เทคนิคการให้คำปรึกษาแบบสุนทรียสนทนา
วันนี้เป็นวันที่สองและเป็นวันสุดท้ายของการประชุมอบรมเชิงปฏิบัติการ “จิตอาสา แก้ปัญหาผู้เรียน” ผมได้เข้าไปแอบเรียนรู้วิธีการให้คำปรึกษา ผมเลยนำมาประยุกต์เทียบเคียงกับสุนทรียสนทนา ดังนี้ ครับ
เทคนิคการให้คำปรึกษา หัวใจอยู่ที่ “การฟัง” ครับ และต้องเป็นการฟังเชิงลึก ที่เรียกว่า Deep listening แต่ ต้อง “ลึก” ในระดับ พอดี ๆ ผมจะเทียบเคียงระดับคุณภาพของการฟังการให้คำปรึกษา กับ วิธีการของสุนทรียสนทนา ดังนี้ ครับ
คุณภาพ ระดับ 1 - I in me ระดับนี้ถือว่ายังฟังไม่เป็นครับ เป็นประเภทไม่ฟัง ฟังแต่ไม่ได้ยิน หรือ ฟังได้ยินแล้วตัดสินเลยตามความคิดของตัวเอง ระดับนี้ ไม่ได้ช่วยอะไรเลยครับ
คุณภาพระดับ 2 - I in it ระดับนี้เริ่มดีขึ้นมาหน่อยครับ คือ เริ่มรับฟังข้อมูล ระดับนี้ เริ่มช่วยได้บ้างนิดหน่อย แต่ควรระวัง อาจจะช่วยแบบผิดๆ ก็ได้
คุณภาพระดับ 3 - I in you ระดับนี้ เป็นการฟังที่เกือบสมบูรณ์แล้วครับ คือ เป็นการฟังในระดับฟังข้อมูลไปด้วย และ ฟังความรู้สึกไปด้วย จะทำให้ช่วยผู้มาขอคำปรึกษาได้มาก เนื่องจากเข้าใจผู้มาปรึกษาได้มากขึ้น ว่ามีความรู้สึกอย่างไร ถ้าไม่ฟังความรู้สึก จะเกิดกำแพงขึ้นทันทีครับ
คุณภาพระดับ 4 - I in now ระดับนี้ ถือว่าเป็นระดับที่สมบูรณ์ที่สุด นั่นคือ เป็นการฟังอย่างพอดี ไม่ตื้น และ ไม่ลึกจนเกินไป เพราะในระดับที่ 3 มีบางท่านคล้อยตามอารมณ์ของผู้เล่าไปมาก เช่น ถ้าผู้เล่าร้องไห้ ก็จะร้องไห้ตามไปด้วย ระดับนี้ ต้องพยายามควบคุมอารมณ์ให้อยู่ นั่นคือ ร้องไห้ได้ แต่ร้องแต่พอดี ๆ ให้พอเหมาะ แล้วรีบควบคุมอารมณ์ให้ได้ด้วยความรู้ตัว
ครับ ก็เป็นเทคนิคการให้คำปรึกษาแบบพอดี ด้วยสุนทรียสนทนา ที่ขอนำมาฝากจากการอบรมครับ
จอง
สวัสดีค่ะ คุณ small man
เคยอ่านหนังสือไดอะร็อกของ อ.วรภัทร์ใช่ไหมค่ะ
คุณsmall man เข้าใจถูกแล้วค่ะ คือการฟังเชิงลึกค่ะ
ที่จริงอยากให้คุณ small man อ่านหนังสือ บริหารคนดื้อ
หลักมีอยู่ว่า ก่อนจะเปลี่ยนแปลงใครให้เปลี่ยนตัวเองก่อน
ผู้บริหารที่ดีต้องทำให้ลูกน้องดูเป็นตัวอย่างก่อนค่ะ ใช้รรมะ การมีสติปัญญา
อ้าว.......พี่เบอร์เกอร์ อิอิ จองทีหลัง อิอิ
ชอบมากค่ะ
สวัสดีค่ะ
สวัสดีค่ะ
ขอบคุณข้อมูลดี ๆ เกี่ยวกับการฟังค่ะ
การฟัง ให้ ได้ยิน ถือเป็นการช่วยเยียวยาได้อย่างดีค่ะ
ในศาสตร์ของการให้คำปรึกษา เท่าที่เคยศึกษาและทำวิทยานิพนธ์ปริญญาโทมา พบว่าและเมื่อผ่านการฟังทั้ง 4 ระดับนี้แล้ว จะต้องมีขั้นตอนอื่น ๆ อีกบ้างเช่นการสะท้อนความรู้สึก การย้ำคำ ถามซ้ำให้เกิดความตระหนักรู้ และในท้ายที่สุดจะต้องมีการสิ้นสุดความสัมพันธ์ (Termination) ในการฟังค่ะ
(^___^)
หนังสือของท่านอาจารย์ ดร.วรภัทร ผมอ่านทุกเล่มเลยครับ และผมแอบนับถือท่านเป็นอาจารย์ของผม
บริหารคนดื้อ ดีมากครับ นั่นคือ อย่าไปคิดเปลี่ยนคนอื่น ให้เปลี่ยนที่ตัวเองก่อน
ขอบคุณมากครับ ที่ช่วยเสริมเติมเต็ม
สวัสดีค่ะ
ขอบคุณนะคะ
ชอบป็นผู้ฟังระดับที่ 3 ค่ะ
ไดอะหล็อก ผมก็อ่านมาจากของท่านอาจารย์ ดร.วรภัทร แหละครับ
ฟังโดยไม่ตัดสิน เป็นหลักที่สำคัญครับ
ขอบคุณมากครับ
สวัสดีค่ะ อ.small man~natadee
"ถ้าผู้เล่าร้องไห้ ก็จะร้องไห้ตามไปด้วย ระดับนี้ ต้องพยายามควบคุมอารมณ์ให้อยู่ นั่นคือ ร้องไห้ได้ แต่ร้องแต่พอดี ๆ ให้พอเหมาะ แล้วรีบควบคุมอารมณ์ให้ได้ด้วยความรู้ตัว" โดยมากไม่ค่อยจะร้องให้ แต่ร้องให้จากความปลื้มปิติมากกว่า ควบคุมอารมณ์ปฏิบัติบ่อยครั้ง ขอบคุณสำหรับบทความ
โชคดี มีสุขค่ะ
ผมกล่าวปิดการประชุมว่าทั้งสองวันผมคิดว่าเหมือนผมมาปฏิบัติธรรมครับ ผมปิดการประชุมด้วยการให้ผู้เข้าประชุมทุกคนตั้งจิตอธิษฐานอุทิศผลบุญครับ
ขอบคุณมากครับ
ไม่น่าล่ะงานเขียนของคุณsmall man ก็นึกถึง อ.วรภัทร์ เพราะว่าหนูก็ติตามผลงานของอาจารย์อยู่เรื่อยๆค่ะ
อ.วรภัทร์มีงานจิบน้ำชาวันอาทิตย์ที่ 24นี้ค่ะ รายละเอียดคลิกได้เลยค่ะ
http://www.managerroom.com/forums/forum_posts.asp?TID=6888&PN=1
การสะท้อนความรู้สึก การย้ำคำ ถามซ้ำให้เกิดความตระหนักรู้ และในท้ายที่สุดจะต้องมีการสิ้นสุดความสัมพันธ์ (Termination) ในการฟัง
ในส่วนนี้ ท่านวิทยากรยังสอนไม่ถึงครับ เนื่องจากเป็นเรื่องที่ยากและ ลึกเข้าไปอีก คงต้องจัดแบบเข้มอีกหลักสูตร
ขอขอบคุณมากครับที่ช่วยเสริมเติมเต็ม
เป็นนักฟังระดับที่ 3 เยี่ยมมากครับ
ผมเองยังอยู่แค่ระดับสองเอง
ขอบคุณมากครับ
พอดีวันที่ 24 ผมอยู่ KU Home ที่ ม.เกษตรศาสตร์ครับ
สัมมนาเรื่องครอบครัว โดย มูลนิธิเครือข่ายครอบครัวครับ
สวัสดีค่ะ คุณ small man~natadee
เคยรับฟังญาติผู้ป่วยเหมือนกันค่ะ
มีอารมณ์คล้อยตามด้วยค่ะ จะร้องให้ตามและพยักหน้าเข้าใจ
ทีแรกไม่รู้จะช่วยเค้ายังไง รู้สึกเห็นใจ
แต่พอผู้ป่วยพูดเสร็จ แปลกนะคะเค้ารู้สึกดีขึ้น เพราะเค้าได้ระบาย
จริงๆแล้วเค้ารู้วิธีแก้และพอพูดระบายเสร็จเค้าตัดสินใจเลือกวิธีแก้ปัญหาของเค้าได้ค่ะ อันนี้ยังไม่ทันได้ช่วยเลยค่ะ
ในวงสนทนาที่ผมอบรม มีเวทีน้ำตาหลายวงครับ
ผู้เข้าประชุมเลยถามว่า ครูที่รับปรึกษา จะร้องไห้ได้หรือไม่
แสดงว่าเป็นปํยหาด้านอารมณ์ เขาไม่ต้องการคำแนะนำครับ เพียงแต่ต้องการคนฟังเขา เพื่อที่เขาจะได้ระบายออก แล้วก็โล่งครับ
ขอบคุณมากครับสำหรับประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์