เช้าวันนี้เริ่มกิจกรรมกายบริหารเวลาเดิมคือ 06:00 น โดยใช้เวลาประมาณ 30 นาทีต่อจากนั้น
ให้น้องๆไปทำภารกิจส่วนตัว และเริ่มกิจกรรมนันทนาการเวลา 08:00 น หลังจากWarm up ประมาณ
ครึ่งชั่วโมงจึงเริ่มกิจกรรมภาษายามเช้า( Survival Language IV)- English Conversation เมื่อเดินทาง
ไปถึงประเทศต่างๆ ภาษาที่จะใช้สื่อสารเบื้องต้นคือภาษาอังกฤษ ดังนั้นจึงต้องให้เยาวชนฝึกฝนด้วย กิจกรรม
ฝึกการสนทนาภาษาอังกฤษครั้งนี้ไม่ได้เน้นความถูกต้องอย่างเอาจริงเอาจังมากไปกว่าการส่งเสริมให้น้องๆได้
ใช้ภาษาอังกฤษสื่อสาร โดยใช้เกมต่อบทสนทนาเป็นตัวเชื่อม เช่นกำหนดสถานการณ์เป็นที่ชายทะเล
ดังตัวอย่าง
A : Help me please !
B : Why do I have to help you ?
A : I can’t swim . I have no leg .
B : But, you still have the arms.
จะเห็นได้ว่าน้องๆเขาต่อประโยคแบบกวนๆ กัน ถือว่าเป็นสีสันที่น่ารักไปอีกแบบหนึ่ง ขอให้พูด
ประโยคออกมาแบบทันทีทันใดแบบธรรมชาติได้ก็นับว่าใช้ได้แล้ว
หลังพักทานอาหารว่างก็ต่อด้วยกิจกรรมCountry Information &Cultural Adjustment Tips
ให้น้องๆนั่งเป็นกลุ่มตามประเทศที่น้องๆจะไป มีพี่ๆ Returnees คอยให้ข้อมูลและตอบคำถามประจำกลุ่ม
บางกลุ่มอย่างเช่นประเทศอียิปต์ แม้น้องจะไปเพียงคนเดียวแต่ก็จัดสรรให้พี่ Returnee นั่งเป็นพี่เลี้ยง
ประกบเช่นกัน ดูเหมือนว่าน้องๆจะสนใจรับฟังและยิงคำถามกันถึ่ยิบทีเดียว บางกลุ่มได้ยินเสียงหัวเราะของ
น้องๆดังออกมาเป็นระยะๆ คล้ายๆกับการไปฟัง Talk Show เลยนะ และคุณอภิธัย บุรณะศิริ ได้แวะมา
เยี่ยมค่ายและให้กำลังใจน้องๆ ด้วยค่ะ
ก่อนรับประทานอาหารกลางวันมีพี่ๆReturneesรุ่น 37,38 และ 41 ตามมาสมทบด้วยความรักและ
ห่วงใยตามประสาชาวเอเอฟเอสที่เคยจัดค่ายมาก่อน พี่ Returnee คนหนึ่งของค่ายนี้ไม่เคยรู้จักมาก่อนจึง
ทักไปว่าทำไมไม่แขวนป้ายชื่อ ได้ฟังแบบนี้ใครจะไม่ปลื้ม…แสดงว่าหน้าใสมองดูอ่อนวัยลงไปเป็นสิบปีแน่ะ
พี่ๆ Returneesเหล่านี้ลงไป join กับทีมReturneesรุ่นใหม่ ช่วยกันกระตุ้นให้น้องๆพยายามเปิดใจ
เข้ากลุ่มอย่างไม่เขินอาย เริ่มรัวกลองและร้องเพลงประกอบท่าเต้นอย่างเร้าใจ …ไล่เสต็ปเป็นชุดใหญ่ตั้งแต่
กิ่งก้านใบ /อัศวิน / รถตุ๊กๆ/ กระจั๊วมีปีก / สัปปะรด/ โอ้ แม่ระกำ / I go to Pattaya / ทะเลแสนงาม /
มันยกร่อง ฯลฯ สนุกสนานกันจนเกือบลืมทานอาหารกลางวันเลยทีเดียว
ภาคบ่ายเป็นการทดสอบภาษาอังกฤษ โดยผ่านมือพี่ๆก่อนแล้วค่อยส่งต่อไปถึงมือพี่อาจารย์ ใช้เวลา
ทดสอบกันอยู่ชั่วโมงครึ่ง ก็เริ่มกิจกรรมเรื่องที่ควรรู้(Behavior case study)แบ่งกลุ่มชาย-หญิงเหมือนเดิม
พูดคุยถึงเรื่องที่ควรรู้คล้ายๆ กฤษณาสอนน้อง แต่เราลงรายละเอียดลึกลงไปกว่านั้นอีกเพื่อน้องๆจะได้พึงรู้ใน
สิ่งที่ควรระแวดระวังและเป็นอุทธาหรณ์สอนใจเตือนสติ-เตือนใจ ต่อจากนั้นเป็นการชี้แจงเกี่ยวกับการแสดง
และเตรียมการแสดงในค่ำคืนนี้ โดยนัดหมายเวลาประมาณ 18:50 ซึ่งการแสดงเปิดหน้าม่านเป็นของพี่อาจารย์
นั่นเอง ครั้งนี้เป็น Chicken Dance จำนวน 10 ตัวเอ๊ย…10ท่าน ใช้เวลาฝึกซ้อมประมาณ 35นาทีน้อยกว่า
ระดับมืออาชีพหลายเท่านัก เวลาฝึกซ้อมจริงๆไม่น่าถึง 15 นาทีด้วยซ้ำ เพราะกว่าจะกำหนดท่าเต้น การเปลี่ยน
ทิศทางการเคลื่อนไหว การจัดวางนักแสดงให้อยู่จุดต่างๆและท่าจบก็ใช้เวลามากโขอยู่เหมือนกัน ต่อจากนั้นก็
เป็นการแสดงของน้องๆสลับกับพี่ๆ Returnees จนครบทุกกลุ่ม ได้ทั้งสาระและความสนุกสนานครบครัน
และปล่อยให้น้องๆได้ผ่อนคลายความเครียดด้วยการเต้นกันอย่างอิสระแต่อยู่ในสายตาของพี่ๆและพี่อาจารย์ค่ะ
ประมาณ 30นาที และจบด้วยกิจกรรมบายศรีสู่ขวัญฉบับย่อ น้องๆหลายคนกล่าวขอบคุณได้ซึ้งใจจริงๆ
ส่งผลให้ทั้งเพื่อนๆและพี่ๆ Returnees จำนวนมากน้ำตาซึมด้วยความซาบซึ้ง และส่งท้ายด้วยเสียงเพลงอัน
ไพเราะคลอกีตาร์ที่มีความหมายต่อความรู้สึกของพี่ๆน้องๆ ชาวเอเอฟเอสทุกท่าน กว่าน้องๆจะแยกกลับไป
นอนก็เกือบ23:00 น. แต่พี่ๆ Returneesพี่ๆอาจารย์และคณะStaff ของเอเอฟเอส ประชุมเพื่อสรุปและ
ประเมินกิจกรรมกันต่ออีกประมาณ 30นาทีจึงไปพักผ่อนค่ะ