เชิญผู้อาสาเป็นอธิการบดี มทร.อีสาน

สวัสดีครับ ท่านสมาชิกชาว Blog ทุกท่าน พอดีผมใคร่ขออนุญาตประชาสัมพันธ์ขั้นตอนการสรรหาอธิการบดี และข้อบังคับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน  ว่าด้วยการสรรหาอธิการบดี              พ.ศ.๒๕๕๒ ให้ท่านได้รับทราบ

ข้อบังคับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ว่าด้วยการสรรหาอธิการบดี พ.ศ.๒๕๕๒

         โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงแก้ไขข้อบังคับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ว่าด้วยการสรรหาอธิการบดี พ.ศ.๒๕๔๘ เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการเกี่ยวกับการสรรหาผู้ดำรงตำแหน่งอธิการบดีของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน

          อาศัยตามอำนาจความในมาตรา ๑๗(๒) และ (๑๔) มาตรา ๒๕ และมาตรา๒๖ แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล พ.ศ.๒๕๔๘ และโดยมติสภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน และโดยมมติสภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสานในการประชุม ครั้งที่ ๓/๒๕๕๒ เมื่อวันที่ ๑๙ มีนาคม ๒๕๕๒ จึงออกข้อบังคับไว้ดังต่อไปนี้

          ข้อ ๑ ข้อบังคับคับนี้เรียกว่า        "ข้อบังคับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ว่าด้วยการสรรหาอธิการบดี พ.ศ.๒๕๕๒"

          ข้อ ๒ ข้อบังคับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศเป็นต้นไป

          ข้อ ๓ ให้ยกเลิกข้อบังคับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ว่าด้วยการสรรหาอธิการบดี พ.ศ.๒๕๔๘

          ข้อ ๔ ในข้อบังคับนี้

          "มหาวิทยาลัย" หมายความว่า มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน

          "สภามหาวิทยาลัย" หมายความว่า สภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน

          "อธิการบดี" หมายความว่า อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน

          "คณะกรรมการสรรหา" หมายความว่า คณะกรรมการสรรหาอธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน

          "กรรมการสรรหา" หมายความว่า กรรมการสรรหาอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน

            "ส่วนราชการ" หมายความว่า สำนักงานอธิการบดี สำนักงานวิทยาเขต คณะ สำนักและสถาบัน ตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล พ.ศ.๒๕๔๘

            "หัวหน้าส่วนราชการ" หมายความว่า ผู้อำนวยการสำนักงานอธิการบดี ผู้อำนวยการวิทยาเขต คณบดี ผู้อำนวยการสำนัก และผู้อำนวยการสถาบัน ตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล พ.ศ.๒๕๔๘

          ข้อ ๕ ให้นายกสภามหาวิทยาลัยรักษาการตามข้อบังคับนี้ และมีอำนาจวินิจฉัยและตีความในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามข้อบังคับนี้

หมวด ๑

บททั่วไป

          ข้อ ๖ เมื่อตำแหน่งอธิการบดีว่างลงก่อนครบวาระ หรือวาระการดำรงตำแหน่งอธิการบดี เหลือเวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยยี่สิบวัน ให้สภามหาวิทยาลัยแต่งตั้งคณะกรรมการสรรหาตามข้อบังคับนี้

          ข้อ ๗ ให้คณะกรรมการสรรหามีหน้าที่ดำเนินการสรรหาบุคคลผู้มีคุณสมบัติตามข้อ ๙ เสนอต่อสภามหาวิทยาลัยเพื่อพิจารณา โดยปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และวิธีการสรรหาอธิการบดีที่กำหนดข้อบังคับนี้

          ข้อ ๘ ให้คณะกรรมการสรรหาดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในหกสิบวันนับแต่วันที่มีคำสั่งแต่งตั้ง

          ในกรณีที่ไม่สามารถดำเนินการสรรหาให้แล้วเสร็จได้ภายในกำหนดระยะเวลาตามวรรคแรก ให้คณะกรรมการสรรหาเสนอขอขยายระยะเวลาการสรรหาต่อนายกสภามหาวิทยาลัยได้ไม่เกินสามสิบวัน โดยชี้แจงเหตุผลความจำเป็นประกอบด้วย

หมวด ๒

คุณสมบัติของอธิการบดี

          ข้อ ๙ ผู้ที่จะดำรงตำแหน่งอธิการบดี นอกจากต้องมีคุณสมบัติตามมาตร ๒๖ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล พ.ศ.๒๕๔๘ แล้ว ควรมีคุณลักษณะดังนี้

          (๑) มีวิสัยทัศน์และศักยภาพที่จะนำความเจริญและชื่อเสียงมาสู่มหาวิทยาลัย

          (๒) มีประสบการณ์และสัมฤทธิผลในการบริหารบริหารอุดมศึกษา

          (๓) มีศักดิ์ศรีทางวิชาการเป็นที่ยอมรับ

          (๔) เป็นผู้ทรงคุณธรรมและมีจริยธรรม

          (๕) เป็นที่ยอมรับนับถือในมหาวิทยาลัยและสังคมอุดมศึกษา

และไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังนี้

          (๑) เป็นผู้ดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมือง

          (๒) เป็นคนวิกลจริต หรือ จิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ เป็นคนเสมือนไร้ความสามารถหรือเป็นโรคที่กำหนดในกฎ ก.พ.อ.

          (๓) เป็นผู้อยู่ในระหว่างสั่งพักราชการ หรือ ถูกสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ.๒๕๔๗ หรือกฏหมายอื่น

          (๔) เป็นผู้บกพร่องในศีลธรรมอันดี

          (๕) เป็นกรรมการบริหารพรรคการเมือง หรือ เจ้าหน้าที่ในพรรคการเมือง

          (๖) เป็นบุคคลล้มละลาย

          (๗) เคยถูกจำคุกโดยพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ

          (๘) เคยถูกลงโทษให้ออก ปลดออก หรือไล่ออกจากรัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ

          (๙) เคยถูกลงโทษให้ออก ปลดออก หรือไล่ออกเพราะกระทำผิดวินัยตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ.๒๕๔๗ หรือกฏหมายอื่น

          (๑๐) เป็นผู้เคยกระทำการทุจริตในการสอบเข้ารับราชการ หรือ เข้าปฏิบัติงานในหน่วยงานของรัฐ

หมวด ๓

องค์ประกอบของคณะกรรมการสรรหาและวิธีการได้มา

          ข้อ ๑๐ ให้สภามหาวิทยาลัยแต่งตั้งคณะกรรมการสรรหาตามองค์ประกอบดังนี้

          (๑) ประธานกรรมการ ไก้แก่ นายกสภามหาวิทยาลัยหรือกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิที่นายกสภามหาวิทยาลัยมอบหมาย

          (๒) กรรมการสรรหาจำนวนสี่คน ซึ่งคัดเลือกโดยสภามหาวิทยาลัยจากกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ

          (๓) กรรมการสรรหาจำนวนสองคน             ซึ่งคัดเลือกโดยสภามหาวิทยาลัยจากกรรมการสภามหาวิทยาลัยที่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งรองอธิการบดี คณบดี ผู้อำนวยการสถาบัน ผู้อำนวยการสำนัก และหัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ

           (๔) กรรมการสรรหาจำนวนสองคน ซึ่ง                  คัดเลือกโดยสภามหาวิทยาลัยจากกรรมการสภามหาวิทยาลัยที่เป็นประธานสภาคณาจารย์และข้าราชการ และกรรมการสภามหาวิทยาลัยที่มาจากคณาจารย์ประจำของมหาวิทยาลัยและข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา

          ให้คณะกรรมการสรรหาเลือกกรรมการหนึ่งคนเป็นเลขานุการ และอาจให้มีผู้ช่วยเลขานุการด้วยก็ได้

          ข้อ ๑๑ คณะกรรมการสรรหาไม่มีสิทธิสมัครและได้รับการเสนอชื่อเป็นผู้สมควรดำรงตำแหน่งอธิการบดี

หมวด ๔

หลักเกณฑ์และวิธีการสรรหาอธิการบดี

          ข้อ ๑๒ การได้มาซึ่งผู้สมควรดำรงตำแหน่งอธิการบดี มี ๒ วิธี คือ

          (๑) การรับสมัครทั่วไป

          (๒) การเสนอชื่อจากส่วนราชการในมหาวิทยาลัย

          ข้อ ๑๓ การรับสมัครทั่วไป ให้ผู้ที่ประสงค์จะสมัครเข้ารับการสรรหาให้ดำรงตำแหน่งอธิการบดี ส่งใบสมัคร พร้อมประวัติ ผลงาน นโยบาย แผนการบริหารจัดการและแผนพัฒนามหาวิทยาลัยต่อคณะกรรมการสรรหาตามวัน เวลา และสถานที่ที่คณะกรรมการสรรหากำหนด

          การเสนอชื่อจากส่วนราชการในมหาวิทยาลัย ให้ส่วนราชการส่งแบบเสนอรายชื่อผู้สมควรดำรงตำแหน่งอธิการบดี พร้อมหลักฐานการยินยอม ประวัติ ผลงาน นโยบาย แผนการบริหารจัดการและแผนพัฒนามหาวิทยาลัยแห่งละไม่เกินสองชื่อต่อคณะกรรมการสรรหา ตามวัน เวลา และสถานที่ที่คณะกรรมการสรรหากำหนด โดยคำนึงการมีส่วนร่วมของบุคลากรในส่วนราชการ และผ่านการพิจารณากลั่นกรองจากคณะกรรมการประจำส่วนราชการ หรือคณะกรรมการบริหารของส่วนราชการ แล้วแต่กรณี

          ข้อ ๑๔ ให้คณะกรรมการสรรหาดำเนินการสรรหาดังนี้

          (๑) กำหนดวัน เวลา สถานที่การรับสมัคร และการเสนอรายชื่อผู้สมควรดำรงตำแหน่งอธิการบดี

          (๒) กำหนดรูปแบบของใบสมัคและใบเสนอชื่อ      โดยให้มีรายละเอียดครอบคลุม ประวัติ ผลงาน นโยบาย แผนการบริหารจัดการและแผนพัฒนามหาวิทยาลัย

          (๓) ดำเนินการประชาสัมพันธ์และแจ้งกำหนดการตาม (๑) ให้ส่วนราชการรวมทั้งผู้มีสิทธิเข้ารับการสรรหาทราบล่วงหน้าโดยวิธีการที่เหมาะสมเป็นเวลาไม่น้อยกว่าสิบห้าวันก่อนวันรับสมัคร

          (๔) ตรวจสอบประวัติ คุณสมบัติ และลักษณะต้องห้ามของผู้สมัครและผู้ได้รับการเสนอชื่อทั้งหมด และให้คณะกรรมการสรรหากำหนดเกณฑ์และคัดเลือกผู้ที่เหมาะสมให้มีจำนวนไม่เกินห้าคน

          (๕) แจ้งรายชื่อผู้ที่ผ่านการตรวจสอบ (๔) ให้แถลงนโยบาย แผนการบริหารจัดการและแผนพัฒนามหาวิทยาลัยต่อคณะกรรมการสรรหา โดยเปิดโอกาสให้ประชาคมในมหาวิทยาลัยเข้าฟังการแถลงด้วย

          (๖) พิจารณากลั่นกรองผู้ที่เหมาะสมในการเข้าดำรงตำแหน่งอธิการบดีให้ได้จำนวนอย่างน้อยสองชื่อแต่ไม่เกินสามชื่อ โดยกำหนดน้ำหนักคะแนนตามเกณฑ์ที่เหมาะสมของคุณลักษณะในข้อ ๙(๑) (๒)(๓)(๔) และ(๕) และให้ชี้แจงแสดงเหตุผลให้ผู้ที่ไม่ผ่านการพิจารณากลั่นกรองให้สภามหาวิทยาลัยได้รับทราบ และจัดทำบัญชีผู้ได้รับการเสนอชื่อเรียงลำดับตามตัวอักษรเสนอสภามหาวิทยาลัยพร้อมประวัติ ผลงาน นโยบาย แผนการบริหารจัดการและแผนพัฒนามหาวิทยาลัย เพื่อดำเนินการต่อไป

          (๗) รายงานผลการสรรหาพร้อมทั้งรายละเอียดข้อมูลต่างๆ ของผู้สมควรดำรงตำแหน่งอธิการบดีที่ผ่านการพิจารณากลั่นกรองตามข้อ ๑๔(๖) ต่อสภามหาวิทยาลัย

          ข้อ ๑๕    ในกรณีที่มีผู้สมัครหรือมีการเสนอชื่อผู้สมควรดำรงตำแหน่งอธิการบดีเพียงรายชื่อเดียว และผู้นั้นผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการสรรหาตามข้อ ๑๔ แล้ว ให้ถือว่าบุคคลดังกล่าวเป็นผู้ได้รับการคัดเลือก และมิให้นำความในข้อ ๑๔(๖) มาใช้บังคับ

          ข้อ ๑๖ ให้ผู้ที่ได้รับการคัดเลือกจากคณะกรรมการสรรหาแถลงนโยบาย แผนการบริหารจัดการและแผนพัฒนามหาวิทยาลัยต่อสภามหาวิทยาลัยในวันเวลาที่สภามหาวิทยาลัยกำหนด

หมวด ๕

การพิจารณาของสภามหาวิทยาลัย

          ข้อ ๑๗ การออกเสียงลงมติของสภามหาวิทยาลัยตามข้อบังคับนี้            ให้กระทำโดยวิธีที่สภามหาวิทยาลัยเห็นสมควร

          ข้อ ๑๘ การประชุมสภามหาวิทยาลัยเพื่อเลือกผู้สมควรดำรงตำแหน่งอธิการบดี ต้องมีผู้มาประชุมเกินกว่ากึ่งหนึ่งจึงจะเป็นองค์ประชุม กรรมการสภามหาวิทยาลัยทุกคนที่มาประชุมเป็นผู้มีสิทธิลงคะแนนเลือกอธิการบดี ยกเว้นกรรมการสภามหาวิทยาลัยที่ได้รับการคัดเลือกจากคณะกรรมการสรรหาให้เป็นผู้สมควรดำรงตำแหน่งอธิการบดีตามข้อ ๑๔(๖) ไม่มีสิทธิลงคะแนน

          ผู้ที่จะได้รับแต่งตั้งเป็นอธิการบดีต้องได้รับคะแนนเสียง   เกินกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการสภามหาวิทยาลัยทั้งหมดที่มีสิทธิลงคะแนน

           กรณีไม่มีผู้ใดได้คะแนนเสียงเกินกว่ากึ่งหนึ่ง ให้ลงคะแนนรอบที่สองระหว่างผู้ที่ได้คะแนนสูงสุดสองอันดับแรก โดยในรอบนี้ให้ใช้คะแนนเสียงข้างมากตัดสิน หากคะแนนเสียงเท่าก้นให้นายกสภามหาวิทยาลัยเป็นผู้ตัดสินชี้ขาด

          ข้อ ๑๙ เมื่อสภามหาวิทยาลยได้ดำเนินการเลือกผู้สมควรดำรงตำแหน่งอธิการบดีจากบัญชีรายชื่อที่คณะกรรมการสรรหาเสนอแล้ว ให้นายกสภามหาวิทยาลัยดำเนินการเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอธิการบดีต่อไป

           ในกรณีสภามหาวิทยาลั   ไม่เห็นชอบรายชื่อผู้ที่ได้รับการสรรหาตามที่คณะกรรมการสรรหาเสนอมาให้พิจารณา ให้คณะกรรมการสรรหาดำเนินการใหม่ตามข้อ ๑๔

           ประกาศ ณ วันที่ ๑๙ มีนาคม พ.ศ.๒๕๕๒

                                  

                                           (ศาสตราจารย์สุจินต์ จินายน)

                                  นายกสภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน

    http://senate.rmuti.ac.th/home/law/ข้อบังคับว่าด้วยการการประชุมสภามหาวิทยาลัย.%2048.pdf

      ขั้นตอนการสรรหาอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน มีลำดับดังนี้

ขั้นตอนที่ ๑ ประชุมคณะกรรมการสรรหาอธิการบดี

  •      ได้มีการประชุมคณะกรรมการสรรหาอธิการบดี ผ่านไปแล้ว เมื่อวันที่ ๙ พฤษภาคม ๒๕๒๒ โดยมีท่าน ศาสตราจารย์ ดร.สุจินต์ จินายน เป็นประธาน พร้อมด้วย กรรมการ จำนวน ๘ ท่าน มีการประชุมที่ มหาวิทยาลัยนเรศวร ศูนย์วิทยบริการ อาคารเวพเพลส เพลินจิต กรุงเทพฯ

ขั้นตอนที่ ๒ ประกาศ

  1.     ประกาศคณะกรรมการสรรหาอธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน เรื่อง การสรรหาอธิการบดี ซึ่งประกอบไปด้วย สาระดังนี้

            1.1) ข้อบังคับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ว่าด้วยการสรรหาอธิการบดี พ.ศ.๒๕๕๒

                   (รายละเอียด จำแนกเป็นหน้า) หน้า1  หน้า2 หน้า3 หน้า4 หน้า5

            1.2) กำหนดการและขั้นตอนการสรรหาอธิการบดี หน้า1 หน้า2 หน้า3 หน้า4

            1.3) กรอบการนำเสนอผลงาน วิสัยทัศน์ นโยบาย แผนบริหารจัดการ และแผนพัฒนามหาวิทยาลัย 

            1.4) คุณสมบัติอธิการบดี หน้า1 หน้า2

ขั้นตอนที่ ๓ การรับสมัคร แบ่งเป็น 2 ขั้น

            1) ประกาศรับสมัคร เริ่มดำเนินการ ตั้งแต่ วันที่ 11 พฤษภาคม 2552 ถึง วันที่ 24 พฤษภาคม 2552 โดยทางเว็ปไซด์ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน http://www.rmuti.ac.th หนังสือพิมพ์ ตัววิ่งทางโทรทัศน์

                     2) การรับสมัคร มี 2 ลักษณะ คือ

                 2.1) กำหนดยื่นใบสมัครด้วยตนเอง

                        เอกสารประกอบการรับสมัครประกอบด้วย

                        (1) แบบฟอร์มใบสมัครเข้ารับการสรรหา   ผู้ดำรงตำแหน่งอธิการบดี      มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน

                        (2) แบบฟอร์มข้อมูลเบื้องต้นของผู้สมัครดำรงตำแหน่งอธิการบดี          มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน   หน้า 1  หน้า2  หน้า3

                                         (3) เอกสารผลงาน วิสัยทัศน์ นโยบาย แผนบริหารจัดการและแผนพัฒนามหาวิทยาลัยประกอบ การสมัคร (ให้ผู้สมัครกำหนดเอง)

                 2.2) การเสนอชื่อโดยส่วนราชการในมหาวิทยาลัย (โดย สำนักงานอธิการบดี/สำนักงานวิทยาเขต/คณะ/สถาบัน/สำนัก

                        เอกสารประกอบการรับสมัครประกอบด้วย

ขั้นตอนที่ ๔ การตรวจสอบคุณสมบัติเบื้องต้น

                             (4.1) เลขานุการและผู้ช่วยเลขานุการคณะกรรมการสรรหาอธิการบดี ตรวจสอบความครบถ้วนสมบูรณ์ของเอกสาร ประวัติ  คุณสมบัติ ของผู้สมัครและ ผู้ได้รับการเสนอชื่อ    

                              (4.2) จัดทำ Check list สรุปผลการตรวจสอบความครบถ้วนของเอกสารของผู้สมัคร ให้คณะกรรมการสรรหาอธิการบดี

 

                              ดำเนินการ วันที่ ๑๑ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๕๒ ระหว่างเวลา ๐๙.๓๐ น. เป็นต้นไป          

                              สถานที่  ห้องประชุมแคแสด มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน       

ขั้นตอนที่ ๕ ประชุมคณะกรรมการสรรหาอธิการบดี

                             (5.1)   เพื่อตรวจสอบคุณสมบัติเบื้องต้นของผู้สมัครและผู้ได้รับการเสนอชื่อ

                             (5.2)  ประชุมจัดทำเกณฑ์ และพิจารณาคุณสมบัติของผู้สมัครเข้ารับการสรรหาอธิการบดี

                             (5.3)  ประธานคณะกรรมการสรรหาอธิการบดี     ลงนามรับรองผู้ผ่านเกณฑ์การพิจารณา(ไม่เกิน ๕ คน)

                             ดำเนินการ วันที่ ๑๓ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๕๒ระหว่างเวลา ๑๐.๐๐ น. เป็นต้นไป

 

ขั้นตอนที่ ๖ การแจ้งผู้ที่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติเบื้องต้นและการตอบรับ

                             (6.1)  คณะกรรมการการสรรหาอธิการบดีแจ้งผู้ผ่านการตรวจสอบเบื้องต้นให้มานำเสนอผลงานนโยบาย  แผนบริหารจัดการและแผนพัฒนามหาวิทยาลัยโดย จดหมายลงทะเบียน โทรศัพท์ และ E-Mail

                             (6.2) เลขานุการ บันทึกการตอบรับของผู้ผ่านการตรวจสอบเบื้องต้นและการแสดงเจตจำนงเข้าแสดงวิสัยทัศน์ ตามกำหนดการ     

                             ดำเนินการ    วันที่ ๑๔ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๕๒

 

ขั้นตอนที่ ๗ ประกาศประวัติ และผลงาน

                               (7.1) คณะกรรมการสรรหาอธิการบดีดำเนินการประกาศรายชื่อ  ประวัติ  ผลงาน  วิสัยทัศน์  นโยบาย  แผนการบริหารจัดการ  และแผนพัฒนามหาวิทยาลัยของผู้ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติเบื้องต้น

                               ดำเนินการ  วันที่ ๑๔ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๕๒

                               สถานที่    กองบริหารงานบุคคล มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ทางเว็ปไซด์มหาวิทยาลัย http://www.rmuti.ac.th   

 

ขั้นตอนที่ ๘ ผู้ตอบรับการสรรหาเป็นอธิการบดี  นำเสนอวิสัยทัศน์ นโยบาย  แผนการบริหารจัดการและแผนพัฒนามหาวิทยาลัย

                             (8.1) คณะกรรมการสรรหาร่วมฟังการนำเสนอและเชิญบุคลากรของมหาวิทยา