วันนี้เป็นวันแห่งความรู้สึกดีมากๆ ครับ เพราะผมได้รับเชิญจากอาจารย์ผมเองไปร่วมรับประทานอาหารเที่ยง ที่ร้านอารีณีโภชนาการ โดยกลุ่มอาจารย์ที่นั่งคุยกันวันนี้เป็นกลุ่มอาจารย์คอวิจัยครับ ซึ่งถ้านับรายคนแล้ว มีผมคนเดียวครับที่ไม่มีตำแหน่งวิชาการและไม่มี ดร.นำหน้า ที่สำคัญในส่วนของอาจารย์ วอศ. ก็คือ อาจารย์ที่สั่งสอนผมมาแล้วทั้งนั้นครับ มีเพียงสองท่านเท่านั้นเองที่เป็นอาจารย์ในช่วงหลัง (ไม่ได้สอนผม)

ประเด็นที่คุยกันคือ การวิจัยเพื่อการพัฒนาพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ครับ เราทำอะไรกันไปบ้างแล้ว ผลของการวิจัยที่ผ่านมาสร้างผลกระทบออกมาอย่างไรบ้าง และประเด็นสำคัญคือ ในฐานะนักวิชาการที่คลุกคลีกับการวิจัยในพื้นที่นี้จะเดินหน้างานวิจัยต่อไปอย่างไร โจทย์หลังสุด เป็นโจทย์ที่ผมตอบไม่ได้ครับ ไม่ใช่ไม่มีโจทย์วิจัยที่จะทำครับ เพียงแต่จะคิดงานวิจัยแบบไหนให้ส่งผลต่อชุมชนได้มากที่สุด (ไม่เอางานวิจัยขึ้นหิ้ง) อันนี้ต้องใช้เวลาคิดครับ

ระหว่างการรับประทานอาหาร ก็มีประเด็นคุยกันครับ เกี่ยวกับอาหารฮาลาลที่โรงแรม.... ปัตตานี ซึ่งเป็นข้อมูลใหม่ที่ผมเพิ่งรู้จริงๆ สืบเนื่องจากมีคนขอเข้าไปตรวจสอบครัวฮาลาลของโรงแรมครับ แล้วก็พบความจริงว่า คำว่า ฮาลาลของครัวในโรงแรมนี้น่าจะไม่ได้ฮาลาลในบางโอกาส โดยเฉพาะในเวลาที่มีมุสลิมไปทานเยอะ เพราะอาหารบางส่วนต้องช่วยการทำให้ทันกับความต้องการจึงต้องใช้ครัวที่ไม่ฮาลาลทำด้วย กลายเป็นเรื่องใหญ่ขึ้นมาเพื่อคณะกรรมการอิสลามปัตตานีถอดตราฮาลาลครับ และให้เวลาปรับปรุง ภายใน 15 วัน

ระหว่างที่คุยกันเรื่องนี้ ปรากฏว่ามีแขกเข้ามาในร้านเยอะมากครับ ซึ่งก็เป็นคนระดับแนวหน้าเสียด้วย จากการทักทายก็พบว่า วันนี้มีประชุมกันหลายงานที่โรงแรมที่เรากำลังพูดถึงกันครับ แต่ผู้จัดงานทุกรายการยกเลิกการสั่งอาหารจากโรงแรมครับ ย้ายกันมาทานกันที่ร้านอารีณีแทน อันเนื่องจากประเด็นครัวฮาลาลนี้แหละครับ

ผมต้องถามครับว่า การออกใบรับรองฮาลาลจะทันวันที่ 23 หรือเปล่า ฮิฮิ เพราะวันนั้นผมจองห้องประชุมไว้เพื่อจัดประชุมเหมือนกัน ซึ่งความเห็นส่วนใหญ่สรุปว่า ไม่ทันแน่นอน เพราะเท่าที่ทราบโรงแรมทำผิดเงื่อนไขหลายอย่างครับ

ผมตัดสินใจในเบื้องต้นคือ ยกเลิกรายการอาหารจากโรงแรม แต่เมื่อยกเลิกอาหาร กลายเป็นว่าต้องจ่ายค่าห้องประชุม ซึ่งกลายเป็นภาระงบประมาณของโครงการวิจัยอีก เลยตัดสินใจเปลี่ยนสถานที่ประชุมไปประชุมที่ในมอ.ปัตตานีแทน อันนี้เป็นปัญหาสำหรับผมอีกครับที่จะต้องแจ้งเปลี่ยนสถานที่ประชุมไปยังคนอีกห้าสิบกว่าคน วุ่นจริงๆ

เท่าที่ติดตามข่าว ก็พบว่า เมื่อข่าวเรื่องนี้เป็นที่รับทราบโดยทั่วไป ปรากฏมีผู้จัดงานจำนวนมากโทรไปยกเลิกเหมือนๆ ที่ผมทำนี้แหละครับ

หลายคนบอกว่า กรณีที่โรงแรมทำผิดก็เฉพาะเวลาที่มีแขกมุสลิมเยอะๆ เท่านั้น ดังนั้นกรณีที่ผมไปจัดงาน มีคนเข้าร่วมเพียงห้าสิบคน คงไม่มีปัญหาอะไร ผมก็เห็นด้วยกับประเด็นนี้ครับ แต่ผมว่า ผมจำเป็นต้องยกเลิก เพื่อเป็นสัญลักษณ์หนึ่งในฐานะที่เป็นมุสลิมที่จะต้องสะท้อนให้กับทางโรงแรมได้ให้ความสำคัญกับประเด็นนี้มากขึ้น เพราะหากเราอนุโลมให้ ทางโรงแรมก็อาจจะไม่เห็นความสำคัญกับการได้เครื่องหมายฮาลาลมาประดับไว้ที่ห้องครัวแน่นอน แล้วก็จะหยิบยกว่า ก็อาจารย์มหาวิทยาลัยอิสลามยังมานั่งทานข้าวที่นี่เลย ทั้งๆ ที่เราอยู่ระหว่างการพิจารณาถอดตราฮาลาล

กรณีนี้ ถือเป็นบทเรียนของโรงแรมครับที่ไม่ให้ความสำคัญกับคำว่า อาหารฮาลาล และมีคำเปรียบเทียบว่า กรณีนี้โรงแรมได้รับผลกระทบมากกว่าการโดนระเบิดในครั้งที่ผ่านมาเสียอีกครับ อันนี้รับรู้ได้ครับ เพราะในสามจังหวัด มีอบรม มีประชุม มีสัมมนาเยอะมาก จนกระทั่งโรงแรมดังๆ ในปัตตานี ไม่ง้อลูกค้ารายเล็กๆ แล้วครับ และโรงแรมอาจจะลืมไปว่า คนเข้าร่วมงานเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นมุสลิม และประเด็นที่ทำให้เขาเลือกท่านก็เพราะคำว่า ฮาลาลในห้องครัวนี้แหละครับ

ก็เป็นกำลังใจให้โรงแรมปรับปรุงครัวให้ได้รับตราฮาลาลอีกครั้งนะครับ คราวนี้เมื่อได้มาแล้วหวังว่าคงจะรักษามันไว้ได้นานๆ นะครับ