...

 

ภาพนกฮูกที่อดนอนมานาน...  > Thank [ flickr ] guru, [ Joe Penniston ]

....................................................................................................

อาจารย์แห่งเว็บไซต์สุขภาพ 'RealAge' มีคำแนะนำดีๆ เพื่อการนอนหลับแสนสบาย ผู้เขียนขอนำมาเล่าสู่กันฟังครับ [ RealAge ]

...

(1). '12 ไม่'

  • ไม่กินอาหารที่มีกาเฟอีนหลังอาหารกลางวัน เช่น กาแฟ ชา ชอคโกแล็ต โกโก้ น้ำอัดลมชนิดน้ำดำ เครื่องดื่มบำรุงกำลัง ฯลฯ
  • ไม่ดื่มแอลกอฮอล์ (เหล้า เบียร์ ไวน์ ฯลฯ) 6 ชั่วโมงก่อนนอน (เหล้าทำให้กรนมากขึ้น หลับเร็วขึ้น แต่หลับตื้น และตื่นง่ายขึ้น)

...

  • ไม่ดู TV ก่อนนอน (ประมาณ 1-2 ชั่วโมง)... ถ้าเป็นรายการ TV เบาๆ ดูได้ เช่น สารคดี นิทานก่อนนอน ข่าวต่างประเทศ ฯลฯ ถ้าเป็นรายการเครียดๆ เช่น ข่าว 3 จังหวัดภาคใต้ ข่าวกลุ่มประท้วง 2 สีในไทย ฯลฯ ไม่ควรดู
  • ไม่สูบบุหรี่ก่อนนอน (บุหรี่ทำให้หัวใจเต้นแรง-เร็ว นอนหลับยากขึ้น)

...

  • ไม่เข้านอนทั้งที่หิว (หิวมากนอนหลับยาก อาจใช้วิธีเบาๆ สบายๆ เช่น ดื่มนมไขมันต่ำหรือนมถั่วเหลืองเสริมแคลเซียม 1/2 แก้ว ผลไม้ เช่น กล้วย แอปเปิล 1/2 ผล ฯลฯ)
  • ไม่กินอาหารมื้อใหญ่ 1-3 ชั่วโมงก่อนนอน (วิธีที่ดีคือ กินมื้อเย็นเป็นมื้อเล็กๆ มื้อเช้า-เที่ยงเป็นมื้อใหญ่)... ถ้าเป็นโรคกรดไหลย้อน (gastroesophageal reflux disease / GERD) ควรกินมื้อเย็นให้น้อยลงไปอีก

...

  • ไม่รอจนง่วงแล้วค่อยเข้านอน ทางที่ดีคือ เข้านอนก่อนง่วง... การเข้านอนหลังง่วงเต็มที่อาจทำให้ร่างกายปรับสภาพไม่ทัน เช่น ลุยทำงานดึกทำให้ร่างกายตื่นตัว อาจทำให้นอนดึกขึ้นเรื่อยๆ ฯลฯ
  • ไม่ออกกำลังหนักใกล้เวลานอน ให้ห่างออกไปสัก 1-3 ชั่วโมงน่าจะดี

...

  • ไม่ทำงานหน้าจอ (คอมพิวเตอร์) ก่อนนอน 1-2 ชั่วโมง โดยเฉพาะอย่างยิ่งไม่ควรเขียนบล็อกเรื่องตื่นเต้นก่อนนอน (เรื่องเบาๆ เขียนได้ เช่น นิทานก่อนนอน ฯลฯ)
  • ไม่เปิดจอ (คอมพิวเตอร์) สว่างจ้าหลังพระอาทิตย์ตกดิน ควรปรับจอคอมฯ ตามเวลากลางวัน-กลางคืน กลางวันเปิดหน้าจอสว่างหน่อยได้ หลังพระอาทิตย์ตกดินควรเปิดไฟในบ้านให้สว่างน้อยลง เปิดจอคอมฯ ให้สว่างน้อยลง

...

  • ไม่เปิดเพลงเร็วๆ เร้าใจ หรือเพลงดังๆ ก่อนนอน 1-2 ชั่วโมง ควรปรับเสียงต่ำ (เบส) ตามเวลากลางวัน-กลางคืน กลางวันเปิดเบสดังหน่อยได้ (ไม่ควรดังจนรบกวนคนอื่น) หลังพระอาทิตย์ตกดินควรลดเสียงเบสให้เบาลง
  • ไม่นอนกอดอก (อาจทำให้ฝันร้าย หรือรู้สึกคล้ายผีอำได้จากแรงกดของมือและแขน)

....................................................................................................

(2). 8 ทำ

  • ทำ... ใช้ห้องนอนสำหรับนอน และเรื่องบนเตียง (เช่น หายใจช้าๆ ก่อนนอน สวดมนต์ ฯลฯ)... เรื่องอื่นควรทำข้างนอก เช่น ใช้อินเตอร์เน็ต เขียนบล็อก ทำงาน โทรศัพท์ ฯลฯ
  • ทำ... ถ้าไม่มีห้องแยก (ทำทุกอย่างในห้องนอนห้องเดียว) ควรปรับแสงไฟ เช่น มีไฟสลัวๆ ดวงพิเศษสำหรับสร้างบรรยากาศห้องนอน แล้วปิดไฟดวงอื่นๆ ให้หมด เปิดไฟดวงนี้ก่อนนอนอย่างน้อย 15 นาที ฯลฯ

...

  • ทำ... ออกกำลังเป็นประจำ จะเป็นเวลาไหนก็ได้ถ้าออกกำลังเบาๆ จนถึงแรงปานกลาง แต่ถ้าออกกำลังหนัก... ควรทำก่อนเวลานอน 1-2 ชั่วโมงขึ้นไป (ยกเว้นคนที่ร่างกายฟิตจริงๆ จะหายเหนื่อยเร็ว และหลับได้ตามปกติ)
  • ทำ... นอนและตื่นตรงเวลา ทั้งวันธรรมดาและวันหยุด

...

  • ทำ... วอร์มดาวน์ (warm down = ทำให้เครื่องเย็นลง ตรงกันข้ามกับอุ่นเครื่อง = warm up) หรือปรับสภาพก่อนนอน เช่น อาบน้ำ สวดมนต์ ฟังเพลงช้าๆ ทำท่ายืดเส้นยืดสายหรือโยคะเบาๆ (ท่าเบาๆ ไม่ใช่ท่าโหดๆ) ฯลฯ ก่อนนอน15-30 นาที
  • ทำ... สมาธิ (ควรฝึกในสำนักที่ไม่เห็นแก่เงิน เช่น สำนักที่สนับสนุนให้บริจาคมากๆ ฯลฯ) ฝึกหายใจช้าๆ นาทีละไม่เกิน 10 ครั้ง วันละ 10-15 นาที (จะทำแบบท่านติช นัท ฮันน์ง่ายๆ ก็ได้ เช่น หายใจช้าๆ พร้อมกับคิดว่า "หายใจเข้า-เราเป็นสุข" , "หายใจออก- เรารู้สึกผ่อนคลาย" หรืออะไรทำนองนี้ ฯลฯ

...

  • ทำ... จัดห้องนอนให้เงียบ มืด และเย็นหน่อย (ถ้าเป็นไปได้ควรปิดแสงจากภายนอก และไม่เปิดไฟนอน)
  • ทำ...  หาทางลดเสียงรบกวนจากภายนอก ถ้าลดเสียงรบกวนไม่ได้... อาจเปิดพัดลม หรืออัดเสียงเรียบๆ เรื่อยๆ (white noise) เช่น เสียงคลื่นกระทบฝั่ง ฯลฯ ไว้ ใช้เครื่อง MP3 เล็กๆ เปิดเพื่อกลบเสียงรบกวน

....................................................................................................

 

ถึงตรงนี้... ขอให้พวกเรามีสุขภาพดีไปนานๆ ครับ

...

ที่มา                                                     

  • นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ โรงพยาบาลห้างฉัตร ลำปาง สงวนลิขสิทธิ์. ยินดีให้นำไปเผยแพร่โดยอ้างอิงที่มาได้. ห้ามนำไปใช้เพื่อการค้า >  > 4 พฤษภาคม 2552.
  • ข้อมูลทั้งหมดเป็นไปเพื่อการส่งเสริมสุขภาพ ไม่ใช่วินิจฉัยหรือรักษาโรค ท่านที่มีโรคประจำตัวหรือความเสี่ยงต่อโรคสูงจำเป็นต้องปรึกษาหมอที่ดูแลท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้.