นักบัญชีชิวชิว ตอนที่ 2.1นศ.บัญชีปี 1 จ้า

    นักบัญชีชิวชิว ตอนที่ 2.1

     จากตอนที่ 1 หมวยลืมกล่าวถึงผู้มีพระคุณอีกท่านหนึ่งที่คอยสอนวิชาคณิตศาสตร์ให้หมวยตั้งแต่ ป.1-ม. 6 ค่ะ เป็นใครทราบมั้ยเอ่ย ?????

    ลูกพี่ลูกน้องของหมวยเองค่ะ ท่านเป็นลูกของคุณป้า และเป็นคุณครูสอนวิชาคณิตศาสตร์ระดับมัธยม ของโรงเรียนประจำอำเภอค่ะ จนหมวยได้นำวิชาคณิตศาสตร์มาใช้ในวิชาชีพนักบัญชีจนถึงปัจจุบันนี้แหละค่ะ การเทียบบัญญัติไตรยางศ์ไงค่ะ แต่น่าเสียดายที่ท่านได้เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งเมื่อเดือนที่แล้วค่ะ ลูกศิษย์มางานศพกันเยอะมาก เพราะท่านรับสอนพิเศษด้วย ซึ่งมีหลายคนที่เรียนกับท่านแล้วเอนทรานซ์ติดคณะดีๆค่ะ เก็งข้อสอบเก่ง มีวิธีการสอนที่สนุก ไม่น่าเบื่อค่ะ ตอนหมวยจะเอ็นทรานซ์ก็ให้ท่านช่วยติวให้นะคะ

    มีอีกเรื่องจะเล่าให้ฟังนะคะ ท่านผู้อ่านทราบมั้ยคะว่าก่อนท่านเสียนะคะ ท่านมาเข้าฝัน หมวยด้วยค่ะ เรื่องนี้ไม่เชื่ออย่าลบหลู่นะคะ หมวยฝันตอนประมาณ ตี 5 ค่ะฝันว่าท่านมาหาที่บ้านค่ะมานั่งคุยด้วย หน้าตาดี แต่งตัวดีค่ะ ตื่นขึ้นมาเลยเล่าให้พี่สาวฟังค่ะ ซึ่งก่อนหน้านี้หมวยทราบแล้วค่ะว่าท่านเข้าโรงพยาบาล แต่ก็ไม่คิดว่าจะฝันแบบนี้ จากนั้นก็หลับต่อค่ะ ฝันอีกทีคิดว่าน่าจะประมาณตี 5 ครึ่ง ฝันว่าฟันเขี้ยวข้างซ้ายล่างหักค่ะ ก็เลยตกใจตื่นอีก แล้วเล่าให้พี่สาวฟังอีก ก็เลยมองหน้ากัน 2 คน ว่าต้องเตรียมทำใจแล้วล่ะเจ้ จากนั้นอีก 3 วันท่านก็เสียชิวิตค่ะ ไม่น่าเชื่อว่าหมวยจะฝันแม่นขนาดนี้ ยังแซวกับพี่สาวเลยว่าทำไมไม่ฝันเห็นตัวเลขบ้างน้า จะได้ถูกหวยกะเขาบ้าง

    งั้นเอาเป็นว่าก่อนจะเริ่มตอนที่ 2.1 ขอแต่งกลอนท้าย ตอนที่ 1 สักบทนะจ๊ะท่านผู้อ่านที่น่ารักทุกท่าน

        หมวยบูริน    คนนี้       ชอบค้าขาย

        สบายๆ        ชิวชิว      ไม่ซีเรียส

        ชอบพูดคุย   อัธยาศัยดี ไม่ค่อยเครียด

        หมวยมักเจียดเวลา หาความรู้ ตลอดเอย

     เรามาเริ่มชีวิตรั้วมหาลัยของหมวยดีกว่านะคะ หมวยจบมัธยมที่ต่างจังหวัดค่ะ ทราบมั้ยคะเข้ามากรุงเทพฯ ตื่นเต้นมาก หมวยและคุณแม่ ต้องย้ายบ้านมาอยู่กรุงเทพฯ กับพี่สาวและพี่ชายค่ะ ซึ่งตอนนั้นพี่ๆ จ่ายค่าผ่อนบ้านครบแล้ว เป็นความภูมิใจของคุณแม่และหมวยมาก ที่พี่ๆขยันทำงานจนมีบ้านเป็นของครอบครัวเราเองที่กรุงเทพฯ พี่ชายหาทำเลเก่งมากค่ะ อยู่ใกล้ตลาดและห้างสรรพสินค้าค่ะ เพราะคุณแม่,หมวยและพี่สาวชอบทำกับข้าวค่ะ เลยต้องอยู่ใกล้ตลาดค่ะ คุณแม่น่ารักมากค่ะทำกับข้าวให้ทานทุกมื้อเลยค่ะ อร่อยด้วยค่ะ ครอบครัวหมวยอบอุ่นมาก ถึงแม้จะคิดถึงคุณพ่ออยู่บ้างก็ตามในบางเวลา เสียดายที่ท่านไม่ได้มาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันที่บ้านหลังนี้ อยากให้ท่านเห็นความสำเร็จของลูกๆจังค่ะที่มีบ้านที่กรุงเทพฯ จากนั้นหมวยก็เริ่มปรับตัวได้ค่ะ พี่สาวก็พาหมวยไปห้างแถวบ้าน พาไปตลาดซื้อกับข้าวมาให้คุณแม่ทำอาหารค่ะ เพื่อนบ้านก็น่ารักทุกคนค่ะ

    อีกไม่กี่วันหมวยก็เปิดเทอมแล้วค่ะ ต้องไปมอบตัว จ่ายค่าเทอมค่ะ พอถึงวันที่ต้องไปจ่ายค่าเทอมพี่สาวหมวยก็เป็นคนพาหมวยไปที่มหาลัยค่ะ พาขี้นรถเมล์ เพราะวันเปิดเทอมหมวยต้องขี้นรถเมล์เอง จะได้ลงป้ายถูก หมวยยิ่งตื่นเต้นกว่าเก่าอีกค่ะ ที่ต้องโหนรถเมล์เอง กลัวก็กลัวค่ะ เพราะเป็นครั้งแรกที่หมวยขึ้นรถเมล์ค่ะ กลัวลงป้ายผิด กลัวหลง แต่พี่สาวหมวยก็บอกตลอดทางค่ะ ว่าให้มองป้ายรถเมล์ก่อนถึงป้ายที่เราจะลงว่ามีอะไรเป็นจุดที่ต้องจำ และต้องเตรียมกดกริ่งและออกมายืนในตำแหน่งที่ใกล้ประตูให้มากที่สุดเพื่อลงป้ายหน้าด้วย ที่ควรระวังที่สุดคือกระเป๋าสะพาย ให้นำมาไว้ด้านหน้าของตัวเรา ไม่งั้นโดนล้วงกระเป๋าแน่ๆ พี่สาวหมวยเคยโดนกรีดกระเป๋าขาดด้วยนะคะ ในกรุงเทพฯน่ากลัวมากในความคิดของหมวยนะคะ แต่หมวยก็จำทุกคำพูดที่พี่สาวบอกนะคะ

   ทราบมั้ยคะว่าทำไมหมวยถึงขึ้นชื่อตอนว่า ตอนที่ 2.1 คือ ชีวิตนักศึกษาปี 1 ในรั้วมหาลัยของเด็กบัญชีค่ะ

   เรามาเริ่มวันแรกของนักศึกษาปี 1 กันเลยนะคะ มาเรียนวันแรกเจอนักศึกษาเยอะแยะเลยค่ะ สนุกมาก หมวยก็พยายามคุยกับเพื่อนๆ ดูว่าคนไหนอัธยาศัยดี ยิ้มเก่ง ก็เข้าไปหาคนนั้น ทำให้หมวยมีเพื่อนในกลุ่มหลายคนค่ะ ไปไหนไปกัน ยังคบกันจนถึงปัจจุบันนี้ค่ะ นานๆก็จะนัดทานข้าวกันบ่อยๆค่ะ พอเรียนเสร็จสิค่ะคุณผู้อ่าน ต้องรับน้องค่ะ ทุกเย็นเลย เหนื่อยแต่ก็สนุกนะคะ ตอนนั้นมีรับน้องที่มหาลัยค่ะ วันที่รับน้องใหญ่นะคะ พี่ๆให้เอามือล้วงไปในกล่อง เจอปลาไหล คิดว่างู ตกใจชักมือออก พี่ๆ เลยบอกว่าปลาไหลจ้าน้องไม่ต้องกลัว ไม่ใช่งูจ้า ตกเย็นก็มีคอนเสิร์ตมาเล่น เต้นกันมันส์สุดๆไปเลยค่ะ หมวยเลยขอค้างที่หอพักเพื่อนในมหาลัยค่ะ ขอคุณแม่กับพี่ๆไว้แล้ว ว่ากลับดึกขอพักกับเพื่อนดีกว่า เมื่อการรับน้องจบไป ทีนี้ก็ต้องหนักเรื่องเรียนแล้วละคะ เรียนบัญชีปีแรก หมวยรู้สึกว่ายากจริงๆ อะไรก็ไม่รู้ เดบิต เครดิต งงเต็ก ดีที่หมวยมีเพื่อนเรียนปวช. ปวส. ซึ่งเขาเรียนบัญชีมาแล้ว มาเรียนหลักสูตรต่อเนื่องค่ะ เขาเลยติวให้ค่ะ เลิกเรียนหมวยก็กลับบ้าน ทำการบ้าน อ่านหนังสือ กว่าจะหลับก็ปาเข้าไปเที่ยงคืนแล้วค่ะ ไม่คิดว่าจะดึกขนาดนั้นนะคะ วันหยุดก็ไปเดินห้างกันบ้างตามประสาวัยรุ่นแหละค่ะ

   ในมหาลัยก็จะมีชมรมต่างๆให้นศ.ทำกิจกรรมกัน หมวยไปเข้าชมรมๆนึงคะ เพื่อนชวนนะคะ ได้ไปดูรายการสี่ทุ่มสแคว์ค่ะ ปัจจุบันคือรายการตี 10 ของคุณวิทวัสค่ะ วันนั้นเป็นวันที่รายการต้องอัดไว้เพื่อฉายในวันปีใหม่ค่ะ ดารานักร้องมาเพียบค่ะ ทั้งศรราม เทพพิทักษ์ ,พีท ทองเจือ(นั่งด้านบนอัธจรรย์เหนือหมวยไปขั้นนึงค่ะ) คุณวิทวัสให้ถือหน้ากากดาราค่ะแล้วให้ทายว่าคนที่ถือหน้ากากดารา คนไหนคือดาราตัวจริง หมวยได้หน้ากากของยุ้ย ปัทมวรรณ เค้ามูลคดี(ลูกสาวรอง) นะคะ ซึ่งตอนนั้นยุ้ยดังมาก หมวยเลยถูก พีท ทองเจือแซวว่า ยุ้ยปะครับเนี่ย เลยได้ทีหันไปมองหน้ายิ้มให้ แล้วขอลายเซ็นซะเลย พอถึงเวลาเข้ารายการจริงๆ วิทวัสก็ให้เปิดหน้าไปเรื่อยๆ เจอดาราตัวจริงบ้างไม่จริงบ้าง ทีนี้อยู่ๆ คุณวิทวัสก็เอาไมโครโฟนมาที่หมวยแล้วถามว่า น้องยุ้ยตัวจริงรึเปล่าเอ่ย ลองเปิดหน้าสิครับ หมวยเลยเปิดหน้าค่ะ คุณวิทวัสเลยถามว่าชื่ออะไร ก็บอกชื่อจริงไป เป็นครั้งแรกที่หมวยได้ออกทีวีนะคะ ตื่นเต้นมากค่ะ ตอนคุณวิทวัสเดินมาใกล้ๆ ไม่นึกไม่ฝันว่าจะได้ออกทีวี แล้วคุณวิทวัสก็ชมว่า ก็น่ารักไปอีกแบบนึงนะครับ ด้วยความที่หน้าหมวยๆ ตาตี่ๆมั้งคะ พอกลับถึงบ้านรีบบอกคุณแม่และพี่ๆค่ะว่าได้ออกทีวี ปีใหม่นี้เตรียมตัวดูนะ แอ่น แอน แอ๊น ถึงวันปีใหม่แล้วจ้า ทุกคนในบ้านตั้งหน้าตั้งตารอดูรายการอย่างใจจดใจจ่อค่ะ รอดูหมวยจนถึงเวลาที่เล่นเกมส์เปิดหน้า พอเห็นหน้าหมวยเท่านั้นแหละ ทุกคนยิ้มหน้าบานเลยค่ะว่าลูกสาวและน้องสาวได้ออกทีวี หลังปีใหม่หมวยไปเรียนที่มหาลัย เพื่อนๆและรุ่นพี่แซวกันน่าดูเลยค่ะว่าเห็นหมวยในทีวีด้วย สมัยนั้นรายการนี้ดังมากค่ะ หมวยเลยดังไปเลย เรียกว่าครั้งนึงในชีวิตที่ได้ออกทีวีนะคะเนี่ย

    หลังจากนั้นอีก 2 เดือนกว่าๆก็จะสอบ Final แล้วค่ะ ต้องกลับมาเคร่งเครียดกับตำราหลังจากไปสนุกสนาน คลายเครียดกันมาแล้ว ถึงเวลาต้องติวกันซะแล้วค่ะ โชคดีที่หมวยได้กลุ่มเพื่อนที่รักเรียนค่ะ ก่อนสอบจะนัดติวกันตลอด ทำให้คะแนนออกมาใช้ได้ทีเดียวค่ะวิชาบัญชี 1 หมวยได้ B ค่ะ

   เป็นไงค่ะสำหรับเด็กบัญชีปี 1

   ถ้าไงรออ่านตอนที่ 2.2 นะคะ ดูสิว่าขี้นปี 2 จะสนุกขนาดไหนน้า