อ่านแล้วได้ข้อคิดดี ๆ จาก E แก่
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
แม่ต้อย · 2 มิ.ย. 2552
เดือนอ้วน · 2 มิ.ย. 2552
สี่ซี่ · 2 มิ.ย. 2552
คนทำGIS · 2 มิ.ย. 2552
อยากเรียนรู้ · 2 มิ.ย. 2552
กระดาษสีดำ · 2 มิ.ย. 2552
มุ่ยฮวง · 2 มิ.ย. 2552
“E แก่”
ชีวิตในสำนักงานเอกชนมักปรากฏภาพอย่างนี้เสมอ เมื่อมีพนักงานใหม่สาวสวยมาทำงาน พนักงานชายมักเข้าไปกุลีกุจอช่วยเหลือ “ขาดอะไรเรียกผมได้ทุกเมื่อครับ”
ข้อมูลวิเคราะห์ของฝรั่งรายงานมานานแล้วว่า คนมีหน้าตาดีมักก้าวหน้าในอาชีพการงานกว่าคนหน้าตาธรรมดาหรือไม่ดี
เหตุผลง่ายมาก คนทั่วไปชอบอยู่ใกล้คนสวยมากกว่าคนไม่สวย
แต่องค์กรเดินหน้าด้วยคนเก่งไม่ใช่คนทำงานไม่เป็น
จริง...แต่ความจริงอีกข้อคือ มีคนยินดีฝึกคนสวยที่ไม่เก่งมากกว่าคนไม่สวยและไม่เก่ง
ผมเคยได้ยินคนทำงานชายเอ่ยแบบขำ ๆ ว่า “หากเป็นหญิงสาวสวยผมเทรนได้เสมอ แต่หากไม่สวย คุณไม่มีอารมณ์อยากเทรน ?”
“แม่น”
“ถ้าหุ่นดีมากจะรับเทรนถึงบ้าน ?”
“คอเร็คท์”
“ไปรับไปส่งด้วย ?”
“แน่นอน ผมเป็นโรคแพ้คนสวย ยิ่งถ้าสูง หุ่นดี ผมยอมเสียเวลาเทรนเสมอ แต่ถ้าเป็นอีแก่ โนมู้ด”
สำหรับคนที่อยู่ในวัยดึกดำบรรพ์ไม่รู้สึกขำด้วย ก็ไม่น่าจะขำ เพราะจากสถิติ ผู้หญิงจำนวนมากพบ
ประสบการณ์คับแค้นคล้าย ๆ กัน นั่นคือ เมื่ออายุกรายเข้าเลข 4 มักถูกมองเป็นหัวสิว คือต้องบีบให้ออกเร็วที่สุด ผู้หญิงวัยสี่สิบขึ้นไป ที่ไม่มีคุณสมบัติโดดเด่น มักออกจากงาน เพราะเงินเดือนสูงแต่ดูไม่สวยเหมือนเดิมแล้ว
ใช่ นี่เป็นภาพปกติ ใช่ โลกไม่ยุติธรรมเลย
ความจริงจะบอกว่าปัญหานี้เกิดขึ้นกับผู้หญิงอายุเลย 40 อย่างเดียวก็ไม่ถูกทั้งหมด ผู้ชายที่อายุเกิน 40 ก็ประสบประสบปัญหาเช่นกัน ความเหมือนกันในข้อนี้ก็คือ คนที่ถูกทอดทิ้งล้วนอยู่ในกลุ่มที่เรียกว่า expedable หรือ เขี่ยทิ้งได้ เพียงแต่สัดส่วนของผู้หญิงที่เป็นพวก expedableสูงกว่าชายเท่านั้น
กลุ่ม expedable คือพวกที่ผู้บริหารเชื่อว่า เป็นพนักงานที่ไม่สร้างรายได้ให้องค์กร ไม่สร้างภาพพจน์ที่ดีต่อองค์กร ต้นทุนสูงเกินไป และปรับตัวไม่ได้กับโลกใหม่
คนที่ไม่ประมาทต้องรู้จักวิเคราะห์คุณสมบัติของตัวเอง (โดยไม่มีอคติ) ให้ออกว่าตนเป็นพวก expedable หรือไม่
ความจริงคือ โลกวันนี้หมุนเร็วกว่าเดิม ความรู้ ทักษะที่เรียนมาจากรั้วมหาวิทยาลัยอาจล้าสมัยในไม่กี่ปี ดังนั้น หากคุณเรียนครั้งสุดท้ายเมื่อยี่สิบปีก่อนและไม่เคยขวนขวายหาความรู้ใหม่ บวกกับการแต่งกายแบบล้าสมัย คุณก็อาจเข้าไปอยู่ในข่าย “เขี่ยทิ้งได้” ไม่ยาก
การทำงานยุคใหม่ ต้องการทั้งความรู้ ความสามารถ ในการนำเสนอการสื่อสาร การแต่งกายดี และทำให้ตัวเองดูดี (โดยไม่จำเป็นต้องแพง) ก็เป็นการนำเสนออย่างหนึ่ง
ลูกค้าไม่ชอบคุยกับคนไม่สวยก็จริง แต่ลูกค้าไม่รังเกียจที่จะสนทนากับคนฉลาดทันโลกแน่นอน เมื่อรู้ว่าความรู้ไม่พอก็เรียนเพิ่มเติมทักษะ อย่ารอจนกลายเป็นอีแก่ แล้วค่อยมาแก้ปัญหา
เมื่อรู้ว่าตนเองไม่มีเสน่ห์ ก็หัดเสริมบุคลิกภาพของตนเอง เพราะถึงอายุยังน้อยแต่ไม่รู้จักดูแลก็กลายเป็น “อีแก่” ได้เช่นกัน
เปิดหัวใจ เปิดสมอง เรียนรู้โลกใหม่ คุณไม่มีทางรู้ว่าวันหนึ่งมันอาจเป็นคุณสมบัติพิเศษของคุณ ซึ่งนอกจากปกป้องคุณจากการเข้ากลุ่ม expedable แล้วยังไปไกลกว่านั้นมาก
ชีวิตยังสนุกได้แม้วัยจะเป็นเลข 4,5,6 เพราะถึงจะไม่ถูกคัดเข้ากลุ่ม “เขี่ยทิ้งได้” ก็ไม่มีอะไรแย่ไปกว่าการทำงานไปวัน ๆ อย่างน่าเบื่อหน่าย และรอวันเกษียณตามกำหนด
น่าคิดมากค่ะ เป็นความจริงอย่าง forward mail เค้าว่า ถึงแม้วัยจะยังไม่ถึง4,5,6 ค่ะ ผอ. ตอนนี้ก็ได้ลองตกแต่งบล็อกของตัวเองบ้างแล้วมีความคืบหน้านิดหน่อยค่ะ

ชอบค่ะ ...expedable ! ..น่ากลัวจังค่ะ
สวัสดีครับท่านอาจารย์ เห็นหัวข้อ E แก่ นึกว่าจะโดนพาดพิงรีบเข้ามาอ่าน ได้ข้อคิดดีๆว่าแก่แล้วต้องพยายามตามเด็กๆให้ทันครับ
เรียกรอยยิ้มตั้งแต่อ่านบรรทัดแรกค่ะ และขอยอมรับค่ะว่าเป็นความจริงเพราะเคยทำงานในบริษัทมาแล้วก็อายุประมาณยี่สิบต้น ๆ ยิ่งเป็นต่างชาติแล้วมาtake care ถึงที่เลยเหมือนกัน และเห็นด้วยนะคะที่เราต้องมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลง เตรียมพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาจะได้ไม่ถูกขนานนามว่าe.....
กศน.พนัสนิคมถึงจะอายุมากแต่เผ็ดค่ะ
รูปร่างหน้าตา เป็นองค์ประกอบ แต่ประเด่นหลักคือ ทุ่มเทกับการทำงานมากน้อยแค่ไหน ทำแล้วมีสุข ทำแล้วสนุกก็คงก็อยู่ก็ช่วยกันทำไป บวกความกับความตั้งใจและพยายาม กำลังใจจากผู้ร่วมงานร่วมแรงร่วมใจ อายุ หน้าตา รูปร่าง ล้วนแต่เป็นสิ่งสมมุติครับ
พูดได้สะใจ และให้ข้อคิดดีมากค่ะ ผอ. "ค่าของคนอยู่ที่ผลของงาน" ประสบการณ์ของคนทำงานที่เลยวัย 40 ปีขึ้นไป น่าจะทำประโยชน์ให้กับหน่วยงานได้ ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง และที่สำคัญ "มีความสุขกับการทำงานด้วยนะคะ" งานจึงจะออกมาดี
ข้อมูลที่นำเสนอน่าสนใจและเร้าใจมาก
ผมอ่านแล้วยิ่งฮึกเฮิมครับ...ต้องเร่งพัฒนาตัวเองที่แก่แต่ต้องให้ทันโลกครับ...ไม่งั้นเดี๋ยวโดนเด็กหลอกครับ...และต้องให้ได้คนด้วย...ถ้าได้ทั้งคนก็จะได้ทั้งงานครับ
แก่วิชาใช่อายุ...ดูท่าจะดีครับ
การพิสูจน์ตัวเองว่าอายุเท่าไร ให้ยืนตรง ห้ามงอเข่า แล้วก้มตัวเอามือชี้ไปที่ปลายเท้า หากอายุต่ำกว่า 18 นิ้วมือจะเลยปลายนิ้วเท้า แต่ถ้า ก้มเท่าไร ก็ไม่ถึง ห่างแค่ประมาณ 10 ซ.ม.แสดงว่าอายุประมาณ 20ปีกว่าๆ แต่หากก้มแล้วฝ่ามือไปได้แค่หน้าแข้ง อายุท่านเกิน 50แล้ว นี่เป็นการวัดอายุแฝง ไม่ใช่อายุจริง ทำตัวให้สดชื่นไว้นะครับ แม้วันเวลาจะผ่านไปเท่าไร ร่างกายท่านก็มิได้เป็นไปตามอายุจริง เรียกว่า หน้ายังอ่อน ลองดูนะ