ความจริงแล้วการให้อภัยกลับกลายเป็นสิ่งที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อผู้ที่ให้อภัยเอง เพราะการให้อภัยคือการปลดปล่อยตนเอง

      หากคุณให้ความรัก  ความไว้วางใจ  ช่วยเหลือใครสักคน  แต่ภายหลังเขากลับไปคบคิดกับคนอื่นให้ร้ายคุณ  พูดถึงคุณในทางที่เสียหาย  จนคุณต้องได้รับความอับอาย  คุณจะให้อภัยเขาคนนั้นไหม

1.       ให้อภัยได้  ถ้าคนนั้นได้รับโทษอย่างสาสมเสียก่อน

2.       ให้อภัยได้  เพราะเป็นสิ่งที่ดี  จงให้อภัยดังเช่นที่พ่อแม่หรือศาสนาสั่งสอนมา

3.       ให้อภัยได้  เพราะจะช่วยให้สังคมอยู่ร่วมกันอย่างเป็นสุข

4.       ให้อภัยได้  เพราะเป็นการแสดงออกของความรักที่ไม่มีเงื่อนไข

                    มนุษย์มีแนวโน้มในจิตใจแต่กำเนิดที่จะโต้ตอบทางลบมากขึ้นต่อคนที่แสดงออกทางลบต่อเรา  ธรรมชาตินี้เองเป็นที่มาของการแก้แค้นกันและตอบโต้กันจนไม่รู้จบสิ้น  เมื่อการแก้แค้นเกิดขึ้น  การกระทำนั้นมักจะมีความรุนแรงมากกว่าที่ถูกกระทำในตอนแรก  จึงมีแนวโน้มให้เกิดวงจรการล้างแค้นที่รุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ  ซึ่งเราพบเห็นตัวอย่างการโต้ตอบที่รุนแรงมากมายในสงครามและประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ  การให้อภัยจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยตัดและลดทอนการแก้แค้นซึ่งมีแต่จะเพิ่มความสูญเสียทั้งสองฝ่าย

                    พัฒนาการของการให้อภัยผู้อื่นเป็นส่วนหนึ่งของพัฒนาการทางจิตใจด้วย  พบว่าคนเราสามารถให้อภัยได้มากขึ้นตามอายุคือคนในวัยสูงอายุจะให้อภัยผู้อื่นได้ง่ายกว่าคนในวัยผู้ใหญ่และมากกว่าคนในวัยรุ่น  ซึ่งน่าจะสะท้อนถึงโลกทัศน์ที่เปลี่ยนแปลงไปในคนที่ผ่ายชีวิตมานานกว่า 

มีความเข้าใจ  เห็นอกเห็นใจผู้อื่นมากขึ้น  นอกจากนี้พัฒนาการของการให้อภัยยังมีลักษณะที่เป็นลำดับขั้นเหมือนที่มนุษย์เรามีพัฒนาการทางร่างกาย  การให้อภัยจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อผู้ที่กระทำผิดได้รับการล้างแค้นหรือการลงโทษอย่างสาสมเสียก่อน  การให้อภัยเป็นสิ่งควรทำเนื่องจากเป็นสิ่ง

ที่สังคม  คำสั่งสอนของพ่อแม่หรือศาสนาสอนไว้  การให้อภัยควรทำเพื่อให้เกิดความสงบสุขในสังคม  เป็นการแสดงออกของความรักที่ไม่มีเงื่อนไข

                    ความจริงแล้วการให้อภัยกลับกลายเป็นสิ่งที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อผู้ที่ให้อภัยเอง  เพราะการให้อภัยคือการปลดปล่อยตนเอง  ผู้ที่มักให้อภัยผู้อื่นได้ง่ายจะมีความเป็นปฏิปักษ์น้อย  ไม่หลงตัวเอง  ไม่ชอบครุ่นคิดวนเวียน  เป็นคนที่มีนิสัยพูดง่าย  ไม่เรื่องมาก  ทำให้กังวลและซึมเศร้าน้อย  การให้อภัยจึงเป็นเสมือนภูมิคุ้นกันโรคทางจิต  เพิ่มสุขภาพจิตที่ดีสำหรับตัวผู้ให้อภัยเอง  เหมือน

คำสอนของแม่ชีเทเรซ่าที่ว่า  เพื่อที่จะให้อภัยใครบางคนที่ทำให้เราปวดร้าว  เพื่อที่จะเริ่มต้นใหม่กับผู้ที่เคยทำให้เราผิดหวัง  เพื่อที่จะคงความเสียสละไว้แม้เคยถูกหลอกลวง  เหล่านี้แม้หากจะเจ็บปวด  แต่เป็นการให้อภัยและเป็นรักที่ปราศจากความเห็นแก่ตัว
ที่มา : จากหนังสือความสุขจาก  การให้อภัย
ผู้เขียน   :  รองศาสตราจารย์  นายแพทย์ธวัชชัย  กฤษณะประกรกิจ