เมื่อเดินทางในที่มืด การไม่หวั่นและหา้หลักให้ใจได้ยึดถือนำทาง ความมั่นใจของคนที่็เกิด ทำให้การดั้นด้นเดินทางต่อได้พบหนทางสว่างที่ทำให้ใจโล่งสบายได้เสมอ

เมื่อปิดตลาดนัดความรู้การดูแลเบาหวานของกระบี่แล้ว ฉันกับน้องพยาบาลอีกคนก็ผันกายกลับบ้านเพื่อเตรียมตัวเดินทางต่อไปหาดใหญ่ โชคดีที่ได้พขร.พี่ใหญ่ใจดีของร.พ.รับปากช่วยขับรถไปให้ ฉันจึงไม่ต้องขับรถไปหาดใหญ่เอง สองสาวกับหนึ่งหนุ่มนัดหมายเดินทางออกจากกระบี่เวลาหกโมงครึ่ง เริ่มโดยล้อเลื่อนจากหน้าบ้านของฉัน  ไปรับหนุ่มใหญ่ใจดีที่บ้านของเขา และแวะรับน้องพยาบาลที่ตลาดสดของอีกอำเภอหนึ่งซึ่งเป็นทางผ่านไปยังหาดใหญ่ แต่็แล้วก็มีเหตุให้ได้เดินทางล่าช้ากว่าที่ตั้งใจไว้ด้วยพี่สาวของน้องคนสวยที่จะเดินทางไปด้วยเกิดเป็นลมกระทันหันต้องนำพาไปปรึกษาหมอ กว่าที่เรื่องราวจะเรียบร้อยให้พอหายห่วงก็ปาเข้าไปสองทุ่มเศษแล้ว 

การเดินทางกันในค่ำคืนนั้นราบเรียบดีอยู่หรอก มีตื่นเต้นหน่อยก็อีตรงคอยลุ้นไม่ให้คนขับง่วงนอนอยู่บ้าง ไม่ลุ้นได้ยังไงไหวขนาดนั่งเฉยๆยังง่วงตาจะหลับเลย ถ้าเกิดหลับแล้วคนขับเขาหลับด้วยมิแย่กันหมดทั้งรถเลยรึ ตกลงว่าในคืนนั้นคนขับรถฝีมือฉมังนำพาเราไปถึงโรงแรมเจบีเลยเที่ยงคืนแล้ว

เจ้ากรรมว่าเมื่อไปถึงมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในหาดใหญ่มีงานพระราชทานปริญญาบัตร สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชเสด็จทรงงาน ที่จอดรถโรงแรมเจบีเลยเต็มโหม๊ดจนล้นออกมาจอดกันเต็มถนนโดยรอบโรงแรม ทำให้ใช้เวลาวนหาที่จอดรถกันอีก จอดแล้วก็ไม่แน่ใจเท่าไรว่าตื่นเช้าขึ้นมารถจะยังอยู่รึไม่ แต่ด้วยความดึกและง่วงจำเป็นต้องเสี่ยงดวงจอดข้างถนนเอาง่ายๆงั้นเองแหละ  กลายเป็นว่าคืนนั้นกว่าจะได้เข้านอนปาเข้าไปตีสอง ก่อนจะเข้านอน พขร.ของน้องหมอธงชัยโทรมาเช็คว่ามาถึงโรงแรมรึยัง พร้อมนัดหมายว่า "ผมจะมารับตอนตีห้านะครับ"  ฉันรับคำแล้วก็จัดการเรื่องนาฬิกาปลุกก่อนนอนเผื่อลืมตื่น

หัวถึงหมอนหลับปุ๋ยกันเลย ปรากฎว่าชวนกันลืมตื่นนะ นาฬิกาปลุกที่ขอให้ช่วยปลุกทางโทรศัพท์จากเคาร์เตอร์ข้างล่างลืมปลุกเพราะงานตอนเช้ามืดของเขายุ่งมาก เพราะบรรดาครอบครัวที่ฉลองปริญญาบัตรกันเรียบร้อยแล้วทะยอยกัยเช็คเอ๊าท์ไม่ขาดสายตั้งแต่ตีสาม เสียงพขร.โทรมาหาก่อนไก่ขัน ดูเวลาตีห้าพอดี  "ผมมารับแล้วนะครับ หมอเสร็จรึยัง" อายจริงๆนอนหลับไม่ตื่น รีบตื่นและบอกเขาว่า "ขอโทษนะ หมอเพิ่งตื่นนอน ขอเวลาจัดการตัวเองแป๊บนึง" 

ได้ออกเดินทางจากโรงแรมเจบีหกโมงเช้าพอดี  ออกเดินทางมาได้พอฟ้าสว่างหน่อย หนุ่มใจดีที่ขับรถมาให้ก็โทรมาบอกว่า "หมอครับ กุญแจรถนะผมฝากไว้กับน้องที่เป็นตำรวจอยู่ที่หาดใหญ่นี่นะครับ ส่วนรถนะจอดฝากไว้ที่โรงแรมเจบีนี้แหละ วันที่หมอกลับมาหาดใหญ่ หมอโทรไปหาน้องนะครับ เขาจะขับรถมาให้หมอเอง ผมจะกลับกระบี่ตอนสายๆแล้วครับ"  เมื่อได้ขอบคุณในน้ำใจกันแล้วก็บอกลากัน

เราสองสาวได้เดินทางเข้าไปยังดินแดนที่ผู้คนได้ยินข่าวแล้วหวาดๆโดยใช้รถตู้จากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนราธิวาส พขร.นะใจดีมากและทันข่าวตลอดเวลา ระหว่างทางมีเรื่องให้ตื่นเต้นเล็กน้อยเมื่อการข่าวในพื้นที่ให้ข้อมูลว่า ระวังข้างหน้าจะมีเหตุเกิดนะ  พขร.นำรถแวะเข้าจอดที่ปั๊มแห่งหนึ่งรอท่าให้วางใจได้ในความปลอดภัยแล้วจึงนำพาเราเดินทางต่อ  เหลียวไปมองที่หน้าปั๊มทหารมากันตรึมเลยแฮะ ดีหน่อยที่เช้านั้นไม่มีอะไรเกิดขึ้นตรงที่เราจอดรถกันอยู่  ได้สัญญาณว่าปลอดภัยรถก็เคลื่อนผ่านต่อไปทางสายบายพาสและไม่ผ่านเข้าจังหวัดนราธิวาส

สองข้างทางที่รถวิ่งผ่านมีความเงียบสงบที่สัมผัสได้และไม่รู้สึกว่าวังเวงนะ มีความเป็นชนบทที่น่าพำนักอาศัยอยู่อย่างน่าทึ่ง สองข้างทางมีทุ่งนาและสวนเขียวขจีเป็นระยะๆ มีฝูงควายขนาดใหญ่ให้เห็นด้วย ในนามีนกยางเต็มไปหมด ไม่เหมือนสองข้างทางที่เคยผ่านแวะมาเมื่อสิบกว่าปีก่อน ต่างจากกระบี่ตรงที่ไม่ใคร่เห็นสวนปาล์ม สวนยางและไม้ใคร่มีไม้ใหญ่ริมถนน ถนนที่รถกำลังวิ่งโล่งดีมากๆขอบอก นานๆจึงจะเห็นรถวิ่งอยู่ข้างหน้าสักคันสองคัน นานจึงจะได้เห็นรถวิ่งสวนทางมาสักคัน ภาพมอร์เตอร์ไซด์วิ่งอยู่ทั่วไปอย่างไม่ขาดสายตาอย่างกระบี่นะรึ อย่าหวังเลยว่าจะเห็นที่นี่ ขบวนมอร์เตอร์ไซด์ที่ได้เห็นจะเป็นแถวใกล้ๆโรงเรียนซะมากกว่าและคนขับขี่ก็เห็นทหารนะแหละชัดเจน ที่เอะใจว่าไม่ปกติก็คือในความสงบสองข้างทางที่เห็นไม่ใคร่เห็นภาพเด็กๆวิ่งเล่นกัน แม้แต่โรงเรียนที่รถวิ่งผ่านก็เงียบเชียบนี่คือความต่างที่เห็นนะ

เมื่อรถนำเรามาถึงร.พ.สุไหงโก-ลกกิจกรรมตลาดนัดของนราธิวาสยังไม่เริ่ม การไปถึงห้องประชุมก่อนเวลาเริ่มโปรแกรมเล็กน้อยทำให้ได้มีเวลาทำความรู้จักทีมร.พ.สุไหงโก-ลกเพิ่มขึ้น ถ้านำภาพร.พ.มาให้ดูจะทึ่งเชียวนะขอบอก ตึกรามทันสมัยใหญ่โตซะไม่มี ชาวร.พ.กระบี่อย่างเรามองดูด้วยความอิจฉายิ่ง 

กิจกรรมตลาดนัดของที่นี่เริ่มต้นด้วยการให้น้องหมอธงชัยเกริ่นแนะนำเรื่อง KM แล้วจึงแบ่งกลุ่มเพื่อให้บรรดาผู้มีความสามารถได้เล่าเรื่องดีๆของเบาหวาน-ความดันโลหิตสูงที่ได้ลงมือทำงานไปแล้วให้ฟัง น้องนุชเนตรนะมีทุนทางสังคมสูงเชียวนะขอบอก บรรดาทีมงานที่มาช่วยทำงานกันกับเธอเป็นพี่ๆหัวหน้าในกลุ่มการพยาบาลทั้งน๊านเลย ต่างล้วนมีฝีีมือทำงานโดยใช้เทคนิค KM มาจนโชคโชนแล้ว  สองสาวจากกระบี่จึงโชคดีได้ครูอีกแล้ว  บทบาทที่ถูกมอบให้เรียนคือการลงมือเป็นคุณอำนวยและคุณลิขิตประจำกลุ่ม ซึ่งแบ่งเป็นกลุ่มย่อยๆกลุ่มละ 6-8 คน 

เมื่อเรื่องเล่าได้เล่าขานออกมาจนครบทุกกลุ่มแล้ว ก็พอดีพักกลางวัน บรรดาคุณอำนวยและคุณลิขิตก็พากันไปกินข้าวด้วยกัน เรื่องราวของจังหวัดนราธิวาสก็ได้ถูกเล่าขานออกมาให้ได้รู้ อิ่มแล้วก็ทำหน้าที่กันต่อเรียบเรียงเรื่องราวออกมาเป็นตารางอิสรภาพ น้องนุชเนตรเลือกใช้แบบของทางอีสานมาเป็นแม่แบบปรับให้เหมาะกับการใช้งานของจังหวัดนราธิวาส พิมพ์และทำกันเสร็จบัดเดี๋ยวนั้น ระหว่างนั้นผู้เข้ามาร่วมตลาดนัดต่างอยู่กันในอีกห้องประชุมและมีกิจกรรมร่วมกัน

เมื่อตารางอิสรภาพเสร็จแล้วน้องนุชเนตรก็คว้าไปให้บรรดาสถานบริการที่มาร่วมตลาดนัดประเมินตนเอง ระหว่างทำงานไปก็ได้ยินเรื่องราวของนราธิวาสเพิ่มไป ฟังแล้วคนฟังคงไม่สบายใจมั๊ง น้องพยาบาลสาวของฉันสะกิดฉันว่าขอร่วมเรียนรู้แค่การทำตารางอิสรภาพแล้วกลับกันเหอะ ดูเหมือนเวลาที่เหลือยังกลับกันทันอยู่นะ  ตอนที่น้องสะกิดก็เหวออยู่นะก็เตรียมตัวมาค้างนี่นาเปลี่ยนใจกลับซะแล้วนี่  แต่ด้วยข้อตกลงก่อนจะมาด้วยกันได้็ให้อิสระในการตัดสินใจกับน้องไว้ หากไม่สบายใจเมื่อไรให้บอกตรงๆ จะตัดสินใจอย่างไรก็ว่ากันตามนั้น เมื่อรู้ว่าน้องไม่ใคร่สบายใจ กลับก็กลับไม่เป็นไร มีลุ้นอยู่เหมือนกันกับการเดินทางขากลับ เพราะว่ามีสิทธิติดเวลาหัวค่ำระหว่างทางตรงปัตตานีพอดี

การเดินทางกลับเริ่มต้นเวลา 5 โมงเย็นโดยประมาณ โดยใช้บริการรถตู้สาธารณะ  ร่ำลาเจ้าบ้านพร้อมสัญญาว่าจะชวนไปกระบี่แล้วก็เริ่มเดินทาง รถวิ่งมาได้ไม่ถึง 50 กิโลเมตรก็จอดแอบข้างทาง เกิดอะไรขึ้นรึเปล่าไม่แน่ใจนะ  คนขับลงมาเปิดประตูพร้อมบอกว่า รอรถคันใหม่มาเปลี่ยน รถนะแอร์เสียวิ่งต่อไม่ได้  ในรถมีสาวต่างชาตินั่งมาด้วยคนหนึ่ง คนป่วยที่จะไปหาดใหญ่เพื่อบินต่อไปกรุงเทพฯคนหนึ่ง สาวๆชาวมุสลิมอีก 2 คนพร้อมชายหนุ่มอีก 2 คน ท่าทีเขาสบายๆไม่ยี่หระอะไร ท่าทางนี้ทำให้ฉันสบายๆไปด้วย ทั้งหมดพากันรอๆๆกันอยู่ราวครึ่งชั่วโมง รถคันใหม่ก็มาจอดเทียบจ่อท้าย การย้ายรถเกิดขึ้นจนเรียบร้อยก็เิริ่มเดินทางต่อ

เย็นนั้นรถตู้วิ่งมาเหยียบประตูหาดใหญ่เวลาทุ่มครึ่งแล้ว  เราขอให้โชเฟอร์ไปส่งที่โรงแรมเจบี เจ้ากรรมโชเฟอร์ขับรถหลงหาดใหญ่ซะอีกวนอยู่สักพักใหญ่จึงเข้าเส้นทางไปโรงแรมเจบีได้ถูกต้อง ระหว่างเดินทางเข้าในตัวเมืองหาดใหญ่ฉันโทรไปบอกน้องนายตำรวจว่าพวกเรากลับมาแล้วจะกลับกระบี่คืนนี้กันเลย รบกวนอำนวยความสะดวกเลื่อนรถมาให้  น้องเขาใจดีมากขับรถมารอที่หน้าโรงแรมเจบีอย่างไม่ช้าเลย เขาเป็นตำรวจนิสัยดีเชียวหละ  เมื่อขอบคุณในน้ำใจเอื้อเฟื้อและร่ำลาจากมาแล้วสองสาวแวะหาข้าวเย็นกินก่อนเดินทางต่อ ตกลงใจว่าค่ำคืนนี้ยังไงก็ขอเดินทางกลับถึงถิ่นฐานบ้านเรือนที่อุ่นใจให้ได้ ดึกแค่ไหนก็เหอะรับได้  แล้วการเดินทางในวันที่ 24 มีนาคม 2552ก็สิ้นสุดลงที่หน้าบ้าน ณ เวลาสองยามผ่านเลยเล็กน้อย

น้องนุชเนตร ชูโชติ โต้โผจัดงาน

มีเรื่องขำๆที่ขอเล่าไว้หน่อย ด้วยความที่ไม่คุ้นกับการขับรถกลางคืนในเส้นทางนี้แล้วพากันคุยเพลิน ที่ตั้งใจจะขับไปผ่านเส้นทางขึ้นเขาบรรทัดก็ไม่ได้ไป อะไรก็ไม่รู้ดลใจให้ขับเลยเส้นทางสี่แยกพัทลุงตรงไปไม่เลี้ยวซ้ายอย่างที่เคยทำ ขัับไปๆจนเริ่มรู้ว่าไม่ใช่เส้นทางที่เคยวิ่งก็อีตอนเอะใจกับป้ายชี้บอกทางไปจังหวัดนครศรีธรรมราช เอาละซีทำไงดีหลงทางแล้วมั๊ง เมื่อเริ่มตื่นตัวว่าหลงทางแล้วใจเริ่มกังวล สองคนเลยช่วยกันดูป้ายบอกทางตาไม่กระพริบ วิ่งรถมาเรื่อยอย่างไม่มั่นใจเท่าไรหรอกนะแต่เชื่อว่ามีทางออกไปกระบี่ข้างหน้าแน่ๆ เพียงแต่ไม่รู้ว่าอยู่ไกลออกไปอีกเท่าไร ความแน่ใจว่ามีทางไปทำให้วิ่งรถต่อมาๆจนกระทั่งเห็นเส้นทางชี้ว่าตรัง ตัดสินใจเลี้ยวไปตามเส้นทางที่บอก วิ่งรถเดาสุ่มตามป้ายจนพบเส้นทางที่พอใจชื้นว่านี่แหละทางไปกระบี่ เท่านั้นแหละใจมันโล่ง มีแรงใจขับต่ออย่างชิวๆขึ้นแล้วถึงบ้านกันจนได้ ถึงบ้านแล้วโล่งเลย  อาบน้ำสบายตัวแล้วเอาหัววางบนหมอนตาก็หลับผลอยไปสบายๆเชียวแหละในเวลาค่อนรุ่งคืนนี้