...เคราะห์ดีจริงที่ไม่ทำบาป

บทที่ 4 เก็บเศษ...เงิน...จากพื้น

ยามสถานการณ์บ้านเมืองคับขัน เงินทองหายากลำบาก อาหารการกินเต็มไปด้วยสิ่งปรุงแต่ง หาความปลอดภัยได้ยาก ยังให้มีภาวะสุขภาพทั้งใจกายทรุดโทรม อาชญากรรมทางจิตวิญญาณมีมากผ่านสื่อต่างๆสู่สายตาลูกหลานไทยอย่างหมดหนทางป้องกันตัว เกิดอะไรขึ้นกับสังคมไทยกันแน่

 

ความละเอียดอ่อนและความใส่ใจในทุกการกระทำทั้งการคิด พูด ทำ เป็นเรื่องที่ควรให้ความสำคัญ นอกเหนือจากการรับทางตา หู จมูก ลิ้น สัมผัสกาย และใจ แล้วเอาไปย่อยโดยผ่านกระบวนการคิดวิเคราะห์วิจัยอย่างชำนาญหรือเปล่า มีอะไรเป็นทุนของสิ่งเหล่านี้ หากว่าไม่ใช่การฝึกคิดที่ถูกต้อง เหมาะสม เป็นเหตุเป็นผลสัมพันธ์กับยุคสมัยในปัจจุบัน ที่ใกล้กลียุคเข้าไปทุกทีตราบเท่าที่แต่ละคนจะมีส่วนช่วยในการยับยั้ง หรือชะลอให้ช้าลง การคิดที่สมควรให้เกิด ให้เป็นอย่างมีเหตุผลสอดคล้องกับตัวเราว่าเป็นใคร ทำอะไร กับบุคคล เวลา สถานที่ใด  อย่างไร ควรทำอย่างไร ไม่ปล่อยผ่านไปอย่างน่าเสียดายกับต้นทุนทางเวลาที่แต่ละคนมีโดยเฉลี่ยประมาณที่เจ็ดสิบปี กระบวนการคิดอย่างนี้จะเกิดได้ต้องเริ่มที่การมีข้อมูลที่ดีให้กับตัวเราเองเป็นเบื้องต้น ทุกอย่างต้องเริ่มที่ตัวเราก่อน สั่งสมเข้าไว้ อะไรที่ผ่านเข้ามาในทุกทวารหก เรามีสิทธิ์เลือกด้วยกฎเกณฑ์ใด แรกเริ่มไม่พ้นความเชื่อหรือความศรัทธาเป็นพื้น ในฐานะที่เป็นชาวพุทธที่ไม่ใช่พุทธติดสลากข้างขวด และเนื้อในพอจะมีความเป็นพุทธอยู่ย่อมเข้าใจได้ว่าสิ่งที่ยืนยันความเป็นพุทธ คือ การปฏิบัติด้วยกฎเกณฑ์การเป็นผู้มีศีลห้าอย่างต่ำ แต่ละอย่างใช่ว่าจะได้มาง่ายๆหากไม่ฝึก ล้มลุกคลุกคลานบ้างหรือได้มาทีละข้อก็ย่อมดีกว่าตัดสินใจทันทีว่าไม่เอา ด้วยวิธีการวิเคราะห์อย่างมีกฎเกณฑ์ ทำให้ชำนาญ มองยาวๆไปไกลๆ เพื่อนำไปสู่การป้องกันและแก้ปัญหาในวันข้างหน้า ใช่แต่การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าอย่างฉาบฉวย ตอบสนองความต้องการชั่วขณะเท่านั้น  การได้ฝึกอย่างนี้บ่อยๆย่อมช่วยให้เกิดเป็นทักษะความชำนาญ เมื่อมีปัญหาเฉพาะหน้าย่อมทำให้เป็นแก้ปัญหาที่สอดคล้องกับความเป็นชาวพุทธที่หมายถึงการเป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน ได้ยิ่งๆขึ้น ไม่ใช่พุทธที่ติดแต่สลากข้างขวด

 

มีเรื่องเล่าว่าในโรงงานแห่งหนึ่ง กระสอบใส่ของเกลื่อนหล่นที่พื้น  คนงานเดินผ่านมองเมิน เหยียบย่ำบ้างถ้าจะขวางหน้าและก็ใช่ว่ามือไม่ว่าง หรือหลังแข็งเกินกว่าจะก้มลงเก็บได้ ลูกพี่คิดว่าจะบ่นว่าก็คงต้องบ่นไปตลอด เพราะว่าเคยบอกกันมาแล้ว  วันหนื่งพบว่าคนงานหลายๆคนก้มเก็บอะไรบางอย่างที่พื้นบนกระสอบบ้าง ข้างกระสอบบ้าง วันนั้นเกือบทุกคนจะมีการก้มๆเงยๆดูกระตือรือร้นเป็นพิเศษ โดยมีลูกพี่ยืนมองห่างๆ และท้ายสุดก็ประชุมคนงาน ความว่าที่ก้มเก็บนั้นเป็นเงินสิบบาทที่ลูกพี่วางไว้ให้เพื่อให้บทเรียนโดยที่คนงานไม่ทันรู้ตัว ว่ามูลค่าของกระสอบที่ใส่ของที่ไม่ได้รับความใส่นั้นมีมากกว่าสิบบาทที่เก็บ หากทุกคนมีโอกาสมองให้เห็นถึงคุณค่าหรือมูลค่าของมากกว่ามองเพียงว่าเป็นของหรือเป็นเงิน ย่อมช่วยให้การดำรงชีวิตร่วมกันเป็นสุขมากขึ้น ลูกพี่ก็ไม่ต้องมีต้นทุนเพราะข้าวของถูกทิ้ง คนงานก็มีโอกาสที่จะได้เงินเดือนเพิ่มอย่างนี้น่าจะถือว่าเป็นเศษเงิน หรือ เศษทองทีเดียวก็น่าจะว่าได้

 

มาถึงบรรทัดนี้ อยากจะเชิญชวนผู้ร่วมอุดมการณ์ มาเก็บ เงินที่พื้นกันบ้างในยามที่สถานการณ์บ้านเมืองคับขัน ผู้คนตกงาน นับวันจนหนทางทำมาหากิน เศษยาง เศษกระดาษ ถุงพลาสติก ล้างแล้วตากแห้ง เกลื่อนอยู่ในบ้าน เศษใบไม้ใบหญ้า เมืองไทยโชคดีมาก อาจารย์ท่านหนึ่งว่าไว้ว่าเป็นเมืองที่ไม่ต้องใช้เงินซื้อความอบอุ่นทั้งปี เพราะว่าในบางประเทศมีแดดสี่เดือน  ที่เหลือเป็นอากาศที่หนาวเย็น ต้องมีความอบอุ่นชีวิตจึงจะอยู่รอดได้ แต่ละปีมีคนตายเพราะความหนาวเย็นไม่น้อย  คุณค่าของสิ่งเหล่านี้จึงไม่ควรมองข้าม และเมื่อเก็บเงินที่พื้นนี้แล้ว อย่าลืมว่านี่เป็น บุญ ที่เรากำลังทำให้ความเป็นพุทธที่มีอยู่มีเนื้อในที่เข้มแข็งขึ้น ไม่จนบุญเพราะ บาปจากการเป็นผู้ไม่รู้ ถูกหลอกจนเมาบาปผ่านทวารหก แล้วผลิตสิ่งที่เป็นบาป ผ่านการคิด พูด ทำ

 

...เคราะห์ดีจริงที่ไม่ทำบาป