ซึ่งมีหัวใจการพัฒนา... อยู่ที่การ พัฒนา คน

 

วันนี้ผมไปร่วมงานันนักวิจัย ซ่งเป็นวันสำคัญของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์อีกวันหนึ่ง ในช่วงเช้ามีปาฐกถาโดยท่านอธิการบดี (บุญสม ศิริบำรุงสุข) ผมเห็นว่าน่าจะเผยแผ่ออกไปในวงที่กว้างขึ้นได้ (55555 ตามที่คุณหมอวิจารณ์ พานิชได้พูดไว้นะครับ ให้ทำหน้าที่ที่ทำอยู่ให้ดียิ่งขึ้น..)

 

ระเด็นหลักๆที่ผมพอจับใจความได้ และขอบันทึกต่อบบมีเพี้ยนเล็กน้อย ก็คงมีดังนี้นะครับ

 

วันสำคัญที่ท่านอธิการบดีได้สร้างขึ้นเพื่อให้ประชาคมได้ตระหนักและเห็นความสำคัญได้อย่างเป็นรูปธรรม ก็คือ

 

1.วันนักวิจัย

2. วันแห่งคุณภาพ

3. วันเชิดชูครูสงขลานครินทร์

 และจะกำหนดวันสำคัญเพิ่มขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้คือ

-วันถือประโยชน์ของเพื่อนมนุษย์เป็นกิจทึ่หนึ่ง

 

แนวคิดของท่านอธิการบดีที่ได้บอกเล่าถึงแนวคิดในการพัฒนามหาวิทยาลัยคือ ต้องการฒนาที่แก่น ึ่งแบ่งเป็น

ก่นใน = นามธรรม

แก่นนอก = รูปธรรม

ซึ่งจะต้องเชื่อมโยงทั้งแก่นในและแก่นนอกเข้าด้วยกันเหมือนกายและจิต

 

มหาวิทยาลัยจะต้องเจริญเติบโตด้วยแนวคิดแบบต้นไม้ยืนต้น ที่มีรากแก้วหยั่งลึกลงดิน ซึ่งการเติบโตที่ยั่งยืนจะต้องมีสิ่งแวดล้อมประกอบที่สำคัญ ดังนี้ คือ

-อยู่ในระบบนิเวศน์ที่สมบูรณ์

-มี learning ecosystem

-มี Intellectual ecosystem

 

แก่นนอก จะมีส่วนประกอบของ

-การวิจัย/สร้างองค์ความรู้

-การบ่มเพาะคนดีของชาติ

-การมีจิตสาธารณะ

 

โดยมีหลักการอยู่ที่แนวพระราชดำ​ริด้านการศึกษาของสมเด็จพระบรมราชชนก​ ​ที่ว่า​ ารสาะหาวิชชาละ​ปิดโอกาส​ให้​กุลบุตร​ได้​เรียนทำ​การเสาะหาวิชชา​ ​เลี้ยงดูทำ​นุบำ​รุงนักปราชญผู้​สามารถ​เสาะหาวิชชา​ ​และ​ใช้​ผลอัน​นั้น​มาสอนกุลบุตรด้​ ​เปนกิจสำ​คัญที่สุดของมหาวิทยาลัย​ ​มหาวิทยาลัย​เป็น​สมองต้น​ความ​คิดของชเปนสถานเลี้ยง​ คนดีของชาติการเสาะหาวิชชา ลี้ยงดูทำนุบำรุงนักปราชญ์ ช้ผลอันนั้นมาสอนกุลบุตร

 

และมีแก่นใน คือ

ความมีคุณภาพ

ความมีคุณค่า

ความมีจิตวิญญาณ เพื่อ..ประโยชน์เพื่อนมนุษย์

ความเป็นปราชญ์

ความเป็นครู

มีเกียรติภูมิและศักดิ์ศรี

 

ดังนั้นหากเปรียบมหาวิทยาลัยเหมือนดังร่างกายมนุษย์ก็จะเทียบได้ดังนี้

สุขภาพกายดี=ระบบบริหารดี

สติปัญญาเป็นเลิศ = อาจารย์มีความเป็นปราชญ์

มีจิตใจดี = มีจิตวิญญาณ

 

ซึ่งมีหัวใจการพัฒนา... อยู่ที่การัฒน คน

 

ดยให้คนทำงานที่มีระบบสมดุล ะหว่างค่าตอบแทน+ความภูมิใจในคุณค่า

 

มหาวิทยาลัยเปรียบเสมือนเจดีย์ที่มีฐานกว้าง และมหาวิทยาลัยจะมีฐานต่อยอดความรู้ได้ จะต้องมีฐานดังนี้

Basic sciences ต้องแข็ง

Basic humanities & social sciences ต้องแข็ง

 

ความจริงมีต่อครับ แต่จดไม่ทันแล้ว เดี๋ยวจะบันทึกไปแบบเพี้ยนๆ ขอหยุดไว้แค่นี้ก่อน

 

อ่ะ! อ่ะ! อ่ะ! ขอบอก ผมก็ได้รับเกียรติบัตรในวันนี้ด้วยนะครับ

 

ผม..เอง