เบื้องหลังแห่งความปรารถนาดี ลองทบทวนสักนิดว่าแล้วมันดีจริงๆหรือ

          เขียนบันทึกฉบับก่อน  ติดค้างไว้เรื่องการปฏิบัติต่อคนที่เรารักและรักเรา ซึ่งมีทั้งหมดดด้วยกัน 10 ข้อ แต่ไว้วันหลังจะมาเล่าให้ฟังต่ออีก 5 ข้อนะคะ  มาวันนี้มีบางเรื่องที่อยากเล่าแทรกพร้อมๆกับการสารภาพบาปให้ประชาชีได้รับฟังร่วมกันค่ะ

          เรื่องที่จะสารภาพหรือเล่าให้ฟังในวันนี้ว่าตามจริงก็เป็นส่วนหนึ่งของการปฏิบัติต่อคนที่เรารักและรักเรานะคะ  มันเป็นด้านมืดที่ละเอียดอ่อน ซึ่ง เมื่อกลับมาทบทวนตัวเองก็พบว่าสิ่งที่เราคิดว่าเราทำดีแล้วอาจไม่ใช่สิ่งที่ดีจริงๆเเหมือนที่เราคิดก็ได้ค่ะ

         เรื่องมีอยู่ว่าตัวฉันเองค่อนข้างจะมั่นใจว่าตัวเองเป็นคนขับรถเร็วที่ดีมีฝีมือ (555 เห็นมั๊ยคะแค่เกริ่นมาก็หลงตัวเองแล้ว ขับรถเร็วมันจะดีได้ไงเน๊อะ) ที่นี้พี่ที่สนิทกันมาก ก็คือป้าตุ่นแห่งโลกละไม แกไปออกรถมาเป็นของตัวเองคันหนึ่งค่ะ (โดยป้าแกขับรถไม่เป็นมาก่อนเลยค่ะ) (รถแก..ก็คันที่ฉันไปยืนเอ้เต้ถ่ายรูปด้วยนั่นแหละค่ะ) เวลาแกก็ขับรถแบบมือใหม่หัดขับตามประสานั่นแหละค่ะ (แต่ใจร้อนนิดหน่อย..ประมาณป้าอยากซิ่ง..แต่ไม่ได้จังหวะนั่นแหละค่ะ) พอฉันได้นั่งที่ป้าแกขับทีไร ฉันก็จะนั่งไปบ่นไปว่า "ป้าอย่าซิ่ง ป้าช้าๆหน่อย ป้าทำไมไม่รีบเบรค ป้า...และป้า.ฯลฯ..........." อีกมากมาย จนแกบอกว่ามากับฉันนี่ทำให้แกเสียความมั่นใจ เครียด รวมถึงบอกว่า "นั่งเงียบๆได้ไหม แหมขับเสียจังหวะหมด" (555) ดังนั้นพอฉันจะอาศัยไปไหนมาไหนด้วยรถของป้าแก ฉันก็ขออาสาขับทุกที โดยบอกว่า "ม่ะป้า เดี๋ยวแอ้ขับให้"  แกก็บอก เออดีฉันขี้เกียจขับ "(ซึ่งจริงๆแล้วไม่รู้ว่าแกขี้เกียจขับจริงรึเปล่า หรือแกเซ็งที่เวลาแกขับฉันก็ดูจะไม่สบอารมณ์ในการเป็นผู้นั่งสักที .....จุ๊ๆ แต่แกไม่เคยบอกอะไรฉันหรอกค่ะ ฉันเดาเอาเอง)

          คราวนี้แม้แต่เดินทางไปไหนไกลๆ ที่ถนนโล่งๆไม่จอแจเหมือนในเมืองมัน (ฉันเอง) ก็ยังจะอาสาขับให้แกทุกที แม้แกจะบอกว่าขับทางไกลขับง่ายเดี๋ยวแกขับเอง จะได้ช่วยขับสลับกัน ฉันจะได้ไม่เหนื่อยมาก แต่ฉันก็จะขอขับเองตลอด โดยบอกว่า "ไม่เป็นไรป้า แอ้ไม่เหนื่อย ป้านั่งสบายๆเถอะ"

         มาถึงตอนนี้ท่านผู้อ่านอาจจะมองว่าก็ดีแล้วนี่ไม่เห็นแปลกอะไร เพราะป้าแกก็ขับไม่เก่งอยู่แล้ว  ที่นี้เรามาดูเบื้องหลังความดีของการอาสาขับรถของฉันสักหน่อยเป็นไรคะ  เพราะจะขอสารภาพว่าไอ้ที่ขอป้าขับรถน่ะ ไม่ใช่กลัวป้าเหนื่อยอะไรหรอกค่ะ ที่ขอเพราะฉํนลำพองตัวเอง ประมาณว่า"...ขับรถอะไรอ่ะป้าขับไม่ได้ดังใจจอร์ชเลย....เฮ้อนั่งด้วยแล้วเครียดจริงโว้ย มามะจะขับให้ดูเป็นตัวอย่าง นี่ถ้าตูขับนะจะไม่ขับแบบนี่หรอก..." แล้วอีกอย่างที่จะขอสารภาพถึง เบื้องหลังของคนดีจิตอาสาคนนี้ ก็คือฉันกลัวที่แกอาจจะขับพาฉันไปเฉี่ยวชนอะไรต่อมิอะไร แล้วฉันจะพลอยฟกช้ำดำเขียวไปด้วยต่างหาก (อันนี้ยกตัวอย่างแบบเบาๆนะคะ ทีนี้ท่านผู้อ่านเริ่มเห็นสิ่งชั่วร้ายที่อยู่ในจิตใจมนุษย์แล้วใช่มั๊ยคะตอนนี้)

          อยู่มาวันหนึ่งเราสองคน (ป้าตุ่นและฉัน) ก็มีอันจะต้องกินน้ำแข็งใสถ้วยที่แพงที่สุดในชีวิตค่ะ คือ 2 ถ้วย 7 พันกว่าบาทเพราะเราดันอยากกินน้ำแข็งใสตอน สี่ทุ่มที่ตลาดโต้รุ่ง หลังทานขนมหวานเสร็จขณะที่จะขับรถออกถนนนั่นเอง รถ(ของป้า) โดยมีฉัน(เป็นคนขับ) ก็ถูกมอไซค์ซิ่งมาชนเพราะคนขับมอเตอร์ไซค์มัวแต่มองหาเพื่อนที่ตลาดโต้รุ่ง  แต่ตามหลักการด้านกฎหมายแล้วแล้วรถเราผิด 555! เพราะขับในตรอกจะออกถนนใหญ่ไม่ใช่มาทางเอก จึงต้องซ่อมเอง แล้วไงรู้ไหมคะ รถป้าที่เอี่ยมอ่องทั้งคันเพิ่งมาเสียความบริสุทธิ์เพราะฉัน(คนที่ใครๆก็รู้ว่าที่มีฝีมือการขับรถเป็นเลิศนั่นแหละค่ะ)  ป้าไม่บ่นหรือว่าอะไรให้ฉันเจ็บช้ำน้ำใจสักคำ ทั้งๆที่ฉันทำให้รถแกเจ๊งต้องเสียความบริสุทธิ์

             ท่านผู้อ่านรู้ไหมคะแกขับรถเองคนเดียวแกไม่เคยจะเฉี่ยวชนจนทำให้เกิดคู่กรณีเลย อยากมากก็แค่ปาดฟุตบาทนิดหน่อย555 (แล้วคนที่บ่นเวลาเห็นแผลเฉี่ยวฟุตบาท ก็คือ ฉันคนนี้แหละค่ะ น้องบังเกิดเกล้า รถก็รถแกแท้ๆ แล้วตูจะบ่นทำไม 555)

             และถ้าเราลองกลับมามองอีกด้านก็จะเห็นว่าฉันเองไม่ได้ให้การสนับสนุนให้ป้าแกขับรถเก่งขึ้นมาเลย และแม้ว่าความจริงแล้วฉันอาจขับรถเก่งจริงๆก็เถอะ แต่ความเก่งของฉันไม่ได้มีส่วนสนับสนุนให้ป้าตุ่นแกขับรถเก่งขึ้นแต่อย่างใด  เพราะเมื่อฉันขับให้แกทุกที แล้วเมื่อไหร่แกจะได้ขับเอง ทุกครั้งทีแกขับก็เป็นผู้นั่งที่ทำให้ผู้ขับเครียดและเสียความมั่นใจตลอด แล้วไม่ไหร่แกจะได้ประสบการณ์ด้วยตัวเอง แก้ไขปัญหาเอง พัฒนาตนเองได้

             ฉันเลยอยากขออนุญาตกระตุกความคิดให้ท่านผู้อ่านลองกลับมามองดูนะคะว่าวันนี้ เราทำให้ใครเสียความมั่นใจในตัวเองบ้างรึเปล่า จากความปรารถนาดี (ที่ดีจริงเหรอ???) ของเรา ซึ่งถ้าจะเปรียบชีวิตเป็นเหมือนการเล่นกีฬาที่เรามีอันจะเก่งกว่าคนอื่น จนได้เป็นโค้ช การจะเป็นโค้ชที่ดี..เราต้องสร้างความมั่นใจและฝึกฝนลูกทีมค่ะ ไม่ใช่ออกไปเล่นเอง แล้วให้เหตุผลว่าเราเล่นดีกว่าเพราะมันเล่นไม่ได้ดั่งใจ (ผิดกฎกติกามารยาทเลยนะนั่น) รึเอาแต่สั่งแต่ไม่สอนว่าการเล่นที่ดีต้องทำอย่างไร(อย่างนี้ไร้จรรยาบรรณค่ะ..ด่าตัวเองโดยตรง) 555...

              ท้ายสุดของบันทึกฉบับนี้ฉันอยากจะบอกว่า "...แอ้ขอโทษนะป้า..."