วรรณคดีไทย
โคลงกำสรวลศรีปราชญ์
โคลงกำสรวลศรีปราชญ์ เป็น โคลงนิราศสมัยกรุงศรีอยุธยา เป็น โคลงที่โด่งดัง และได้รับการยกย่องอย่างกว้างขวาง นับแต่โบราณกาลมา ถือได้ว่าเป็นต้นแบบ ของนิราศคำโคลงเรื่องอื่นๆ ที่มีผู้แต่งเลียนแบบในภายหลัง แต่เดิมเชื่อกันว่าผู้แต่งโคลงกำสรวลนี้คือศรีปราชญ์ ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช แต่งคร่ำครวญถึงคนรัก เมื่อคราวถูกเนรเทศไปนครศรีธรรมราช ความเชื่อนี้น่าจะมีมาแต่ต้นกรุงรัตนโกสินทร์ดังมีโคลงบทหนึ่งในนิราศนรินทร์กล่าวไว้ว่า
กำสรวลศรีปราชญ์พร้อ |
เพรงกาล |
จากจุฬาลักษณ์ลาญ |
สวาทแล้ว |
ทวาทศมาสสาร |
สามเทวษ ถวิลแ |
ยกทัดกลางเกศแก้ว |
กึ่งร้อนทรวงเรียม |
และเมื่อพระยาปริยัติธรรมธาดา(แพ ตาละลักษณ์)แต่งตำนานศรีปราชญ์ขึ้นในสมัยรัชกาลที่ ๕ ยิ่งตอกย้ำความเชื่อที่มีมาให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นว่า มีกวีที่ชื่อ "ศรีปราชญ์" ในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช เป็นบุตรพระโหราธิบดี ในวัยเด็กมีปฏิภาณดี สามารถต่อโคลงถวายได้ บิดาจึงถวายตัวเป็นข้าราชบริพาร เมื่อรับราชการก็สามารถว่าโคลงสดโต้ตอบกับคนอื่นๆได้ทันที แต่ต่อมาไปแต่งโคลงโต้กับพระสนมเข้า จึงถูกเนรเทศไปอยู่เมืองนครศรีธรรมราช ต่อมาถูกเจ้าเมืองฯสั่งประหารชีวิตจึงเขียนโคลงแช่งไว้ ซึ่งเป็นเรื่องที่เราทราบกันโดยทั่วไป และเชื่อกันว่าศรีปราชญ์ผู้นี้นี่เองที่เป็นผู้แต่ง "กำสรวลศรีปราชญ์" และ "อนิรุทธ์คำฉันท์"ด้วย
แต่นักวรรณคดีในรุ่นหลังๆมีความเห็นต่างออกไปว่า ศรีปราชญ์ในตำนานที่รู้จักกันดีนี้ไม่ใช่ผู้แต่งกำสรวลศรีปราชญ์ เหตุผลมีดังนี้
๑.ภาษาในโคลงกำสรวลเป็นภาษาเก่าแก่เกินสมัยพระนารายณ์ เมื่อพิจารณาดูจะเห็นว่าใกล้เคียงกับ ลิลิตยวนพ่าย ที่แต่งในสมัยพระบรมไตรโลกนาถมากกว่า
๒.ท้าวศรีจุฬาลักษณ์ที่กล่าวถึงในโคลง เป็นตำแหน่งสนมเอกของพระเจ้าแผ่นดิน แม้ศรีปราชญ์ในตำนานจะกล่าวว่ามีชู้กับพระสนม แต่ไม่น่าจะกล้าเอ่ยชื่อตรงๆในบทประพันธ์ที่ตนแต่ง ทั้งการรำพันถึงก็เป็นไปอย่างเปิดเผยเหมือนสามีภรรยามากกว่า อีกทั้งในโคลงก็ใช้ราชาศัพท์หลายคำ บ่งบอกว่าผู้แต่งน่าจะเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์ใดพระองค์หนึ่ง
๓.การเดินทางในโคลงไม่เหมือนการถูกเนรเทศ ตอนลงเรือมีโคลงกล่าวว่า
สรเหนาะนิราษน้อง |
ลงเรือ |
สาวส่งงเลวงเต็ม |
ฝ่งงเฝ้า |
สระเหนาะพี่หลยวเหลือ |
อกส่งง |
สารด่งงข้าส่งเจ้า |
ส่งงตน |
แค่อยากรู้ว่าใครเป็นคนแต่งโคลงกำสรวลหาเป็น10รอบแล้ว จะมีอะไรส่งครูเนี้ย
เราแค่อยากรู้ว่าใครเป็นผู้แต่งโครงกำสรวลเท่านั้น เพียงอย่างเดียว ไม่ใช่แบบี้เลย
กวีนิรนาม