เดือนเมษายนที่ผ่านมานี้  ช่วงกลางเดือน คิดอยากทำบุญ

·       ตั้งใจจะใส่บาตร แต่ก็ไม่ได้ทำซักที

 

·       จนกระทั่ง เย็นวันที่ ๒๕ เมษายน เพื่อนโทรศัพท์ชวน จึงตัดสินใจไป โดยชวนเพื่อนร่วมทางอีกคน

·       ดังนั้น เช้าวันที่ ๒๖ เมษายน ๒๕๕๒เราจึงเดินทางจากขอนแก่นตั้งแต่เช้า

ได้ไปทันใส่บาตรที่วัดป่าบ้านตาดแบบหวุดหวิด

·       และเดินทางต่อทำไปร่วมโรงทาน ณ วัดป่านาคำน้อย อำเภอนายูงจังหวัดอุดรธานี ห่างจากอุดรประมาณ ร้อยกว่า ก.ม. ตามคำชวนของเพื่อนจากอุดรและเพื่อนที่เดินทางมาจาก อำเภอหนองสูง จังหวัดมุกดาหาร

 

·       เนื่องจาก วันที่ ๒๗ เมษายน เป็นวันเกิดของหลวงพ่ออินทร์ถวาย

เพื่อนเล่าให้ฟังว่า ชื่อ อินทร์ถวาย คุณแม่ชีแก้ว เสียงล้ำ เป็นผู้ตั้งให้ นัยว่ามาจากคำว่า พระอินทร์ถวาย

·       หลวงพ่ออินทร์ถวายเป็นพระที่เคยติดตามหลวงปู่หล้า เมื่อท่านหลวงปู่หล้า ยังมีชีวิตอยู่

·       วัดป่านาคำน้อยนี้ เป็นสถานที่ร่มรื่น มีผืนป่าขนาดเนื้อที่มากพอสมควร

เพื่อนเล่าให้ฟังว่ามีสัตว์ เช่น นกยูง อาศัยอยู่

·       รู้สึกชื่นใจที่ได้ไปวัดนี้ ได้กราบท่าน

·       และได้รับหนังสือ ชื่อ ผู้บรรลุช่วยเหลือเจือจุน หน้าปกเป็นรูป คุณแม่ชีแก้ว

 

·       ครั้งแรกที่ได้ยินชื่อหลวงพ่อ อินทร์ถวาย คือ เมื่อคราวไปร่วมงานเปิดอาคารหอสงฆ์อาพาสชั้น ๑๐ อาคาร ๙๐ พรรษา สมเด็จย่า รพ.ศรีนครินทร์มหาวิทยาลัยขอนแก่น

 

·       ท่านพระอาจารย์เป็นผู้รวบรวมเงินจากผู้มีจิตศรัทธาปรับปรุง ชั้น ๑๐ เป็นหอสงฆ์อาพาส


เมื่อได้อ่านหนังสือที่ได้รับมาจบในเช้าวันวิสาขบูชา ที่ ๘ พฤษภาคม ๕๒ นี้

มีข้อความที่ได้จากหนังสืออยากเอามาเล่าค่ะ

 

เป็นข้อความที่ท่านพระอาจารย์อินทร์ถวายได้เขียนไว้ว่า

"ถ้าทุกคนในชาติขาด หิริ คือความละอายแก่ใจ


โอตตัปปะ คือความเกรงกลัวต่อบาป

สองอย่างเท่านั้นล่ะ

กฎหมายจะตั้งมาละเอียดถี่ถ้วนขนาดไหนก็ตาม ก็ไร้ความหมาย ไร้คุณค่า ไร้ประโยชน์

เพราะเหตุว่าคนไม่เห็นคุณค่าของศีลธรรม

คนใดเกลียดชังธรรม คือหลักเหตุผล

คนนั้นเป็นผู้ฉิบหาย ท่านว่าไว้อย่างนั้น

คนที่ไม่ชอบเหตุแห่งความมีศีลธรรม แล้วจะหวังผลหรือต้องการผลเป็นความสงบสุขนั้น มันจะได้อย่างไร "

นอกจากนี้ยังมีคติธรรมแม่ชีแก้ว เช่น

"มีตาก็ดู มีหูก็ฟัง มีใจก็พิจารณา"