที่นี้

...

 [ UArkansas ]

ภาพที่ 2: แผนที่อียิปต์ > Thank [ UArkansas ]

แผนที่ตะวันออกกลางมีประเทศมหาอำนาจที่ควรจำให้ได้โดยจำเรียงกันแนวนอนได้แก่ ซาอุดีอารเบีย, อิรัก, อิหร่าน

...

ประเทศมหาอำนาจขนาดเล็กแบบจิ๋วแต่แจ๋ว คือ อิสราเอล อยู่ติดกับอียิปต์ ซึ่งอียิปต์ชิงเซ็นต์สัญญาสันติภาพ ทำให้อียิปต์ปลอดภัย ทำการท่องเที่ยว ไม่ต้องห่วงสงครามมาจนทุกวันนี้

มหาอำนาจในภูมิภาคนี้ที่อยู่เหนือขึ้นไป คือ ตุรกี... แต่ก่อนเป็นอาณาจักรออตโตมัน ใหญ่พอๆ กับจีน อินเดีย ยุโรป

...

ทว่า... อาณาจักรนี้ไปได้ไม่ไกล เนื่องจากพัฒนาอักษรตัวเขียนได้ช้ากว่า และไม่ส่งเสริมให้ประชากรอ่านออกเขียนได้

ไม่เหมือนจีนที่มีการสอบจอหงวนมานาน... ประเพณีนี้ทำให้เกิดการแข่งขันกันเล่าเรียนอ่านเขียนทั้งประเทศ (คล้ายๆ กับที่เด็กวัยรุ่นเนปาลต้องแข่งกันสอบเป็นทหารกูรข่า) ทำให้จีนรวมทั้งญี่ปุ่น เกาหลีมีกลุ่มปัญญาชนมานานนับพันๆ ปีแล้ว

...

ส่วนยุโรปนั้นก้าวไปเร็วที่สุด เนื่องจากปฏิวัติอุตสาหกรรมและทำแท่นพิมพ์ได้ก่อน ทำให้เป็นมหาอำนาจได้ตั้งแต่ก่อนสงครามโลกครั้งที่ 1

ประเทศแถบตะวันออกกลางเป็นมหาอำนาจในประวัติศาสตร์มาก่อนหลายชาติ... อียิปต์เองก็เป็นมหาอำนาจ สร้างปีระมิดมากไปจนอาณาจักรล่มสลาย ซึ่งไปคล้ายกับการล่มสลายของชาติอื่นๆ คือ มักจะล่มสลายหลังการก่อสร้างโครงการยักษ์ (megaproject) ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้

...

ทว่า... คนอียิปต์ยุคนี้กลับได้ประโยชน์จากการท่องเที่ยว และจะได้ประโยชน์นี้ไปอีกอย่างต่ำหลายพันปี

ถ้าสร้างของชิ้นเล็กๆ... มหาอำนาจที่บุกอียิปต์ เริ่มจากนโปเลียนจนถึงอังกฤษอาจจะปล้นขนกลับประเทศไปหมด

...

ขนาดของชิ้นใหญ่ๆ อย่างเสาหินโอเบลิส (เสา 4 เหลี่ยมคล้ายๆ เสาไฟฟ้าแต่โตกว่า)... ยังขนไปได้หลายต้น

...

 [ flickr ]

ภาพที่ 3: น้องอูฐกับปีระมิด > Thank [ flickr ] , [ Xavier Fargus ]

...

 [ flickr ]

ภาพที่ 4: บ่ายๆ ไปล่องเรือที่แม่น้ำไนล์สบายๆ สไตล์อียิปต์ > Thank [ flickr ] , [ Xavier Fargus ]

...

 [ nytimes ]

ภาพที่ 5: ฟันและกระดูกขากรรไกรจากโครงกระดูกคนยุคก่อนประวัติศาสตร์ในอินเดีย > Thank nytimes

เรื่องของเรื่องคือ ตอนแรกผู้เขียนรีบร้อนอ่าน ไม่ทันดูรายละเอียด พอเห็นอะไรๆ ที่ดูเป็นมัมมี่ก็นึกถึงอียิปต์ แต่จริงๆ ไม่ใช่เรื่องนี้พบซากคนโบราณทางตอนเหนือของอินเดีย เลยปล่อยไก่ไปหลายตัว เรียนขออภัยท่านผู้อ่านมา ณ ที่นี้ครับ 

... 

   [ topnews.in ]

ภาพที่ 6: > แผนที่อินเดียแสดงเมืองหลวง "เดลี (New Delhi)" > Thank [ topnews.in ]

อินเดียมีรูปคล้ายสี่เหลี่ยมตะแคงแบบรูปว่าว แผนที่ตรง "จัมมู-แคชเมียร์" นั้นยังตกลงกันไม่ได้... อินเดียรบกับปากีสถานแย่งกันมาแล้ว ส่วนนี้จีนฮุบไปนิดหน่อย ไม่มีใครกล้าว่าอะไร เพราะจีนเป็นมหาอำนาจตัวจริง

...

เว็บไซต์หนังสือพิมพ์ '[ topnews.in ]' ของอินเดียก้าวไปไกลมาก คือ มีการทำแผนที่และชี้ตำแหน่งไว้อย่างดี

ขอให้สังเกตเส้นสีฟ้าด้านบนของอินเดีย คือ ลุ่มแม่น้ำคงคา-ยมุนา ซึ่งเป็นถิ่นอารยธรรมมาแต่ครั้งโบราณ เมืองสำคัญทางพระพุทธศาสนาและศาสนาฮินดูจะอยู่ในลุ่มแม่น้ำนี้เป็นส่วนใหญ่

...

 [ WorkingAbroad ]

ภาพที่ 7: แผนที่รัฐราจาสถานหรือราชาสถาน ซึ่งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของอินเดีย > Thank [ WorkingAbroad ]

ประวัติศาสตร์อินเดียมีการติดต่อกับต่างประเทศทางบกมากกว่าทางเรือ โดยเฉพาะผ่านทางตะวันตกเฉียงเหนือ... เวลาค้าขายก็ไปๆ มาๆ ทางนี้ เวลาต่างชาติบุก (อเล็กซานเดอร์มหาราชจากกรีก หรืออาหรับ) ก็บุกมาทางนี้ เนื่องจากด้านนี้ไม่มีกำแพงธรรมชาติ (น่านน้ำหรือภูเขา) กั้นไว้

...

......................................................................................

นักวิทยาศาสตร์ค้นพบลักษณะของโรคเรื้อน (leprosy) ในโครงกระดูกอายุประมาณ 4,000 ปีในเมืองบาลาตัล (Balathal) ซึ่งอยูใกล้เมืองอุไทปู้ร์ (Udaipur; Udai = อุได = อุทัย = พระอาทิตย์ขึ้น; pur = ปุระ = เมือง) รัฐราจาสถาน (Rajasthan; Raja = ราจา = ราชา; sthan = สถาน = ที่อยู่) ทางตะวันตกเฉียงเหนือของอินเดีย

เมืองมาลาตัลเป็นเมืองใหญ่ชายขอบ (ชายแดน) ในยุค 'Indus (or Harappan) Civilization' ช่วงปี 3700-1800 ก่อนคริสตกาล (B.C.)

... 

การค้นพบนี้สนับสนุนสมมติฐานของนักประวัติศาสตร์ที่ว่า โรคเรื้อนน่าจะเกิดในอินเดีย และส่งออกไปยังยุโรปประมาณ 400 ปีก่อนคริสตกาล (4th century B.C.)

มีความเป็นไปได้ว่า มีการค้าขายระหว่างอินเดีย-ยุโรปในช่วงนั้น ซึ่งเป็นช่วงสั้นๆ ก่อนกองทัพอเล็กซานเดอร์มหาราชบุกอินเดีย ซึ่งบุกได้ไม่นานก็ตาย ทิ้งทหารไว้ในอินเดียมากมาย และน่าจะเป็นที่มาของลูกหลานที่เป็นตำนานของพระคัมภีร์อรรถกถามิลินทปัญหา

...

ท่านอาจารย์เกวน รอบบินส์ (Gwen Robbins) นักมานุษยวิทยาและคณะ แห่งมหาวิทยาลัยแอพพาลาเชียน สเตท (Appalachian State U) ร่วมกับทีมจากวิทยาลัยเดคคาน เมืองปูเน่ (Deccan College, Pune) อินเดีย ตรวจสอบลักษณะกะโหลกพบว่า เข้ากับรอยโรคเรื้อน (ตีพิมพ์ใน PLoS)

อ.รอบบินส์กล่าวว่า เรื่องนี้ตรงกับคัมภีร์บทสวดสันสกฤตที่ชื่อ "อรรถวะ เวท (Atharva Veda)" ซึ่งเขียนในช่วงก่อนคริสตกาล 1550 ปี (1550 B.C.) ที่กล่าวถึงโรคเรื้อน

...

(ถ้านำปีนี้ คือ ค.ศ. 2009 + จำนวนปีก่อนคริสตกาล = จำนวนปีย้อนหลังนับจากปีนี้ เช่น 1550+2009 = 3559 ปีก่อน)

ข้อมูลจากคัมภีร์นี้ทำให้แนวคิดของชาวตะวันตกที่ว่า โรคเรื้อนเกิดประมาณ 600 ปีก่อนคริสตกาลไม่น่าจะจริง

...

ปี 2549 นักวิทยาศาสตร์ทำการศึกษารหัสพันธุกรรม หรือ DNA ของโรคเรื้อนพบว่า เป็นแบบเดียวกัน (single clone) ทั้งโลก แต่การขาดตัวอย่างเชื้อทำให้บอกไม่ได้ว่า โรคนี้ระบาดมาจากทางตะวันตกของอาฟริกาเมื่อ 50,000 ปีก่อน หรือมาจากอินเดียก่อน

นักวิทยาศาสตร์อีกกลุ่มหนึ่งเชื่อว่า โรคนี้ติดต่อกันได้ยาก จึงต้องอาศัยช่วงที่คนเราเริ่มอยู่เป็นชุมชนเมือง ซึ่งน่าจะเริ่มระบาดประมาณ 3,000 ปีก่อนคริสตกาล และกระจายไปทั่วโลกผ่านเส้นทางการค้า

...

อาจารย์เฮเลน ดี. โนโนกิว (Helen D. Donoghue) ผู้เชี่ยวชาญโรคติดเชื้อแห่งมหาวิทยาลัยคอลเลจ ลอนดอนกล่าวว่า องค์ความรู้ใหม่นี้สนับสนุนทฤษฎีที่ว่า กองทัพของอเล็กซานเดอร์นำโรคเรื้อนกลับมาจากอินเดีย และแพร่ไปในยุโรป

อ.ซามูเอล มาร์ค (Samuel Mark) นักมานุษยวิทยาแห่งมหาวิทยาลัยเท็กซัส A&M ตีพิมพ์ข้อคิดเห็นในปี 2545 ว่า โรคเรื้อนน่าจะมีเส้นทางเดินเข้ายุโรปผ่านกองเรือทาสจากอินเดียไปอียิปต์ และเชื้อกระจายไปยุโรปตามเส้นทางการค้ามากกว่าไปกับกองทัพอเล็กซานเดอร์

...

อ.ดร.รอบบินส์กล่าวว่า วิธีพิสูจน์สมมติฐานขั้นต่อไปคือ สกัด DNA ออกจากโครงกระดูกให้ได้

ช่วง 4,000 ปีก่อน (ช่วงที่พบเชื้อโรคเรื้อน) เป็นช่วงที่ตรงกับช่วงปลายของยุค 'Indus Civilization' (2000 B.C.) ซึ่งยุคนั้นอินเดียมีความเจริญรุ่งเรืองเป็นเมืองใหญ่มาก่อน

...

โรคเรื้อนต่อโดยการสัมผัสใกล้ชิด ผ่านการสัมผัสละอองฝอย (droplets) จากจมูกทางการไอ-จาม หรือสัมผัสแผลที่มีรอยถลอกหรือมีหนองโดยตรง [ โรคเรื้อน-1 ] , [ โรคเรื้อน-2 ] , [ โรคเรื้อน-3 ] , [ โรคเรื้อน-4 ]

โรคนี้มีโครงสร้างคล้ายวัณโรค แต่ติดต่อกันได้ยากกว่ามาก ส่วนใหญ่จะติดต่อจากการอยู่ใกล้ชิดกันนานๆ จึงมักจะแพร่กันในครอบครัวหรือชุมชนเป็นหลัก

...

สมัยก่อนมีการเนรเทศ ขับไล่คนที่เป็นโรคเรื้อนออกไปนอกเมือง สมัยนี้มียาดีที่รักษาได้ในเวลาสั้นประมาณ 6 เดือนคล้ายๆ กับวัณโรค แต่โอกาสหายมีมากทีเดียว (ถ้าไม่มีเชื้อ HIV หรือเชื้อโรคเอดส์)

...

 [ LeprosyM ]

ภาพที่ 8: แผนที่โลกแสดงความชุกของโรคเรื้อน [ หน่วยต่อประชากรแสนคน; แต้มสีเขียว = น้อยกว่า 1; สีฟ้า = 1-9; สีม่วง = 10-30 ] > Thank [ leprosymission ]

ประเทศมหาอำนาจด้านโรคเรื้อนของโลกจากซ้ายไปขวา คือ อเมริกาใต้ (บราซิล, ปารากวัย); อาฟริกา(มีหลายประเทศ); เอเชียใต้(เนปาล บังคลาเทศ และทางตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดีย) โรคนี้เป็นโรคของ "คนจน" (พบมากเฉพาะเขตที่มีคนจนอยู่กันหนาแน่น)

...

 [ ColoEdu ]

ภาพที่ 9: แผนที่โลกแสดงความชุกของโรคเรื้อน [ หน่วยต่อประชากรแสนคน; สีแดง = 5-15; สีแสด = 3-5; สีเขียว = 1-3; สีเหลือง = 0.1-1; สีน้ำตาล = 0 ] > Thank [ colostateedu ]

ไล่จากซ้ายไปขวา > ประเทศที่เป็นมหาอำนาจ(สีแดง)ได้แก่ บราซิล, อาฟริกา (กินี, กาบอง, โมแซมบิค, มาดาร์กัสการ์), เนปาล, อินเดีย

...