มันสำปะหลัง
สังคมไทยในชนบทนั้นเป็นสังคมที่มีความพอเพียงมีความเอื้ออาทรกัน อยู่แบบพึ่งพาช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และเป็นสังคมที่พี่น้องอยู่รวมกันมีอาชีพที่ผูกพันกับการเกษตร

ทำนาเพื่อบริโภคเหลือก็จะแบ่งกันและแรกเปลี่ยนกับพืชสวนอย่างอื่นที่ในชุมชนของตนไม่มี

มันสำปะหลังเป็นพืชสวนที่เกษตรจะทำเป็นพืชเศรษฐกิจ นอกจากการทำนา และก็เป็นรายได้ส่วนหนึ่งนำมาเจือจุนครอบครัว
จะมีใครฉุดคิดบ้างว่า ราคามันที่ลานมันรับซื้อจากเกษตรกรนั้น 1.10 สตางค์ ค่าคนงานค่ายาฉีดยาปราบวัชพืช ปุ๋ย เป็นรายจ่ายมากกว่าที่เกษตรกรขายมันได้
ราคาประกันที่ภาครัฐ ยื่นไปรับประกันราคาให้เกษตรกร 2 บาท เป็นราคาที่ขายพอมีกำไร รัฐขาดบุคลากรที่จะไปกำกับดูแลได้ทั่วถึง เกษตรขายมันไม่ได้ในราคาประกัน
เกษตรปลูกมันสำปะหลังรอวันตาย เจ้าหนี้ ธนาคารรัฐ จะยึดที่ กองทุนหมู่บ้าน เร่งรัดหนี้สิน กองทุนปุ๋ย เรียกเงินคืน นายทุนยิ้ม เกษตรนั้นมีความซื่อสัตย์ ไม่ยอมให้ธนาคารยึดหรอก แต่ยอมขายที่ให้นายทุน เพื่อใช้หนี้กองทุนต่าง ๆ
ตัวแทนที่มักจะอ้างว่าเป็นตัวแทนเกษตรกรรู้ปัญหาพี่น้องเกษตร บ้างไหม ให้สินค้ามันสำปะหลังที่รัฐประกันให้ขายได้ก็พอ
สวัสดีค่ะ ท่านมหา
มาอ่านก่อนนอนค่ะ
เรื่องนี้ไม่มีเม้นค่ะ
ขอบคุณเจ้าค่ะ
สวัสดีค่ะ
สวัสดีค่ะ คุณเหรียญชัย
มาให้กำลังใจค่ะ
อยากให้มีความยุติธรรมกับเกษตรค่ะ
โชคดี มีสุขค่ะ
เคยคิดว่าราคามันสัมปะหลังต่ำมากมาก..แต่ก็ไม่ทราบรายละเอียดมากมายนัก
สงสารจังนะคะ..กว่าจะได้ผลผลติใช้เวบานานมากมากแตราคาที่ได้รับดูไม่เหมาะสมกันเลย..ขอเป็นกำลังใจให้ทุกเกษตรกรนะคะ..
สวัสดีค่ะ
กว่าจะได้ผลผลิต ค่าจ้างแรงงานก็สูง
เห็นใจเกษตรกรค่ะ
สวัสดีครับท่านมหา สินค้าเกษตรราคาตกต่ำ ทำให้เกษตรกรยากจน ปลูกผักบุ้งหนึ่งเดือนขายไม่พอค่าซื้อยาสีฟัน (คนปลูกเขาบออกมา) น่าคิดครับ
ตามมาขอบคุณ ที่แวะมาเยี่ยมบล็อกค่ะ
อยากกินมันค่ะ
เมื่อวัยเด็กแม่ครูต้อยจะมีสวนครัวเล็กๆ ปลูกทุกอย่างให้ลูกๆกิน
แม่จะไม่ซื้อผักเพราะแม่กลัวลูกๆกินยาในผัก แม่จึงปลูกดะไปหมด ไม่ต้องพูดถึงเรื่องกระเพราะ ข่า ตะไคร์ พริก ฯลฯ ประเภทผักปลูกเป็นรั้วกินได้ทั้งถั่วฝักยาว ฝักทอง มันเทศ กล้วย ถั่วพลู อีกหลายอย่าง สลับกันปลูกในที่ดินผืนน้อย แม่ ปลูกเป็นงานอดิเรกของแม่ และพวกเราช่วยกันรดน้ำ พรวนดิน มันสำปะหลังของบ้าน เมื่อเพื่อนบ้านมาหาให้รักษาพ่อ พ่อก็ไม่เอาเงินค่ารักษา นอกจากต้นทุนค่ายาเล็กน้อย เพื่อนบ้านมาหาแต่ละครั้งก็จะนำอาหารทะเลมาฝากแต่บ้านครูต้อยพ่อไม่ให้ทำอาหารจากสัตว์เป็นๆ เมื่อมีสิ่งเหล่านี้มา แม่จึงให้พวกเราเอาไปแจกเพื่อนบ้านอีกที และเอาของในสวนครัวฝากคนไข้กลับไปทานอีก ชีวิตในวัยเด็กของครูต้อยจึงมีความสุข และซึมซับเรื่องราวดีๆจากพ่อแม่และเพื่อนบ้านที่น่ารักไว้ค่ะ
เป็นชีวิตที่เพียงพอที่ทางบ้านญาติผู้ใหญ๋ที่กรุงเทพฯมักลงไปพักผ่อนเพื่อจะได้ใช้ชีวิตอย่างพวกเราบ้าง
อยากให้มหามีกำลังใจ และเชื่อว่ามหาก็ทำคล้ายแม่ครูต้อยทำ หากมันเหลือมากๆก็เอาเข้าเมืองขายเองเถอะค่ะ
ทำมากไปแล้วขาดทุน ก็ทำให้มันพอตัว พอกิน
มันสำปะหลังนะ เอามาย่างไฟอ่อนๆ ทำน้ำกะทิรสหวาน มัน แล้วอบเทียนหอมราดก็ขายได้ราคาดีมากๆนะคะ หรือจะเอามานึ่ง ทานกับมะพร้าวขูดด้วยมือแมวคลุกน้ำตาลกับเกลือก็ทานลืมอิ่ม ทำเป็นแบบแกงบวดก็ดีค่ะ