แปลกแต่จริงนะคะ ความลำบากของสถานการณ์ทางการเงินที่ไม่คล่องตัวขององค์กรครั้งนี้ แม้ว่าจะเป็นสิ่งที่คนที่เคยมีความเป็นอยู่อย่างสุขสบาย กินดีอยู่ดีไม่เคยประสบมาก่อนก็จริง แต่ว่าถึงยามที่จะต้องลำบาก ก็ไม่มีใครปริปากบ่นกันเลยค่ะ มีแต่จะคิดริเริ่มสร้างสรรค์หาหนทางที่จะลดค่าใช้จ่ายในเรื่องต่าง ๆ กันอีกอยู่ตลอดเวลา

ในภาวะเศรษฐกิจถดถอย  หลายองค์กรคงได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้าไม่มากก็น้อยนะคะ  ไม่ทราบว่าถึงขั้นวิกฤตกันหรือยังคะ

 

องค์กรนี้มีลักษณะ monopoly (ผูกขาด) ในการดำเนินงานด้านความปลอดภัย และในการบริหารจัดการการเงินมีความเป็นเอกเทศ  พึ่งพิงตนเอง  แม้ว่าจะมีกระทรวงการคลังเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ก็ตาม นั่นเป็นเพราะรายได้หลักขององค์กรส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับเงินตราต่างประเทศ

         

                     

สิ่งที่ผู้เขียนสัมผัสมาก็คือไม่เคยเห็นว่าเศรษฐกิจที่ตกต่ำระดับโลก และระดับประเทศไทยจะส่งผลกระทบต่อองค์กรเท่าครั้งนี้มาก่อน  กล่าวได้ว่าครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่สังเกตเห็นถึงความสมัครสมานสามัคคีและความเสียสละของพี่ ๆ น้อง ๆ ในองค์กร 

 

 

ปรากฎการณ์ช้างเซเป็นภาพที่ไม่เคยเห็นมาก่อนก็จริง  แต่ที่น่าชื่นชม นั่นก็คือการร่วมมือร่วมใจกันลดค่าใช้จ่ายขององค์กร ซึ่งเป็น การจัดการลดค่าใช้จ่ายแบบมีส่วนร่วม   

          

                          

                          

พี่ ๆ น้อง ๆ ในองค์กรร่วมกันแสดงความเห็นและส่งข้อเสนอแนะ (suggestion) ให้องค์กรดำเนินการอันได้แก่

-      ปิดลิฟต์หนึ่งตัว (มี 2 ตัวสำหรับแต่ละอาคาร) ในชั่วโมงที่ไม่เร่งด่วน  ส่วนชั่วโมงเร่งด่วน เช่น ระหว่างเวลา 07.00 – 09.30, 11.30 – 13.30  และ 16.00 – 17.30 น เปิดใช้งานตามปกติค่ะ

-      เปิดแอร์ในช่วงเวลา 07.30 – 17.10 . นอกเวลาดังกล่าวปิดแอร์  ท่านใดที่จะต้องอยู่ทำงานต่อ คงต้องหาพัดลมใช้เองค่ะ

-      การลดการจ้างงานแบบ outsourcing

-      การลดจำนวนสายรถประจำทางที่ให้บริการรับ-ส่งพนักงานให้น้อยลง

-      การเปลี่ยนวิธีการเดินทางไปตามศูนย์ต่างจังหวัดจากเดิมโดยอากาศยานเป็นการเดินทางโดยรถประจำทางหรือรถไฟ หรือรถส่วนตัวแล้วมาเบิกค่าน้ำมัน  ซึ่งประหยัดค่าใช้จ่ายมากกว่า  ยกเว้นกรณีงานเร่งด่วนฉุกเฉินจึงเดินทางโดยอากาศยาน

-      การตัดงบประมาณฝึกอบรมภายนอกโดยเน้นการอบรมภายในโดยวิทยากรภายในองค์กรของเราเอง ซึ่งหลายท่านมีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางและมีความสามารถในการถ่ายทอดความรู้จากการฝึกฝนมาแล้วหลายเวที

-  กำหนดเพดานวงเงินค่าโทรศัพท์เคลื่อนที่ของผู้บริหาร จากเดินที่โทร ได้ไม่อั้น

-      อื่น ๆ อีกมากมายค่ะ (ขออภัย จำได้เท่านี้ค่ะ)

 

ในส่วนตัวพี่ ๆ น้อง ๆ เองก็เรียนรู้ที่จะอุทิศให้องค์กรมากขึ้นกว่าเดิม  ให้ในที่นี้หมายถึง “การเสียสละ” เช่น 

- ทำงานนอกเวลาโดยไม่เบิกค่าล่วงเวลา  

- การไม่เบิกค่าใช้จ่ายตามสิทธิหรือสวัสดิการที่องค์กรให้ ทั้งนี้ เพื่อช่วยกันประหยัดให้องค์กร

- การใช้กระดาษ reuse

- การส่งข้อมูลด้วยการโอนไฟล์ผ่านระบบคอมพิวเตอร์ภายในองค์กร

- การอ่านข่าวประชาสัมพันธ์ภายในองค์กรออนไลน์ทาง intranet

- การใช้ทรัพยากรขององค์กรอย่างคุ้มค่าและลดปริมาณการเบิกวัสดุสิ้นเปลืองลง

 

       ผลของการร่วมมือกันลดค่าใช่จ่ายเป็นดังนี้ค่ะ

             

 

แปลกแต่จริงนะคะ  ความลำบากของสถานการณ์ทางการเงินที่ไม่คล่องตัวขององค์กรครั้งนี้ แม้ว่าจะเป็นสิ่งที่คนที่เคยมีความเป็นอยู่อย่างสุขสบาย  กินดีอยู่ดีไม่เคยประสบมาก่อนก็จริง  แต่ว่าถึงยามที่จะต้องลำบาก ก็ไม่มีใครปริปากบ่นกันเลยค่ะ  มีแต่จะคิดริเริ่มสร้างสรรค์หาหนทางที่จะลดค่าใช้จ่ายในเรื่องต่าง ๆ กันอีกอยู่ตลอดเวลา

 

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง  ทุก ๆ คนช่วยกันคนละไม้คนละมือที่จะลดค่าใช้จ่ายด้วยรอยยิ้มอันเบิกบานและดูเหมือนมีความเชื่อมั่นว่าเราจะผ่านพ้นช่วงเวลาแห่งความยากลำบากนี้ไปได้ด้วยกัน 

          

    

หากกัลยาณมิตรท่านใดมีประสบการณ์ดี ๆ ไอเดียเก๋ ๆ เกี่ยวกับการลดค่าใช้จ่ายให้กับองค์กร ช่วยกรุณามาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันด้วยนะคะ   กำลังรวบรวมและอยากช่วยนำเสนอองค์กรเพื่อจะได้ผ่านพ้นวิกฤติการณ์ทางเศรษฐกิจครั้งนี้ไปได้ค่ะ

 

                           ขอบพระคุณที่แวะมาเยี่ยมชมค่ะ

 

 ขอบพระคุณเพลงประกอบ "เรามีเรา" โดยคุณแหวน ฐิติมา