การกำหนดวิธีวิจัยที่แน่นอน ย่อมเป็นการสร้างกรอบของงานได้อีกวิธีหนึ่ง

วิธีการศึกษา

 

การดำเนินการวิธีวิจัยในครั้งนี้นอกจากอาศัยการวิจัยเชิงเอกสาร (Documentary Research) แล้ว ยังอาศัยวิธีวิจัยในรูปแบบการวิจัยเชิงประสบการณ์ (Experimental Research)

1.     การวิจัยเชิงเอกสาร (Documentary Research)

เป็นการศึกษาวิจัยเพื่อนำมาวิเคราะห์และเขียนโดยอาศัยข้อมูลทั้งทางข้อกฎหมายและข้อเท็จจริง กล่าวคือในส่วนของข้อกฎหมายจะศึกษาจากตัวบทกฎหมายต่างๆ ทั้งกฎหมายระหว่างประเทศและกฎหมายภายในของไทยและของสปป.ลาว รวมถึงศึกษาจากตำราและบทความทั้งภาษาไทยและภาษาต่างประเทศ ทั้งในรูปแบบของเอกสารและเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ ส่วนในกรณีข้อเท็จจริงนั้นจะศึกษาจากเอกสารซึ่งแสดงข้อมูลต่างๆที่เกี่ยวข้องกันกับ บริษัท ซี.พี. (ลาว) จำกัด อาทิ หนังสือบริคณฑ์สนธิ ข้อบังคับบริษัทฯ หนังสือรับรองการจดทะเบียน รายงานประจำปี(annual report) เป็นต้น

 

2.     การวิจัยเชิงประสบการณ์ (Experimental Research)

การศึกษาวิจัยในรูปแบบนี้ จะมุ่งเน้นที่การได้รับทราบข้อมูลจากผู้เกี่ยวข้องโดยตรง ทั้งประเด็นทางข้อกฎหมายและประเด็นทางข้อเท็จจริง ด้วยวิถีทางดังต่อไปนี้

-    การพูดคุยเชิงวิชาการ (Academic Talk) กล่าวคือ เป็นการศึกษาวิจัยโดยการพูดคุยในประเด็นเรื่องทั่วไปเพื่อให้ผู้วิจัยสามารถมองเห็นภาพรวมทั้งทางข้อกฎหมายและข้อเท็จจริง โดยพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญในด้านต่างๆ อาทิเช่น เอกอัครราชทูตไทยประจำประเทศลาว เอกอัครราชทูตลาวประจำประเทศไทย ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ของบริษัท ซี.พี. (ลาว) จำกัด เป็นต้น

-    การสัมภาษณ์ (Interview) กล่าวคือ เป็นการศึกษาวิจัยโดยอาศัยการตั้งคำถามจากผู้ศึกษาวิจัย  ทั้งในประเด็นทางข้อกฎหมายและข้อเท็จจริง เพื่อนำไปสู่การสังเคราะห์คำตอบของสมมติฐานต่างๆได้อย่างชัดเจนในทุกๆประเด็น

-    การระดมความคิด (Brain Storming) กล่าวคือ เป็นการศึกษาวิจัยที่มุ่งไขข้อกังขาในสมมติฐานแห่งทฤษฎีทางกฎหมาย โดยอาศัยการระดมความคิดจากนักกฎหมายที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญในประเด็นต่างเหล่านั้น