เสียงหัวเราะพูดคุยโวกับพ่อถึงฝีมือของตัวเองดังขึ้น นี่กระมังพรสวรรค์อีกอย่างของสมพร “แม่นเหมือนจับวาง” ผู้พ่อรีบชิงบอกกับทีมเราว่า “ลองหาอะไรให้สมพรออกกำลังกายก็มาเจอการเล่นเปตองนี่แหละ ได้บริหารกำลังมือดี”

เรื่องและภาพโดยแม่ขุนเขา
ในวันที่ฝนตกลงมาเป็นระยะ ฉันและทีมเยี่ยมบ้านได้รับการติดต่อให้ไปเยี่ยมดูแลผู้ป่วยพิการ และเรื้อรังรายหนึ่งที่บ้านกกเหี่ยน หมู่บ้านหลังภูสูงที่สามารถมองเห็นโรงพยาบาลลิบๆเมื่อมองลงมา แต่ความเป็นหมู่บ้านหลังเขาสูงแม้จะใกล้โรงพยาบาลอันควรเป็นข้อได้เปรียบอย่างหนึ่ง หากแต่มันไม่ง่ายอย่างที่คิด เนื่องจากสภาพถนน และทางเชื่อมที่เมื่อฝนหลากลงมาเมื่อไหร่ก็ไม่ต้องคิดถึงการเดินทางด้วยเส้นทางนั้น เพราะนอกจากละเละ ลื่น ชัน ยังมีสิ่งเหนือความคาดหมายคือทางขาดรออยู่ข้างหน้า ดังนั้นเส้นทางเดียวที่ควรใช้คือเส้นทางอ้อมเขา อย่างไรก็ยังปลอดภัยกว่า “ทางลัด”ที่อัตคัด “ทางไป” อย่างที่บอกว่าต้องเข้าไปพบผู้ป่วยรายที่ติดต่อมา เราใช้เวลากับผู้ป่วยรายนั้นนั้นอยู่เกือบค่อนวัน ดูนาฬิกาก็เที่ยงกว่าเข้าไปแล้ว ภารกิจรายนั้นเสร็จสิ้นพร้อมเสียงท้องที่ประท้วงรอข้าวเม็ดอวบๆให้ตกลงมาเสียที่
ทีมเราตัดสินใจถอนกำลังออกจากพื้นที่ ระหว่างที่เรากำลังถอยกลับมาที่รถนั้น พลันได้ยินเสียง โป๊กๆๆๆมาเป็นระยะ แล้วสายตาของพวกเราก็หันไปพบกับต้นเสียง ชายในเสื้อสีเหลืองอ๋อย ที่นั่งตัวเอียงอยู่บนรถเข็นนั่ง กำลังเล่นเปตองเพลินอยู่กับผู้เป็นพ่อ บนสนามเปตองหมู่บ้าน พวกเราไม่รีรอที่จะไปทักทายชายหนุ่มที่คุ้นเคย “สมพร” หนุ่มพิการทั้งตัว ที่ฉันเคยเห็นตั้งแต่เขาเป็นรุ่นเด็กน้อย วันนี้สมพรเริ่มเป็นหนุ่มแล้ว ตัวไม่แคระเกร็นเหมือนแต่ก่อน วันนี้ร่างกายเขาดูแข็งแรงขึ้นพร้อมความคล่องแคล่วที่มากกว่าเดิม เมื่อครั้งก่อนฉันเคยได้รับการประสานให้มาดูเด็กพิการคนหนึ่งให้หน่อย “เขาไม่เดิน”แต่คนให้ข้อมูลบอกว่าอยากได้รถเข็นนั่งเผื่อจะพาเขาออกไปนอกบ้านได้บ้าง เมื่อฉันไปถึงบ้านสมพร ฉันเห็นเขานอนตัวแข็งอยู่ที่บ้านไม้เก่าๆของญาติ จะไปไหนทีต้องใช้แขนศอกที่งอๆทั้งสองข้างถัดไถ ยันตัวให้ลื่นไหลไปตามพื้นที่อยากไป แต่สิ่งที่สร้างความประหลาดใจให้ฉันไม่น้อยคือมีรถเข็นนั่งเก่าๆที่ประกอบเองง่ายๆจอดอยู่ข้างๆตัวบ้าน ได้ความว่าเป็นของสมพร ความแปลกใจอันนั้นคือ “เขาขึ้นไปนั่งบนรถเข็นคันนั้นได้อย่างไร?”ทั้งๆที่แม้จะนั่งให้ตรงก็เป็นความลำบากอย่างยิ่งเพราะตัวเขาแข็งทื่อไปหมด เหมือนท่อนไม้ แต่สมพรก็สร้างความประหลาดใจให้ฉันอีกครั้งเมื่อเขาพาตัวของเขาไถลลงมาจากพื้นฟาก มายังรถเข็นที่จอดอยู่แล้วก็หันหลังไถตัวขึ้นรถคันนั้นอย่างคล่องแคล่ว แม้เมื่อขึ้นไปแล้วจะไม่ได้อยู่ในสภาพนั่ง แต่เป็นเอนจนเกือบนอนอยู่บนรถเข็นนั่งคันนั้น ครั้งนั้นสมพรหมุนล้อรถด้วยตัวเองพาฉันเข้าไปดูบ้านของเขาที่อยู่ไม่ไกลจากหลังที่เราพบกันเท่าไหร่นัก
บ้านที่ก่อด้วยอิฐบล็อคอย่างหยาบๆพอกั้นสายตาใครต่อใครที่ผ่านไปมาได้เท่านั้น ก้าวแรกที่เข้าไปในที่ที่สมพรเรียกว่าบ้านนั้น มันต่างกันมากในความรู้สึกของฉัน เพราะขอบกำแพงอิฐบล็อคนั้นสูงแค่หัวของฉันในขณะที่ฉันยังต้องยืนก้มๆ เพราะถ้ายืดตัวจนสุดความสูงคงต้องชนเข้ากับหลังคาสังกะสีเก่าจนต้องซ่อมให้เขาแน่ บริเวณรอบขอบกำแพงนั้นกะขนาดไม่เกิน 9 ตารางเมตร ข้างในนั้นอัดสุมไปด้วยกองเสื้อผ้าทั้งซักแล้วยังไม่ซักจนแยกไม่ออก ขอบด้านหนึ่งยังมีกองเสบียง จานชาม เครื่องครัว ส่วนมุ้งหมอนก็ผูกโยงไว้กับฝาอีกด้าน ถามสมพรได้ความว่า บ้านหลังน้อยหลังนี้อยู่กัน 4 คน พ่อผู้ซึ่งมีปํญหาจิตเวชที่ต้องหาเลี้ยงครอบครัว ตัวเขาที่พิการ แม่ที่ไม่สมประกอบเช่นกัน และน้องสาวที่ดูเหมือนจะมีชะตากรรมดีที่สุด ที่ตอนนี้ได้เข้าเรียนในโรงเรียนที่อยู่ติดกับหลังบ้าน สมพรเล่าว่ากลางคืนเขาก็นอนกันทั้งหมดด้วยกันนั่นแหละ จะหุงหาอาหารก็ขยับเครื่องใช้ออกไปปรุงกันนอกประตู แล้วก็กินกันเท่าที่มี สมพรมีความสามารถ หรือ พรสวรรค์หรือกรรม ที่ทำขึ้นก็แล้วแต่จะเรียก คือ มีความแม่นในการใช้หนังสติ๊ก ปืนผาหน้าไม้ ซึ่งดูจะลำบากเวลาใช้แน่ถ้าฉันเป็นสมพร นั่นจึงเป็นเหตุให้ครอบครัวของเขามีอาหารเสริมในบางมื้อจากนก กิ้งก่า หรืออื่นๆที่พอจะหาได้ ซึ่งก็นับว่าไม่เลวสำหรับครอบครัว ครั้งนั้นสมพรขอรถเข็นนั่งคันใหม่เพราะคันเดิมเก่าและผุพังมากแล้ว ฉันรับปากว่าจะหาคันที่เหมาะสมให้เพราะสมพรทำให้ฉันเลิกคาใจในประโยชน์ของรถเข็นนั่งแล้ว ครั้งต่อไปฉันไม่ได้เจอสมพรด้วยตัวเอง ได้แต่ฝากรถเข็นนั่งขึ้นไปให้ กับข้อความที่สมพรฝากคนอื่นกลับลงมาว่า รถเข็นคันใหม่ใช้ได้ดีใหญ่ไปนิดสำหรับเขาแต่ก็กำลังปรับตัว
ห่างกันนานเป็นปีสำหรับการเจอกันในครั้งล่าสุดนี้ ในวันที่ฉันได้มาเห็นสมพรอีกครั้ง รถเข็นนั่งคันนั้นถูกแปลงสภาพไปเรียบร้อย ที่กั้นวางมือด้านข้างถูกเอาออก พ่อบอกว่ามันขึ้นลงลำบากเลยเอาออกสักข้างหนึ่ง ฉันเห็นสมพรนั่งบนรถเข็นในวันนี้ โดยที่มือจับขอบข้างซ้ายไว้ ก้นขยับมาเกี่ยวขอบเบาะด้านขวาที่ไร้แผงกั้นข้างแล้ว ขาที่งอและลีบเล็กยังพอยันพื้นเท้าได้ กับตัวที่ค่อนข้างนั่งได้ดีกว่าเมื่อก่อน ส่วนมือขวาของสมพรกำลังล้วงความหาลูกเปตองเหล็กที่ฝากวางไว้บนเบาะนั่งด้านซ้ายมือ สมพรใช้นิ้วเกี่ยวคีบลูกเหล็กมาตั้งท่าเตรียมโยนตามลูกก่อนหน้าที่พ่อโยนไปแล้ว ลูกเหล็กของสมพรแม่นยำ เสียงดังโป๊กเมื่อมันตีลูกของพ่อกระเด็นไปอีกทาง ลูกต่อไปก็วางจนเกือบใกล้แก่น เสียงหัวเราะพูดคุยโวกับพ่อถึงฝีมือของตัวเองดังขึ้น นี่กระมังพรสวรรค์อีกอย่างของสมพร “แม่นเหมือนจับวาง” ผู้พ่อรีบชิงบอกกับทีมเราว่า “ลองหาอะไรให้สมพรออกกำลังกายก็มาเจอการเล่นเปตองนี่แหละ ได้บริหารกำลังมือดี” ฉันเห็นด้วยกับพ่อที่มีความคิดนอกกรอบ แต่ตั้งอยู่บนความรักลูกและใส่ใจอย่างน่าชื่นชม เพราะทันทีที่พร้อมจะเล่นต่อสมพรก็คว้าไม้เท้ามาถือไว้ข้างหนึ่งใช้ยันพื้น มืออีกข้างก็หมุนล้อรถเข็นนั่งไปข้างหน้า จนสุดสนามอีกฝากหนึ่งอย่างรวดเร็ว พร้อมเก็บแต้มต่อไปจนจบเกมส์ ซึ่งฉันแน่ใจว่าเกมส์นี้สมพรคงจะเป็นผู้กำชัยชนะอย่างแน่นอน
ขอขอบคุณ
สนามเปตองหมู่บ้าน
สโมสรโรตารี่บางรัก ผู้มอบรถเข็นนั่ง
ครอบครัวเสียงใส
สมพร ชนะอย่างเด็ดขาดคะ
ขอบคุณคะ
สวัสดีคะ
มาทักทายอีกรอบ ท่านอาจารญ์ใหญ่ ( โกมาตร ) แอบมาบอกว่า
เขียนเยี่ยม น่าจะรวมเล่มได้แล้ว
จริงๆคะ