ต้องขอบอกว่า ท่านอาจารย์อธิการบดีของม.สงขลานครินทร์ รองศาสตราจารย์ ดร.บุญสม ศิริบำรุงสุข ซึ่งเราจะได้ฟังบรรยายพิเศษจากท่านในงาน GotoKnow forum นั้น มักจะทำให้เราคนอ่านได้ประทับใจกับสิ่งที่ท่านถ่ายทอดในข้อเขียน "พบกับอธิการบดี" ถึงชาวม.อ.อย่างสม่ำเสมอ อ่านแล้วอยากให้มีคนได้อ่านด้วยเยอะๆ เพราะท่านมักจะให้ข้อคิด คำคมดีๆในการดำเนินชีวิตเสมอๆ
บันทึกที่ได้อ่านในวันนี้ ยังไม่ได้ขออนุญาตเป็นทางการ แต่ก็เชื่อว่า ข้อความในส่วนที่ขอนำมาฝากกันไว้ตรงนี้ ท่านคงไม่สงวนลิขสิทธิ์สำหรับชาวม.อ.เท่านั้นแน่ๆ หากอ่านแล้วได้ความรู้สึกดีๆ ก็ขอให้ฝากความปรารถนาดีไปถึงท่าน เพื่อให้สามารถขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ไปสู่ความเป็นมหาวิทยาลัยของชุมชน ผลิตบุคลากรดีๆเพื่อชุมชนอย่างแท้จริง รับใช้ชุมชนอย่างเต็มกำลัง ตามที่ท่านตั้งใจให้สำเร็จด้วยนะคะ
|
เราจึงพยายามสร้างและฝังจิตสำนึกสาธารณะนี้ลงไปในเบื้องลึกของจิตใจของนักศึกษาของเราทุกคน
เป็นจิตสำนึกของบัณฑิตของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ทุกคน ที่ต้องตระหนักถึงการทดแทนบุญคุณแก่สังคม และมีความกตัญญูต่อสังคม
การตอบแทนบุญคุณ ย่อมกระทำได้ในทุกสถานภาพที่เราเป็น ไม่จำเป็นต้องให้ร่ำรวยก่อน ไม่จำเป็นต้องรอให้มีตำแหน่งหน้าที่การงานใหญ่โต
การที่เราเป็นลูก เราประพฤติดี เราขยันหมั่นเพียรเรียนหนังสือจนจบ เป็นที่ชื่นใจของพ่อแม่ ทำให้พ่อแม่มีความสุข ก็นับได้ว่าเป็นการตอบแทนบุญคุณให้กับพ่อแม่
เช่นกัน ในฐานะปัจเจกชนในสังคม หากเรามีความประพฤติดี มีหน้าที่การงานที่สุจริต ขยันประกอบอาชีพการงาน ประกอบการงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ช่วยเหลือสังคมตามสมควร ไม่เป็นภาระให้กับสังคม ก็ถือได้ว่าตอบแทนบุญคุณให้กับสังคมในระดับหนึ่ง
การมีไมตรีจิตต่อเพื่อนมนุษย์ มีความเอื้อเฟื้อต่อคนรอบข้าง การมีความรักและเมตตาต่อผู้คน มีจิตใจพร้อมที่จะช่วยเหลือผู้ที่อ่อนแอกว่า การแบ่งปันให้กับผู้ที่มีน้อยกว่า การทำนุบำรุงศาสนาที่ตนนับถือ ก็เป็นการสนองคุณให้กับสังคมได้เช่นกัน
เมื่อเราเติบใหญ่ มีหน้าที่การงานที่จะต้องบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้กับประชาชน ก็ทำหน้าที่ของตนให้บริสุทธ์ และเมื่อเป็นผู้มีอำนาจ ก็ใช้อำนาจนั้นเพื่อความเจริญของสังคม ไม่ทุจริตคอรับชั่น ก็นับได้ว่าเป็นการตอบแทนบุญคุณให้สังคมที่ยิ่งใหญ่ขึ้น
การตอบแทนบุญคุณให้กับสังคม แท้ที่จริงแล้วคือการตอบแทนบุญคุณต่อเพื่อนมนุษย์ และเป็นการแสดงความกตัญญูต่อเพื่อนมนุษย์
เพื่อนมนุษย์มีบุญคุณต่อเรา
มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่ไม่สามารถอยู่รอดได้ตามลำพัง
มนุษย์ต้องพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน จึงจะดำรงชีวิตอยู่ได้
มนุษย์ทั้งมวล จึงเป็นผู้มีบุญคุณต่อเรา
การที่นักศึกษาทุกคนยึดมั่นในพระราชปณิธานของสมเด็จพระบิดาที่ว่า “ขอให้ถือประโยชน์ของเพื่อนมนุษย์ เป็นกิจที่หนึ่ง” จึงเป็นการตอบแทนบุญคุณเพื่อนมนุษย์อย่างแท้จริง |
ความจริงทุกท่านทราบดีแล้ว ว่าชีวิตของเรา มิได้อยู่รอดได้ ด้วยการพึ่งพาอาศัยเพื่อนมนุษย์เพียงอย่างเดียว ยังต้องอาศัยเพื่อนสัตว์ และทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอีกด้วย เรามีอากาศหายใจ มีน้ำดื่ม มีผักผลไม้รับประทาน ก็เพราะธรรมชาติมอบสิ่งเหล่านี้ให้กับเรา
เราทานข้าวกับไข่ ก็เพราะไก่ออกไข่ให้เรา
เราทานปลา...เพราะมีชาวประมงจับปลา และปลาต้องสละชีวิตให้กับเรา
เราทุกคนจึงควรระลึกถึงบุญคุณของเพื่อนสัตว์ และทรัพยากรธรรมชาติ
และเราต้องรักษาทรัพยากรธรรมชาติ ให้มีความยั่งยืน เพื่อเพื่อนมนุษย์รุ่นต่อจากเรา
สำหรับตัวเองในฐานะหนึ่งกลไกเล็กๆขององค์กรนี้ ก็จะขอทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดอย่างเต็มกำลัง และใช้ความรู้ความสามารถที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์กับเพื่อนมนุษย์เป็นกิจที่หนึ่งเสมอค่ะ
พี่โอ๋ค่ะ ท่านอธิการเป็นคุณเอื้อที่สามารถสร้าง shared vision ได้อย่างที่ทุกคนไม่ทันตั้งตัวค่ะ เยี่ยมนะค่ะ
มนุษย์ต้องพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน จึงจะดำรงชีวิตอยู่ได้
ขอบคุณสำหรับเรื่องราวดีดี ที่มาเล่าขานค่ะ
ตามมาเรียนรู้วิถีผู้ให้ค่ะ
ขอบคุณค่ะ