ดิฉันเคยเอ่ยถึงโครงการจัดการความรู้สุขภาวะชุมชนในพื้นที่ภาคใต้ เมื่อคราวที่ไป AAR งาน KM ที่ สคส. (อ่านที่นี่) เราได้ดำเนินโครงการนี้มาอย่างช้าๆ โดยเมื่อเดือนมกราคม ๒๕๕๒ ได้มีการประชุมชี้แจงโครงการแก่ผู้ที่รับผิดชอบโครงการที่รับทุนสนับสนุนจาก สสส. ในเขตภาคใต้ ไปแล้วครั้งหนึ่ง เป็นจุดเริ่มต้นทำความรู้จักซึ่งกันและกัน
เมื่อวันที่ ๓๐ เมษายน-๑ พฤษภาคม ๒๕๕๒ เราได้จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการ KM สุขภาวะชุมชน ครั้งที่ ๑ ขึ้น ณ ห้องประชุมโรงแรมแกรนด์ปาร์ค อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ดิฉันนำกระบวนการที่เคยใช้ในเครือข่าย KM เบาหวานมาใช้ แต่ยังไม่มั่นใจนักว่าจะได้ผลหรือไม่ การจัดประชุมครั้งนี้เราจึงดำเนินการเป็นกลุ่มเล็กและเลือกเพียง ๓ ประเด็นคือเรื่องการทำแผนสุขภาพ การใช้สารสนเทศ และการดูแลเฉพาะกลุ่ม (คนพิการ ผู้ป่วยเรื้อรัง)
ผู้เข้าประชุมประกอบด้วยทีมผู้รับทุนสนับสนุนจาก สสส.ดำเนินโครงการที่เกี่ยวข้องกับสุขภาวะชุมชนในพื้นที่ภาคใต้ ทีมเจ้าหน้าที่ของ อบต. ประชาชนในพื้นที่ และผู้เกี่ยวข้อง ประมาณ ๔๐ กว่าคน ดิฉันขอตัวคุณสุภาพรรณ ตันติภาสวศิน มารับผิดชอบกิจกรรมสัมพันธ์และช่วยสนับสนุนกระบวนการประชุม
วันที่ ๓๐ เมษายน ๒๕๕๒
๐๙.๕๐ น. เริ่มกิจกรรมก่อนเวลาที่กำหนดไว้คือ ๑๐.๐๐ น. เพราะผู้เข้าประชุมมาพร้อมกันแล้ว คุณพรรณเช็คความพร้อมด้วยการตบมือหลายจังหวะ ต่อด้วยเกมบิงโก กิจกรรมที่ใช้จำนวนครั้งของการตบมือบอกให้คนถัดไปแนะนำตนเอง และกิจกรรม พายุเข้าเรือแตก”
ทำความรู้จักกันด้วยเกม
๑๐.๓๐ น. เป็นการ BAR ตามด้วยการแนะนำกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในกลุ่มย่อย ซักซ้อมด้วยการทดลองเล่าเรื่องและการฟังอย่างตั้งใจ ก่อนพักรับประทานอาหารกลางวัน
ฝึกเล่าเรื่อง-ฝึกการฟัง
๑๓.๐๐ น. เราทำกิจกรรมตามเพลงแจวเรือ...ให้ทุกคนได้ตื่นตัวและรู้สึกคึกคัก ต่อจากนั้นแบ่งกลุ่มย่อย ๔ กลุ่ม มีกลุ่มระบบสารสนเทศ ๒ กลุ่ม กลุ่มแผนสุขภาพชุมชน ๑ กลุ่ม และกลุ่มการดูแลเฉพาะกลุ่ม ๑ กลุ่ม ดิฉันเข้ากลุ่มระบบสารสนเทศ เพื่อสังเกตการณ์และช่วยสนับสนุน “คุณอำนวย” ทำให้ได้รู้ว่าในการทำงานของแต่ละคนมี “ขุมความรู้” ที่เป็นเทคนิคเฉพาะตัวของคนทำงาน แต่ต้องอาศัยคุณอำนวยที่เข้าใจจึงจะสามารถเจาะลึกให้ถึงได้
กิจกรรมในกลุ่มย่อย
เราให้เวลาการเล่าเรื่องในกลุ่มย่อยนานมาก เพราะไม่มีกลุ่มไหนยอมเลิกรา เกือบ ๑๖.๐๐ น.จึงให้แต่ละกลุ่มนำเสนอ “เรื่องดีๆ ในการทำงาน” ทำให้ได้รู้เรื่อง “ข้อมูลกินได้” “เทคโนโลยีลดความขัดแย้ง” “แผนที่ภาษี” ฯลฯ
เกือบ ๑๗ น. ผู้เข้าประชุมได้แยกย้ายกันไปพักผ่อนตามอัธยาศัย ในขณะที่ทีมงานพร้อมกับ “คุณอำนวย” และ “คุณลิขิต” ช่วยกันวิเคราะห์และจัดหมวดหมู่ “ขุมความรู้” เป็น “แก่นความรู้” ได้ ๖ เรื่องคือ
๑. การส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชาวบ้าน
๒. การใช้ข้อมูลเป็นฐานในการดำเนินงาน
๓. การจัดทำแผนของชุมชน
๔. การพัฒนาศักยภาพของคนทำงาน
๕. การทำงานเป็นทีม
๖. การจัดการที่เฉพาะเจาะจงกับประเด็น/กลุ่ม
ดิฉันอธิบายให้ทีม “คุณอำนวย” และ “คุณลิขิต” เข้าใจเรื่องการสร้างเกณฑ์ระดับความสำเร็จ ๕ ระดับ คุณมานะ ช่วยชู คุณอำนวยคนหนึ่งถามว่า “ทำไมต้อง ๕ ระดับ ๓ ระดับ ไม่ได้หรือ” น้องๆ ที่มีประสบการณ์การทำงานกับชุมชนบอกว่ามักจะใช้เกณฑ์ ๓ ระดับ ที่ผ่านมาไม่เคยมีคำถามแบบนี้มาก่อน ดิฉันบอกว่าทำ ๕ ระดับทุกคนก็ทำตาม พอมีคำถามก็ทำให้ได้คิด ดิฉันตอบว่าถ้ามีแค่ ๓ ระดับ การกระจายของระดับความสำเร็จของทีมต่างๆ จะน้อย Gap ความสำเร็จระหว่างปัจจุบันและอนาคตของแต่ละทีมจะแคบ ทำให้ไม่รู้สึกท้าทายที่จะพัฒนา คำตอบนี้ดิฉันคิดเอาเอง ใครมีคำตอบมากกว่านี้ช่วยบอกด้วย
วันนี้เรารับประทานอาหารเย็นร่วมกัน ทำให้ได้พูดคุยแลกเปลี่ยนกันต่อ
วัลลา ตันตโยทัย