ถ้ามันเหนื่อยเกินไปก็พาหัวใจกลับบ้านเถอะลูก... วันนี้เป็นอีกวันที่ทุกคนในครอบครัวได้พูดคุยกันตามประสาครอบครัวที่กระเซ็นไปคนละทิศละทาง (พี่ชาย-น้องสาว อยู่กรุงเทพฯ) (พ่อ-แม่ อยู่นครศรีธรรมราช) (พี่สาว อยู่สงขลา) ส่วนผมดั้นด้นมาอยู่ปัตตานี แทบทุกวันที่ได้พูดคุยกันผ่านทางสายส่งอย่างโทรศัพท์ แค่คำถามบางคำถาม คำพูดบางคำพูด มันทำให้ผมและครอบครัวมีกำลังใจที่จะเดินต่อไปในแต่ละวัน (อัลฮัมดุลิลละฮฺ) แม่ : ทำไมวันนี้บ่าว(คำที่แม่ใช้เรียกผม) พูดน้อยจัง (น้อยมาก) ผม : เหนื่อยครับกับหลายเรื่อง แม่ : ถ้ามันเหนื่อยเกินไปก็พาหัวใจกลับบ้านเถอะลูก ! ผม : ............................................................................................ (ความตื้นตันมันเต็มอก) แม้ใครหลายคนอาจดูเป็นเรื่องตลกสำหรับปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นแต่คุณเชื่อไหม๊ครับว่า...คำพูดของแม่ที่ปริปากออกมาในแต่ละครั้งมันคือความจริงใจที่ไม่มีใครจะปฏิเสธได้ ความต้องการที่อยากจะกลับไปหาแม่ทุกครั้งเมื่อเกิดเรื่องราวขึ้นมากมาย มันเป็นไปทุกครั้งที่ได้คุยโทรศัพท์กับแม่ แต่...ภาระหน้าที่ที่ต้องทำในวันนี้บนพื้นที่แห่งนี้...ปัตตานี บางครั้งมันเกินกำลังที่ใครบางคนจะเข้าใจให้รอบด้าน คนรอบข้าง สังคม บวกกับความคาดหวัง หลายครั้งที่ต้องถามตัวเองว่า "มันคือบททดสอบใช่ไหม๊" เงินมากมายจะมีความหมายไหม๊ หากการจากไปของการไปทำหน้าที่นอกบ้านของเรา คือ ความบกพร่องในบางเรื่องสำหรับครอบครัว นี่กระมัง คือ เหตุผลที่ว่า "ไม่มีที่ใดสุขใจเท่าบ้านเรา"
สวัสดีค่ะ
หากการทำหน้าที่ของเรามีประโยชน์ต่อสังคม...
หากบทบาทที่เรากำลังทำสร้างคุณค่าดี ๆ ให้เกิดขึ้นกับผู้คน...
"ครอบครัว" และ "คนรอบข้าง" ย่อมภูมิใจและเป็นกำลังใจให้เรานะครับ...
สู้ ๆ คร้าบ...
ขอบคุณมากครับพี่
สำหรับกำลังใจดีๆที่มีให้ครับ...ชื่นชมในความเป็นครูของพี่ครับ
แค่บางอามรมณ์ของความรู้สึกอะครับ
ขอบคุณอีกครั้งกับกำลังใจที่ไหลหลั่งมาตลอดบนเส้นทางสายนี้ครับ
สวัสดีคะเสียงเล็กๆ
เทียนน้อยก็พึ่งพาหัวใจกลับบ้านมาค่ะ
ไปเพิ่ม เติม เสริมพลัง
เพื่อกลับมาทำงาน ในบทบาทและหน้าที่
เป็นกำลังใจให้นะคะ ^_^
ขอบคุณมากครับบัง
จะยืนหยัดและสู้ต่อไปครับ...บอกแล้วให้บังไปเขียนหนังสือ อิอิ
หรอยจริงพี่บ่าวเรา...
"หากการทำหน้าที่ของเรามีประโยชน์ต่อสังคม...
หากบทบาทที่เรากำลังทำสร้างคุณค่าดี ๆ ให้เกิดขึ้นกับผู้คน...
"ครอบครัว" และ "คนรอบข้าง" ย่อมภูมิใจและเป็นกำลังใจให้เรานะครับ..."
สู้ ๆ คร้าบ...
ขอบคุณมากครับ
ดีจังครับได้กลับบ้าน...มีความสุขเติมเต็มแล้วก็เพิ่มพลังสรรค์สร้างสังคมต่อไปให้ได้รับความสุขต่อด้วยนะครับ
ขอบคุณมากครับครู
ครับ...แม่กับพ่ออยู่ข้างเราเสมอครับ...เป็นกำลังใจสำหรับคุณครูกับการทำหน้าที่ต่อไปครับ
สวัสดีจ๊ะน้องชาย
ดูท่าทางจะเหนื่อยที่หัวใจแฮะ น้องเรา
เหนื่อยรึเปล่า ล้าแม่นบ่ ถ้าใช่ก็พักบ้างนะ
บางสิ่งบางอย่างต้องค้นหาคำตอบ บางสิ่งบางอย่างต้องการเวลา ที่สำคัญชีวิตคนเราต้องการแบตเตอรรี่นะน้อง ถ้าแบตอ่อนก็ต้องไปชาร์ต ไม่งั้นมันจะดับ
พี่ว่าไม่มีใครที่ไม่รู้จักตัวเอง น้องก็รู้จักตัวเองดีพอ พี่เชื่อเช่นนั้นเพราะฉะนั้นถ้าตัวเองบอกเหนื่อย บอกคิดถึุงบ้าน ก็พักก็กลับไปบ้านบ้าง เติมพลังให้ตนเอง แล้วมาสู้ใหม่มิสายดอก แล้วน้องชายสิมีความสุขจ๊ะ
ขอบคุณมากครับพี่
ขอบคุณสำหรับกำลังใจที่มีให้บนถนนสายนี้ครับ...อิอิ
ยังยิ้มได้ครับ แม้จะล้า จะอ่อนแรงบ้างครับ
ขอบคุณมากครับบัง
อิอิ...อามรมณ์คงอ่อนไม่ได้ครับเพราะถ้า่อ่อนชัยฏอนก็ยิ้มเลยครับ
อ่านแล้วรู้สึกว่าตัวเองโชคดีจัง
ขอบคุณค่ะ.
ขอบคุณมากครับ
คุณไม่แสดงตน...ที่เข้ามาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ครับ
ขอบคุณมากครับคุณ
จะบอกว่าบังเอิญก็คงไม่ใช่ครับ...อ่านแล้วเห็นด้วยครับประโยคนี้ใครพูดก็รู้สึกดีครับ ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อจริงๆ รู้สึกดีจริงๆครับ
สลาม บัง เรา
ผมกลับบ้านไปหาแม่แล้ว เช่นกัน เดือน รั้ง ตอนนี้ เดี่ยวจะเปลี่ยนให้ถี่กว่านี้อีก
ถ้างานไม่นำพา ครับ
รับสลามน้องเรา
งานจะนำพาขนาดไหนก็อย่าลืมส่งความห่วงใยและพาหัวใจกลับบ้านนะครับน้อง เป็นกำลังใจให้ในการทำงานครับ
"คำแม่"
น้ำเสียง คำพูด มันแฝงความรู้สึกมากมายอย่างบอกไม่ถูก มีพลัง มีความห่วงใย มีกำลังใจอยู่ข้างใน มันคือการสื่อทางจิตไปในตัว บ่อยครั้งที่รู้สึกท้อ แค่ได้คุยกับแม่เพียงไม่กี่นาที เหมือนมีพลังเข้ามาในตัวโดยไม่ต้องชาจต์ไฟเลย มันเป็นอะไรที่น่าทึ่ง พลังที่มาจาก คำถามจากคนเป็นแม่ แค่คำถาม หรือ คำบอกเล่า เคยสงสัยไหมว่า ทำไมมันมีพลังมากมายเพียงนั้น
ขอบใจมากเพื่อน
นายไม่แสดงตน...ถ้านายคิดถึงแม่ก็กลับมาบ้านเลย สู้ๆๆนะเพื่อน
สิ่งที่เพื่อนพูดมาเราไม่สงสัยเลย เพราะอะไรนั่นหรือ...เพราะนายก็รู้ดี อิอิ