| เว็บศูนย์รวม "โยคะสารัตถะ |

เราสามารถช่วยโลกได้ด้วยการทำตัวสบายๆ
เขียนโดย มัชฌิมา
โยคะสารัตถะ ฉบับ; ส.ค.'๕๑
ฉันเป็นคนสบายๆค่ะ.. เรียกว่าถ้าลงสมัครผู้ว่า กทม. ก็คงโปรยหัวโปสเตอร์หาเสียงตัวใหญ่ๆด้วยสโลแกน "มัชฌิมา คิดง่าย ทำง่าย สบายแฮ" พร้อมด้วยรูปฉัน นั่งอาบแดดบนเก้าอี้ผ้าใบชายทะเลอย่างสบายใจ ซึ่งเชื่อเหลือเกินว่าฉันจะชนะได้เป็นผู้ว่าด้วยคะแนนทิ้งห่าง เพราะคนกรุงเทพเมืองใหญ่ จริงๆแล้วก็หวังจะได้ใช้ชีวิตง่ายๆสบายๆทั้งนั้นแหละ ใครกันจะอยากลำบากตะเกียกตะกายหากิน รถติดเป็นวันๆ อย่างที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ จริงมั้ยคะ
บางคนอาจจะคิดว่าการเป็นคนสบายๆ คือการมีชีวิตไปเรื่อยๆ ไม่ต้องคิดอะไรมาก ล่องลอยไปวันๆ ...ผิดค่ะ.. การเป็นคนสบายๆ โดยเฉพาะคนสบายๆอย่างฉันที่หมายมั่นจะช่วยโลกนั้น คือคนที่คิดเยอะๆ ทำน้อยๆและมั่นคงไม่ไหลไปตามกระแสส่วนใหญ่ของสังคม
คุณก็สามารถมีชีวิต สบายๆได้ ทำชีวิตคุณให้สบายๆ แล้วยังได้ช่วยโลก! จะเริ่มอย่างไรน่ะหรือ ? ง่ายมาก
ขอให้เริ่มด้วยการไม่ทำอะไรเลย....
ในขณะที่ทั่วโลกกำลังตื่นตัวกับกระแสภาวะโลกร้อน ทั้งประชาชน ภาครัฐและเอกชน
ก็หันมาให้ความสนใจ โดย... ซื้อถุงผ้ามาใช้ ใช้กันใหญ่ ดีไซน์สุดเก๋ ‘im not a plastic bag' ‘no plastic bag' ‘green please!!' ยิ่งอยากช่วยก็ยิ่งซื้อ เป็นการแสดงเจตนารมณ์ ว่าเรารักโลก สิ่งที่เกิดขึ้นตามมา ... ใช่ค่ะ demand - supplies เมื่อมีความต้องการก็มีการผลิต แทนที่จะลด ละ เลิก เลยกลายเป็นว่าถุงผ้าผลิตออกมาล้นตลาด ถุงพลาสติกก็ใช้เท่าเดิม เพราะเวลาซื้อของก็เอาของใส่ถุงพลาสติกน่ะแหละแล้วใส่ถุงผ้าอีกที
เมื่อเร็วๆนี้ห้างสรรพสินค้าชื่อดังในกรุงเทพก็รักโลกกับเค้าด้วย โดยการลดกระหน่ำสูงถึง 20-50% (ว้าว ใจป้ำจริงๆเลย!) สำหรับสาวๆนักช้อปที่มาช้อปด้วยถุงผ้า (ที่จัดทำขึ้นเป็นพิเศษเพื่องานนี้โดยเฉพาะ!!!)
ผล... ต้องบอกมั้ยคะเนี่ย สาวๆแห่กันไปช้อปมืดฟ้ามัวดิน สิ่งที่อยู่ในถุงผ้าคือของแบรนด์เนม ที่ไม่รู้เจ้าของจะใส่สักกี่ครั้ง หรืออาจจะแค่ซื้อเพราะมัน(ดูเหมือนจะ)ถูก ไม่ได้ใช้ประโยชน์เต็มที่แล้ววันนึงก็จะถูกโยนทิ้งเป็นขยะของโลกต่อไปอีก
พอจะเห็นภาพแล้วใช่มั้ยคะ? สิ่งที่คุณทำได้คือ... ไม่ต้องทำอะไรเลย หรืออีกนัยนึงคือพอเหอะ ไม่ต้องพยายามจะช่วยแล้ว ไม่ต้องซื้อถุงผ้ามาเพิ่ม ถ้าคุณยังใช้ถุงพลาสติกในปริมาณเท่าเดิม ไม่ต้องไปช้อปของลดราคาเอากลับมากองสุมที่บ้านเพื่อช่วยโลก
ขอให้เลิกพยายามค่ะ ยิ่งช่วยยิ่งแย่
อยู่เฉยๆ ทำตัวสบายๆกันดีกว่า
เราสามารถทำตัวสบายๆ อย่างที่เราทำอยู่เนี่ยแหละ แต่ถ้าทำอย่างเข้าใจและมีสติ เราจะสามารถสร้างความแตกต่างได้ในชีวิตประจำวันของเรา โดยที่ไม่ต้องไปปรับเปลี่ยนอะไรให้มากเลย นอกจากเป็นผลดีกับตัวเราเองแล้วก็ยังเป็นผลดีกับโลกและสิ่งแวดล้อมอีกด้วย
อย่างฉันที่เพิ่งเปลี่ยนงานใหม่ ที่ทำงานใหม่อยู่ในย่านที่ใครๆก็รู้ว่ารถติดบรรลัยกัลป์ ตามประสาคนสบายๆ มาทำงานได้ 2วันดิฉันก็ขนข้าวขนของ ย้ายมาอยู่ซอยเดียวกับที่ทำงานซะเลย ใช้เวลาเดินทาง(เดินเท้านั่นแล) ประมาณ 2นาที เพื่อนๆพี่ๆที่เห็นฉันย้ายมาอยู่ใกล้ที่ทำงาน ก็คิดว่าสะดวกดี มีเวลานอนเพิ่มขึ้น
นั่นมันความคิดของคนธรรมดา.. คนสบายๆที่คิดเยอะอย่างพวกเรา (หาพวก..แฮะๆ) การจะตัดสินใจย้ายบ้านนั้น มีเหตุผลที่ประมวลมาแล้วว่าการย้ายบ้านครั้งนี้ จะช่วยแก้ปัญหา เศรษฐกิจ สังคม การศึกษา พลานามัย และแน่นอน ภาวะโลกร้อน!!
ปัญหาเศรษฐกิจ ... เดินไปทำงาน ไม่ต้องขับรถ
ไม่ต้องขับรถ ก็ไม่ต้องผ่อนรถ
ไม่มีรถ ไม่ต้องเติมน้ำมัน อันแพงหูฉี่
ไม่ต้องเติมน้ำมันอันแพงหูฉี่ ก็มีเงินเหลือ
มีเงินเหลือใช้ ไม่ต้องใช้บัตรเครดิตให้เป็นหนี้เน่า
ถ้าเกิดอยากจะไปไหนขึ้นมาใช้แท็กซี่ก็เป็นการกระจายรายได้ หรือถ้าใช้รถประจำทางก็เป็นการลดมลพิษ (แก้ปัญหาภาวะโลกร้อน )
การเดินไปทำงานหรือการเดินไปซื้อข้าวหน้าปากซอย ก็ทำให้มีโอกาสได้ออกกำลังกาย ไม่ต้องเสียเงิน เสียเวลาเดินทางไปฟิตเนต (พลานามัย เศรษฐกิจ และภาวะโลกร้อน!)
การย้ายมาอยู่ใกล้ที่ทำงานยังทำให้มีเวลาเพิ่มขึ้น ได้อ่านหนังสือ ใช้เวลากับตัวเอง (การศึกษา) นั่งสมาธิ ใจเย็นลง มีสมาธิ อารมณ์ดีมากขึ้น (การศึกษา และ สังคม)
จะเห็นได้ว่าที่เขียนมาซะยืดยาว ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นด้วยการกระทำของฉันอย่างเดียวคือ "ย้ายบ้านมาใกล้ที่ทำงาน ‘
คุณเองก็ทำอยู่ ...
ถ้าคุณชอบปลูกต้นไม้ คุณกำลังสร้างสมดุลให้ธรรมชาติ (ช่วยภาวะโลกร้อน) ทำให้ตัวเองใจเย็นลง ได้ออกกำลังขุดดินก็ทำให้คุณได้ออกกำลังกาย (พลานามัย) ถ้าคุณชวนลูกๆมาช่วยกันปลูกคุณกำลังปลูกฝังให้เค้าเป็นคนดี (สังคม) เห็นความสำคัญของธรรมชาติ (การศึกษาและภาวะโลกร้อน)
ถ้าปกติคุณรับเพื่อนบ้านโดยสารรถไปด้วยกัน คุณก็กำลังช่วยชาติประหยัดน้ำมัน (เศรษฐกิจและภาวะโลกร้อน) คุณกำลังสร้างสัมพันธ์อันดีกับเพื่อนบ้าน (สังคม) คุณกำลังปลูกฝังให้ลูกๆของคุณเป็นคนมีน้ำใจ (การศึกษา และ สังคม)
จะเห็นได้ว่าการกระทำทุกอย่างของเรามีผลกระทบในหลายๆด้านไม่ใช่ด้านเดียว
เพราะฉะนั้นสิ่งเล็กๆน้อยๆที่เราทำ ผลกระทบจึงไม่เล็กน้อยเลย
ทั้งคุณ ทั้งฉัน ปฎิเสธไม่ได้ว่าที่น้ำท่วม ทำให้มีผู้เสียชีวิตอยู่ในหลายพื้นที่ขณะนี้นั้น ไม่ใช่ความผิดเรา พวกเราช่วยกันย่ำยีธรรมชาติกันมามากมายขนาดไหน ตอนนี้ผลกระทบนั้นกลับมากระทบเราและเพื่อนร่วมชาติ (ร่วมชะตากรรม) แล้ว
ในขณะเดียวกันถ้าเราปรับนิสัยเล็กๆน้อยๆกันตั้งแต่วันนี้ ทำกันสบายๆในชีวิตประจำวันไม่ต้องหักโหม มันก็จะส่งผลดีมากมาย หลายเท่าและหลายด้านอย่างคาดไม่ถึงเช่นกัน
ศิลปะการใช้ชีวิตให้สบายๆอย่างสร้างสรรค์นั้นแทบจะเหมือนหัวใจของการฝึกอาสนะ ที่ว่า ต้องมีสติ สบาย ใช้แรงแต่น้อย
ขอให้ทุกท่านมีความสุขกับการ ทำน้อยๆ คิดเยอะๆ และใช้ชีวิตสบายๆ ค่ะ
