ความอึดอัดคับข้องใจ ณ ที่แห่งหนึ่งในความฝัน ขอจงอ่านด้วยใจเป็นกลางเพราะทั้งหมดนี้หาได้มุ่งเน้นหรือเฉพาะเจาะจงผู้ใด
  • การทำงานของหัวหน้างาน มักไม่มีการวางแผน ไม่มีฐานข้อมูลสนับสนุน หรือเอกสารอ้างอิงใดๆ
  • ทำงานตามสั่งของ ผู้บังคับบัญชาระดับสูง ไม่คำนึงถึงเหตุผล ใดๆ ว่าทำได้หรือไม่ได้ ถูกต้องสอดคล้องกับความเป็นจริง ความต้องการที่แท้จริงในชุมชนหรือไม่
  • หัวหน้าปฏิบัติตัวเหนือผู้อื่นทั้งที่คุณค่าความเป็นมนุษย์ของเราเท่าเทียมกัน
  • ไม่ยอมรับฟังความเห็นของผู้อื่น ไม่เคยนึกเลยว่า ตัวพนักงานที่อยู่ภายใต้การดูแลของหัวหน้านั้นล้วนแล้วแต่ผ่านประสบการณ์ในชีวิต มาแล้วมากกมาย บางครั้งมากกว่าหัวหน้าเสียอีก หันมาฟังบ้างจิ้งจกทัก คนโบราณ ยังถือ ไม่ฟังเสียง ทีมงาน งานหัวหน้า จะก้าวหน้าได้อย่างไร
  • ให้เวลาในการทำงานน้อย หัวหน้าไปทำอย่างอื่นอะไรก็ไม่รู้เกี่ยวข้องกับงานหรือเปล่าเราก็ไม่ทราบ พอจะเอางานก็มาขอแบบเร่งด่วน ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่า ต้องทำมานานแล้ว การสื่อสารก็ไม่ชัดเจน บางเรื่อง ควรแจ้งให้ทราบก็ไม่ แจ้ง ไม่รู้จะอำอึ้งไปทำไม บอกให้ลูกน้องทราบแต่เนิ่นๆ ทุก คนก็ร่วมใจ ทำให้อยู่แล้ว
  • หัวหน้าถนัดในเรื่อง การสร้างความขัดแย้ง ในองค์กร เลือกปฏิบัติ เลือกคบคนที่ เอาอกเอาใจให้ประโยชน์ และ ในเวลาเดียวกันก็ ทับถม ทำร้าย คนอื่นในที่ทำงาน  ไม่สร้างความรู้สึกเป็นทีม ไม่สร้างความสัมพันธ์ ความร้าวฉานคืองานที่ถนัด ไม่เข้าใจ จริงๆ
  • หัวหน้างาน เข้าใจยากจริงๆ ไม่รู้จะเอาอะไร ทำอะไรก็ไม่ถูกใจไปเสียหมด ตั้งใจทำงานดีก็แล้ว ก็ถูกบ่นว่า เอาไปเอามาทำให้เราคิดว่าหัวหน้าจัดการเรื่อง ทางบ้านไม่พ้นตัวแน่ๆ จึงมาลงกับเรา ไม่รู้หรือไงว่ามันเจ็บปวดใจ คำชมไม่เคยมี คำบ่นว่าไม่รู้ขนมาจากไหน ชาตินี้ ยังมีเก็บในโกดังอีกเท่าไรคำบ่นน่ะ เราต้องรับกรรมทั้งชาติ จนกว่าจะหมดโกดังแน่ๆ ว่างๆ ต้องหานิทานโคนันทวิศาลมาให้หัวหน้าอ่าน ไม่รู้จะอ่านหรือเปล่า
  • ชอบจับผิด ข้อนี้เราไม่รู้คิดไปเองหรือเปล่า แต่เอาเข้า ก็มีเค้าลางแห่งความเป็นจริง ความผิดที่จะหยิบจับมาเป็น เครื่องมือ ในการตัดสินให้คุณ ให้โทษเราหัวหน้าเสาะแสวงหาดีนัก พอหาได้เหมือนได้แก้ว พูดซ้ำแล้วซ้ำอีก ชีวิตคนทำงานมันต้องก้าวหน้า ไป หัวหน้าย่ำอยู่กับที่ คอยจับผิด แทนที่จะบอกให้เราปรับปรุง และ ชื่นชมให้กำลังใจ เมื่อเราก้าวหน้าไม่มีเสียล่ะ ชอบจับผิดก็ได้แต่ผิดไป หัวหน้าก็จะกลายเป็นผู้คุม ในคุกไปเพราะควบคุมคนทำผิด คิดดูหน้าตาของผู้คุมเป็นยังไง จินตนาการเอาเราคงไม่อยากทำงานด้วยหรอก
  • หัวหน้าชอบฟังแต่คนอื่นพูด หากมีใครว่าให้ลูกน้อง ไม่ต้องฟังเสียงลูกน้องให้เหตุผลหรอก ฟันธงตัดสินลงไปเลย เป็นประชาธิปไตยหน่อยก็ไม่ได้ ให้โอกาสชี้แจงสักนิด ถึงความถูก ความผิด ของลูกน้องที่ถูกกล่าวหา หัวหน้า หูเบา นี่ก็ลำบาก ไม่รู้ตื้นลึก หนาบางว่า คนที่โจมตีเรา เขาเป็นอย่างไร เห็นขี้ ดีกว่าไส้ และในสายตาของพวกเขา หัวหน้าก็ใช่ ไส้เสียเมื่อไหร่ ก็ขี้ดีๆ นี่แหละ จะบอกให้
  • เวลาชม ก็หายากยิ่งอยู่แล้ว จากปากของหัวหน้า ไม่รู้ว่าพระเจ้าประทาน ปากมาให้ชมลูกน้องหรือเปล่า แต่เวลาตำหนิ แล้วละก็ ติดปีกกระพือโหม เหมือนไม่เคยพบไม่เคยเจอ ต่อหน้าผู้คนเยอะๆ นี่ชอบนัก หัวหน้าเข้าใจผิดหรือเปล่าก็ไม่รู้ ว่าตำหนิคนต่อหน้าธารกำนัล จะเป็นบ่อพลังแห่งอำนาจการปกครองของหัวหน้า แต่แท้จริงแล้ว ทหารกล้าที่ถูกตำหนิ แทบจะหมดพลัง รบครั้งต่อไป หัวหน้าก็จะได้แต่ซากร่างกายที่ไร้วิญญาณ เท่านั้นไปรบ โอกาสแพ้มีสูง เฮ้อ หัวหน้าฆ่าตัวเองในสนามรบแท้ๆ ไม่รู้ว่ารู้ตัวหรือเปล่า
  • ส่งเสริมการทำงานเป็นทีมก็ไม่เป็น ถนัดแต่แบ่งแยก และ ปกครอง พวกใครพวกมัน ไม่ขัดประโยชน์ฉันเป็นพวกเธอ เสนองานที่ยากๆ ลำบากท้าทายต่อ การพัฒนาเด็ก เอาไว้ก่อน เอางานประจำส่งรายงานเพราะเขารอ ตรวจสอบความตรงเวลาอยู่ ไม่มีความรู้สึกนึกคิดของความเป็นทีม ร่วมสุขเอาร่วมทุกข์ไม่เอา แล้วมันจะหาความร่วมมือ จากไม่กี่ชีวิตในสำนักงานได้อย่างไร
  • ชอบพูด กล่าวอ้างพาดพิง ถึงบุคคลที่สามที่เขาไม่อยู่ในสถานที่นั้นๆ วิพากษ์วิจารณ์การทำงานของเขาว่าเป็นอย่างนี้อย่างนั้น มีจุดบอดไปเสียหมด มันไม่มีอะไรดีเลยหรือไง ในองค์กรนี้ เจอคนหนึ่งก็ว่าให้อีกคนหนึ่ง มีแต่สิ่งแย่ๆ ถ้าเราไม่มองว่ามีสิ่งที่ดี แล้วเราจะมีกำลังใจได้อย่างไร
  • เราแม้เป็นลูกน้องก็รู้ดีว่าไม่มีอะไรที่เลวร้ายไปเสียหมด จนทนไม่ได้ เปิดช่องว่างให้เป็นหนทางที่เราไม่ต้องอดทนบ้าง ความรักในองค์กรจะได้มีมากขึ้น หัวหน้าเองตัวเราเองก็ต้องเปิดใจเรียนรู้ ปรับตัวเข้าหากันทีละนิด ไม่ต้องปุบปับทันทีก็ได้ เพราะหัวหน้าคงทำใจไม่ได้หรอก เราก็รอแต่วันที่หัวหน้าขยับตัว เปลี่ยนแปลงในทางที่ดี ให้กำลังใจซึ่งกันและกัน ทำร้ายกันให้น้อยที่สุด และหากเป็นองค์กรที่ปลอดความรุนแรงไปเลยก็จะเป็นสิ่งที่พวกเราใฝ่ฝันกันมานาน แล้วค่ะ