“The rose, is not the rose, is the rose.” “กุหลาบ (ไม่ใช่กุหลาบ) คือกุหลาบ”

 

เมื่อเดือนที่ผ่านมา ได้มีโอกาสเขียนบทความลงในจดหมายข่าวสาระเพื่อการพัฒนาเด็ก เยาวชน และครอบครัว ฉบับเดือนมีนาคม-เมษายน 2552 ของสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว ม.มหิดล ได้นำเสนอธรรมะจากกุหลาบ คิดว่าน่าจะมีแง่คิดหรืออะไรที่ดีที่นำไปใช้ประโยชน์ได้ จึงนำมาฝากทุกท่าน 

ธรรมะ for you  ธรรมะจากกุหลาบ

อัจฉริยะ  ลิ้มสุวรรณ

 

                สวัสดีครับ คอลัมน์ ธรรมะ for you” มาพบกับท่านอีกเป็นประจำเช่นเคย ในครั้งนี้ มีสาระใกล้ตัวมานำเสนอ จึงได้กำหนดหัวข้อว่า ธรรมะจากกุหลาบซึ่งดอกกุหลาบเป็นดอกไม้ที่รู้จักกันดี

                กุหลาบ เป็นดอกไม้ที่เป็นที่รู้จัก มีความสวยงาม มีสีสันหลากหลาย มีคนเคยให้ฉายาว่ากุหลาบเป็น ราชินีแห่งดอกไม้ คนมักจะนิยมนำดอกกุหลาบมอบให้แก่กันในโอกาสต่างๆ ทั้งเป็นดอกเดี่ยว และที่นำมาจัดเป็นช่อหรือแจกันอย่างสวยงาม ในเทศกาลแห่งความรัก เราจะเห็นคู่รักนำดอกกุหลาบมอบให้กันอยู่ทั่วไป เราจะเห็นการมอบช่อกุหลาบแสดงความยินดีในการจบการศึกษา ได้เลื่อนตำแหน่ง มีความเจริญก้าวหน้า บางคนจัดเป็นแจกันเพื่อมอบให้ผู้ใหญ่ที่นับถือ หรือถวายพระสงฆ์ผู้ใหญ่ที่เคารพ

                เมื่อพิจารณาแล้ว เราจะเห็นธรรมะที่แฝงอยู่ในดอกกุหลาบ มีประโยคข้อความหนึ่งที่น่าคิด ว่า “The rose, is not the rose, is the rose.” หรือ กุหลาบ (ไม่ใช่กุหลาบ) คือกุหลาบท่านอ่านแล้วคงจะรู้สึกแปลกๆ ว่าเอ๊ะ!! อะไร?? ไม่เห็นจะเข้าใจ วันนี้ธรรมะ for you จะช่วยไขความลับให้เข้าใจ

                จากการวิเคราะห์ข้อความดังกล่าว จะพบว่าสามารถแยกออกได้ ๓ ส่วน คือ ๑) ดอกกุหลาบ ๒) ไม่ใช่กุลาบ และ ๓) คือกุหลาบ คำสอนนี้ต้องการชี้ให้เห็นว่าอย่าไปยึดติดกับภาพที่เห็น จริงๆ แล้ว กุหลาบไม่สามารถเป็นกุหลาบได้เลย หากไม่มีเมล็ดพันธุ์ น้ำ อากาศ ดิน ปุ๋ย เป็นต้น กุหลาบจึงเกิดขึ้นจากธาตุหรือองค์ประกอบหลายๆ อย่างที่เข้ามาผสมผสานรวมกัน เราสามารถสังเกตสิ่งแวดล้อมรอบตัวเราได้ ไม่ว่าจะเป็น โต๊ะ เก้าอี้ ประตู หน้าต่าง จาน ชาม ช้อน หรือแม้กระทั่งตัวเรา เราไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่าล้วนเกิดขึ้นจากส่วนประกอบต่างๆ อาจจะเป็น ไม้ เหล็ก กระจก ธาตุดิน น้ำ ลม ไฟ และของเหล่านี้ก็เกิดมาจากองค์ประกอบอื่นๆ อีกเช่นกัน ถือว่ากุหลาบเป็นภาพที่เราสร้างขึ้นมา

เมื่อเรายึดติดกับภาพ (มายา) ที่เราเห็น จะทำให้เราเกิดความทุกข์ ความเครียด ทุกวันนี้คนจึงมักจะทะเลาะกัน แก่งแย่ง มีปัญหาต่อกัน ธรรมะนี้ทำให้เราได้สาระว่า เราควรรู้จักมองเห็นความเป็นจริง ไม่ยึดติดกับภาพที่เห็นหรือนึกคิด ทุกอย่างมีเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และในที่สุดก็จะเสื่อมสลายไป ไม่มีสิ่งใดคงทนถาวรได้ ดังคำสอนในพระพุทธศาสนาว่า อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา - ทุกสิ่งล้วนไม่เที่ยง เป็นทุกข์ ไม่ใช่ตัวตน หากเราสามารถเข้าใจในขั้นนี้แล้ว เราจะมองเห็นกุหลาบเป็นกุหลาบอย่างแท้จริง ไม่ใช่กุหลาบที่เกิดจากภาพลวงตา หรือกุหลาบที่เราสร้างขึ้นมาตามความรู้สึกนึกคิด เราสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้ คำสอนดังกล่าวไม่ได้ต้องการให้เราหยุดทำอะไร อยู่เฉยๆ แบบไม่มีความรู้สึกอะไร หรือรอวันเวลาให้เหตุการณ์ต่างๆ เกิดขึ้น แต่ต้องการให้เราเข้าใจความเป็นจริง มีสติรู้ตัวทั่วพร้อม ไม่ประมาทในการดำเนินชีวิต แล้วเราจะพบกับความสำเร็จที่แท้จริง

ขอให้ทุกท่านมีความสุขกับการดำเนินไปของชีวิตอย่างมีคุณค่าทุกๆ วัน แล้วพบกับ ธรรมะ for you” ในครั้งต่อไปครับ

หวังว่าจะเป็นประโยชน์สำหรับทุกท่าน หากมีข้อคิดหรือประเด็นที่จะเสริมเพิ่มเติม ก็สามารถแสดงความคิดเห็นได้ครับ