ผมมีสุขภาพปากที่ไม่ดี   เริ่มจากฟันคุดสมัยหนุ่มๆ ต้องถอนทิ้ง    แล้วใส่ฟันปลอมชนิดถอดได้ซี่เดียวมีลวดเกี่ยวกับซี่ข้างๆ    พอมันไปหล่นหายผมก็ไม่เอาใจใส่ทำมาใส่ใหม่   ฟันจึงรวนทำให้ต้องถอนอีกหลายซี่    ประกอบกับผมเป็นนักเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน (แถมเตะเมีย) เวลาหลับ   ฟันจึงทั้งสึกหรอและทรุดโทรม


          เมื่อสัก ๑๐ ปีมาแล้ว รศ. ทพ. สมศักดิ์ จักรไพวงศ์ เป็นคณบดีคณะทันตแพทยศาสตร์ ม. มหิดล   ท่านจัดการให้ผมไปรับการบูรณะสุขภาพช่องปากเป็นการใหญ่   ท่านบอกว่าได้หาหมอที่ดีที่สุดให้   มีทั้งรักษาเหงือก รากฟัน และทำฟันปลอม (ชนิดถอดได้)   โดยหลายหมอ จนในที่สุดหมอที่ดูแลผมเป็นประจำคือ รศ. ทญ. วิภาดา เลิศฤทธิ์ 


          อ. หมอวิภาดาบ่นตลอดมาว่าฟันของผมสึกมาก   ใส่ครอบฟันก็แล้ว   จนในที่สุดท่านชวนผมฝังรากฟันปลอม   ทำทั้งหมด ๖ ซี่ เป็นฟันกรามด้านบนทั้ง ๖ ซี่   หมอฟันผู้เชียวชาญการฝังรากฟันที่มาทำให้ผมคือ ทพ. กิตติโชติ บุญศรี   ด้วยความเอื้อเฟื้อที่ทางคณะทันตแพทยศาสตร์ดูแลแบบไม่คิดเงิน ทำให้ผมจ่ายเพียงค่าวัสดุไปเพียงแสนกว่าบาท   และมีความสุขมาจนปัจจุบัน


          เมื่อวานกลับบ้านตอนเย็น เห็นถุงมะม่วงกวนท่าทางน่ากิน   ก็ขออนุญาตภรรยากินด้วยความเอร็ดอร่อย   ยังไม่หมดชิ้นที่ ๒ ก็มีอะไรขลุกขลิกอยู่ในปาก   คายออกมาดูเป็นฟันปลอม ๓ ซี่ติดกัน   หลุดออกมาจากรากฟันเทียมที่เหลือโด่เด่อยู่


          ตื่นเช้าขึ้นมาเล่าเรื่องฟันปลอมหลุดให้ป้าอี๊ด (พี่สาวของหมออมรา) ผู้เป็นหมอฟันฟัง    ท่านบอกว่า นึกแล้วจะต้องเป็นเพราะกินมะม่วงกวนที่ซื้อมา มันเหนียวมาก

  
         ผมจะไปตรวจความดันและหัวใจที่ศิริราชเพื่อปรับเปลี่ยนยากับ อ. หมอสุชาย อยู่แล้ว    จึงขอให้เพื่อนของลูกสาว ชื่อหมอป้อม ที่แผนกทันตกรรมของศิริราชช่วยติดฟันปลอมที่หลุดให้ เป็นการชั่วคราว   ถือว่าได้รับความสะดวกมาก

          ระหว่างนั่งรถต่อไปศาลายาเพื่อเตรียมประชุมสภามหาวิทยาลัย   ผมถามป้าอี๊ดว่า ที่เขาติดฟันให้นี้ แม้จะเป็นการชั่วคราว แต่ก็ติดแน่นมาก   แล้วเวลาเขาแกะออกเขาทำอย่างไร   ป้าอี๊ดบอกว่า เขามีเครื่องมือกระตุก ทำให้หลุดออกไม่ยาก   หรือจะกินมะม่วงกวนอีกทีก็ได้
เป็นคนแก่นี่ไม่ดีนะครับ มะม่วงกวนอร่อยๆ ก็กินไม่ได้เสียแล้ว

หมายเหตุ
          ขอแก้ไขใหม่ ว่ากินได้ครับ  แต่อย่ากินมูมมามแบบผม    คนที่มาสอนผมคือภรรยา    เธอถามว่าผมกินคำเดียวทั้งแผ่นใช่ไหม   ผมตอบว่าแค่ครึ่งแผ่น   ภรรยาจึงสอนว่า ให้ฉีกกินทีละน้อย จะไม่เหนียว    ทำให้ผมนึกถึงเมื่อเช้ามืดวันก่อน ผมวิ่งไปฟังวิทยุไป   เป็นรายการอ่านหนังสือให้ฟัง    วันนั้นอ่านเรื่องอาหารและวิธีกินอาหารของชาววังสมัย ร. ๕   ได้ความรู้ว่า มีวิธีกินแบบกินคำเล็กๆ เคี้ยวช้าๆ   ผมเกิดมาเป็นชาวบ้านระดับที่สมัยโบราณเรียกว่าไพร่   แม้แม่จะอบรมมาดี   แต่ก็ติดนิสัยไพร่มาเยอะ 

วิจารณ์ พานิช
๒๒ เม.ย. ๕๒