หัวหน้างาน ต้องเรียนรู้ หยุดเรียนรู้ ก็หยุดเป็นหัวหน้า

 

 

เป็นหัวหน้าที่ดี  ต้องไม่หยุดเรียนรู้…!!!

 

วิกูล โพธิ์นาง

ทฤษฏีและเทคนิคทางรัฐศาสตร์ รัฐศาสตรบัณฑิต มสธ.

๒๖ พฤษภาคม ๒๕๕๒

 

 

หัวหน้า  พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ ให้ความหมายของหัวหน้าว่า  ผู้เป็นใหญ่ในหมู่หนึ่ง ๆ

 

ถ้าจะพูดให้ง่าย หัวหน้า ก็เป็นทั้ง หัว เป็นทั้ง หน้า ของลูกน้องของงาน เป็นทั้งแรงดึงและแรงดัน อุปมาคล้ายหัวรถจักรที่รากขบวนรถไฟ

 

เป็นหัวหน้างาน ก็เป็นใหญ่ในหมู่หนึ่งๆของงาน ของลูกน้องกลุ่มหนึ่งๆ จงภูมิใจเถิดที่ได้เป็นหัวหน้า เพราะจะได้ใช้ตำแหน่งนั้นสร้างสรรค์ความดี ความถูกต้องให้เกิดกับสังคม  ทั้งยังเป็นเครื่องแสดงให้สาธารณะชนได้ทราบถึงผลงานในอดีต ที่ได้ส่งผลมาจนได้เป็นหัวหน้า

 

แต่บ่อยครั้งมักได้ยินคำพูดเชิงลบต่อหัวหน้าว่า เสียพนักงานดีๆไปหนึ่งคน ได้หัวหน้างานแย่ๆมาหนึ่งคน คำพูดแบบนี้แสดงว่าหัวหน้าผู้นั้น มิได้ปฏิบัติงานภายใต้บทบาทของตนเองอย่างถูกต้องเต็มที่ หรือเป็นหัวหน้างานที่ไม่ดีนั้นเอง

 

แล้วหัวหน้างานที่ดีเป็นอย่างไร?

 

การเป็นใหญ่ในหมู่หนึ่งๆ ต้องไม่ใหญ่เฉพาะตำแหน่ง แต่ต้องรวมถึงความเป็นใหญ่ทางวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล ที่จะสามรถนำพากลุ่มงานให้มีแรงบันดาลใจในการทำงาน ทั้งยังมีเมตตากรุณาที่ยิ่งใหญ่ ในอันที่จะสนับสนุนให้ลูกน้องก้าวหน้าต่อไปแทนตน

 

ดังนั้น

 

หัวหน้างานที่ดี  ต้องไม่หยุดเรียนรู้  ๑. เรียนรู้ที่จะเพิ่มทักษะในการทำงาน  (Technical) ๒. เรียนรู้ที่จะเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน (Job Enhancement) และ ๓.เรียนรู้เพื่อรองรับความก้าวหน้าในอาชีพ (Career Development)

 

เพราะทั้งสามประการนั้น เป็นหลักสำคัญที่จะทำให้ตนเกิดการพัฒนา จนสามารถนำศักยภาพทั้งมวลในตนเอง ในกลุ่ม และในองค์กรออกมาใช้ให้เกิดประโยชน์กับงานด้วยต้นทุนที่ต่ำแต่ประสิทธิภาพ ประสิทธิผลสูงกว่า

 

และการเรียนรู้นั้น ก็ต้องครอบคลุมไปถึงลูกน้องทุกคนเช่นเดียวกัน จึงจะทำให้กลุ่มงานที่รับผิดชอบของตนได้เกิดการพัฒนาทันต่อการเปลี่ยนแปลงของสังคม ที่รุดหน้าไปอย่างรวด  โดยเฉพาะปัญหาที่เกิดขึ้นแต่ละวันล้วนมีพัฒนาการ มีความสัมพันธ์สลับซับซ้อนที่ต้องอาศัย เทคนิควิธีการที่รู้เท่าทัน ตามหลักวิชาการประสบการณ์ มิได้เกิดจากการเดาสุ่ม หรือคิดเอง ซึ่งเป็นวิธีการที่ผิด

 

เมื่อตัวหัวหน้าเกิดการเรียนรู้ ลูกน้องเกิดการเรียนรู้ จะทำให้ทั้งกลุ่มเกิดการเรียนรู้ร่วมกัน จนสามารถพัฒนาไปสู่กลุ่มงานแห่งการเรียนรู้ โดยนำสิ่งที่ได้เรียนรู้มาสานเสวนาจนเป็นความรู้ใหม่ ความรู้เฉพาะเหมาะสมกับการแก้ปัญหา และพัฒนางานนั้นๆ เมื่อเป็นได้ดังนี้ จะทำให้เกิดการเรียนรู้เหมือนกัน ทำงานสอดคล้องกัน และพัฒนาไปสู่อนาคตที่มีเป้าหมายเดียวกัน

 

สภาพการดังกล่าว จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อหัวหน้า เปิดใจยอมรับตัวเอง ว่าตัวตนของเราอยู่ ณ จุดใดของกระแสการเปลียนแปลงในปัจจุบัน โดยการติดตามข่าวสาร อ่านหนังสือ เข้ารับการฝึกอบรมในสาขาที่เกี่ยวข้องกับการทำงาน หรือถ้าเป็นไปได้ก็เข้าสู่สถาบันการศึกษาเพื่อเพิ่มวิทยฐานะของตนเองให้สูงขึ้นกว่าที่เป็นอยู่

 

ถ้าไม่เรียนรู้ หยุดนิ่งกับปัจจุบัน ก็ไม่ต่างอะไรกับปลาที่ตายแล้ว เพราะปลาที่ตายแล้วจะไม่ว่ายทวนกระแสน้ำ ปลาเป็นเท่านั้นที่ว่ายทวนกระแสน้ำ ไม่เรียนรู้ ไม่ศึกษา ก็จะกลายเป็นหัวหน้าผู้ว่างเปล่า อย่าหลงและอย่ายึดติดกับอดีต ที่คิดว่าตนเองเก่งมากนักหนา เพราะอดีตได้ผ่านไปแล้วความเก่งเมื่อวันวาน จะนำมาใช้กับปัจจุบันไม่ได้ทั้งหมด คนละยุคกัน

 

การเรียนรู้ นอกจากจะเป็นการพัฒนาตนเองแล้ว ยังถือได้ว่าทำหน้าที่เป็นหัวหน้างานที่ดีอีกด้วย เพราะ หัวหน้าก็ไม่ต่างอะไรกับครูอาจารย์ที่จะต้องรับทำหน้าที่คอยสอนลูกศิษย์ ดังที่ทางพระพุทธศาสนาได้กล่าวถึงหน้าที่ครูอาจารย์ไว้ดังนี้

๑.             ฝึกฝนแนะนำให้เป็นคนดี
๒.           สอนให้เข้าใจแจ่มแจ้ง
๓.           สอนศิลปวิทยาให้สิ้นเชิง
๔.           ยกย่องให้ปรากฏในหมู่เพื่อน
๕.           สร้างเครื่องคุ้มกันภัยในสารทิศคือ สอนให้ศิษย์ปฏิบัติได้จริง นำวิชาไปเลี้ยงชีพทำการงาน

 

หากไม่เรียนรู้ ท่านจะทำหน้าที่ ทั้ง ๕ ข้อ ข้างตนอย่างสมบูรณ์ได้อย่างไรเล่า?

 

ครับ จึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่า หัวหน้างานที่ได้อ่านบทความนี้ จะได้ตระหนักรู้ว่าภาระหน้าที่ของตนนั้นยิ่งใหญ่นัก จะมานั่งกินบุญเก่าที่เป็นประสบการณ์ในอดีตมาเป็นเครื่องมือการทำงานไม่ได้แล้ว

 

ต้องเริ่มจากการ ติดตามข่าวสาร อ่านหนังสือ และเข้ารับการฝึกอบรมให้มากขึ้น พร้อมทั้งพยายามเข้ารับการศึกษาในสถาบันการศึกษาในเวลาที่เหมาะสมให้ได้ หรืออย่างง่ายที่สุด ท่านก็จงเปลี่ยนพฤติกรรมจากที่พูดมากๆ มาเป็ผู้ฟังให้มากๆ ไม่ต้องฟังใครหรอก ก็ลูกน้องของท่านนั่นเอง แล้วจะทำให้ได้เห็นโลกทัศน์จากแง่คิดดีๆมากมาย

 

อย่าให้ตำแหน่งมาหลอกตัวเอง ว่ายิ่งใหญ่ รู้รอบ ไม่จำเป็ต้องศึกษา...!!!

 

และ

 

อย่าให้ลูกน้องได้สบประมาทว่า เป็นหัวหน้า เหมือนเป็นหัวหน้ากบในกะลา ผมมั่นใจครับว่า ท่านจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในทางที่สร้างสรรค์ในงานของท่าน ในเร็ววันนี้...!!!

 

บทความโดย : วิกูล โพธิ์นาง