... การไปทำกิจกรรมประเภท "ได้เหงื่อ" ร่วมกันมักจะทำให้มิตรภาพดีขึ้นได้ > Thank [ flickr ] guru, [ deep shot ] .................................................................................................... อาจารย์นิตย์ ทองเพชรศรี และคณะ แห่งศูนย์สุขภาพจิตที่ 12 กรมสุขภาพจิต ทำการศึกษาวิจัยเรื่อง "ปัจจัยด้านครอบครัวที่มีความสัมพันธ์กับการพยายามฆ่าตัวตายของประชาชนจังหวัดหนึ่งในภาคใต้ของประเทศไทย" ในปี 2551 การศึกษานี้เก็บข้อมูลจากครอบครัวที่มีสมาชิกพยายามฆ่าตัวตาย 30 ครอบครัวพบว่า ปัจจัยสำคัญที่พ่อแม่ ผู้ปกครองมีส่วนทำให้เด็กหรือวัยรุ่นเครียดจนพยายามฆ่าตัวตาย 5 ประการได้แก่ ... (1). ด่ากันแรงๆ ... (2). ไม่มีเวลา ... ... (3). สั่งการ ... ... (4). มีแต่ข่าวร้าย ... ... (5). ไม่มีค่า ... ... องค์การอนามัยแนะนำว่า การรักษาโรคซึมเศร้าให้ดีมีส่วนลดการฆ่าตัวตายได้ประมาณ 90% เพราะฉะนั้นไม่ควรมองประเด็นการฆ่าตัวตายว่า เป็น "เรื่องภายนอก" เพียงอย่างเดียว สาเหตุของการฆ่าตัวตายส่วนใหญ่เป็นผลจากสารเคมีในสมองไม่สมดุล ซึ่งยาต้านซึมเศร้ารุ่นใหม่ช่วยได้มาก และถ้ารักษาจนครบจะมีส่วนให้โอกาสคนรุ่นใหม่ได้พบกับ "ชีวิตใหม่" ทีเดียว ... ถึงตรงนี้... ขอให้พวกเรามีสุขภาพดีไปนานๆ ครับ ... ขอแนะนำ ... ที่มา



> 3 พฤษภาคม 2552.
ตัวอย่างเช่น "โง่", "อยู่ไปก็ไร้ค่า ไปตายเสีย" ฯลฯ
ทางที่ดีคือ หาทางชื่นชมการทำดีหรือส่วนดีกันให้ได้วันละครั้ง และค่อยๆ เพิ่มเป็น 3 ครั้งหลังอาหาร
ไม่มีเวลาหรือมีเวลาแต่ไม่สื่อสารพูดจากัน
ประเด็นนี้จะรุนแรงถ้าเด็กหรือวัยรุ่นไม่มีใครในบ้านที่พูดระบายความรู้สึก หรือปรึกษาหารือไม่ได้เลยแม้แต่คนเดียว (เกิดสภาพ "หมาจนตรอก")
ทางที่ดีคือ เปิดตรอก... ให้ลูกหลานมีโอกาสพูดคุยกับใครแบบ "คุยกับเพื่อน" อย่างน้อย 1 คนในบ้าน ถ้าหาคนมารับฟัง-พูดคุยไม่ได้จริงๆ อาจต้องขอความช่วยเหลือญาติสนิทมิตรสหายที่ลูกหลานไว้วางใจ เช่น พาไปเที่ยวบ้านคุณปู่ คุณย่าที่เด็กรักทุกสัปดาห์ ให้เด็กมีโอกาสเลี้ยงสัตว์บ้าง ฯลฯ
พ่อแม่ผู้ปกครอง "คิดเอง-สั่งเอง" หมด ไม่ให้ลูกหลานมีส่วนร่วม ('No voice & choice' = ไม่มีสิทธิ์มีเสียง + ไม่มีส่วนร่วม)
พ่อแม่ผู้ปกครองควรลดคำว่า "ต้อง(คิด-พูด-ทำ)" ให้น้อยลง รับฟังและให้ลูกหลานมีส่วนร่วมในการตัดสินใจมากขึ้น
การเปิดโอกาสอาจจะเริ่มจากการฝึกให้ทุกคนร่วมกันตัดสินใจในเรื่องเล็กๆ ก่อน เช่น จะไปเที่ยวที่ไหนด้วยกันดี อาทิตย์นี้ทุกคนหยุดงาน... จะทำอะไรกินกันดี ฯลฯ แล้วค่อยๆ ให้โอกาสตัดสินใจเรื่องสำคัญๆ เช่น จะเรียนต่ออะไร ฯลฯ
คนรุ่นใหม่ก็คล้ายกับเมล็ดพันธุ์ที่พร้อมจะโตเป็นต้นไม้ต้นใหม่ ไม่ใช่อะไรที่เหมือนเดิมแบบโคลนนิ่งแกะ
ปัญหาเศรษฐกิจ เช่น หนี้สิน การพนัน ติดเหล้า-ยาเสพติด บุหรี่ ฯลฯ ก็มีส่วนทำให้เด็กๆ เครียดได้
ทางที่ดีคือ พ่อแม่ผู้ปกครองควรฝึกอยู่แบบพอเพียง เรียบ ง่าย ประหยัด และจะดีมากถ้าเปิดโอกาสให้คนในครอบครัวมีส่วนร่วมตัดสินใจครั้งสำคัญๆ เช่น จะผ่อนรถใหม่และต้องอยู่แบบประหยัด (เช่น วันหยุดยาวไม่ได้ไปเที่ยวไหน ฯลฯ) หรือจะใช้รถเดิมไปก่อนแล้วได้ไปเที่ยวต่างจังหวัดทุกปี ฯลฯ
พ่อแม่ผู้ปกครองไม่ควรประมาทเด็กหรือวัยรุ่นว่า ไม่รู้จักคิด เนื่องจากเด็กๆ มีความคิดสร้างสรรค์สูง... ถ้าเด็กๆ ไว้วางใจ กล้าแสดงออกอย่างสุภาพและสร้างสรรค์ อาจทำให้ผู้ใหญ่ได้ข้อคิดแบบ "มองต่างมุม" ทำให้การตัดสินใจอะไรๆ รอบคอบมากขึ้นได้
เด็กๆ ยุคนี้ใช้อินเตอร์เน็ตคล่องมากๆ... ถ้าผู้ใหญ่ในบ้านฝากเด็กๆ ไปสืบค้นข้อมูลบ้างอาจจะได้ข้อคิดดีๆ เยอะแยะเลย
บ้านที่ตอกย้ำว่า เด็กคนใดคนหนึ่งไม่มีค่า โดยเฉพาะการเปรียบเทียบพี่กับน้องมากๆ มีส่วนทำให้เด็กๆ สะสมความรู้สึกไร้ค่ามากขึ้นเรื่อยๆ
พ่อแม่ผู้ปกครองควรเปิดโอกาสให้เด็กๆ มีส่วนร่วมทำงานบ้าน เช่น กวาดบ้าน ถูพื้น ล้างจาน ซักผ้า รีดผ้า อาบน้ำน้องหมา นวดให้พ่อแม่ ฯลฯ หรือรับผิดชอบงานจากง่ายไปยาก เพื่อให้เด็กๆ รู้สึกว่า เป็นคนมีค่า
พ่อแม่ผู้ปกครองควรเปิดโอกาสได้มีโอกาสเป็นฝ่ายชนะ (ผู้ใหญ่แกล้งแพ้) บ้างเป็นบางครั้ง เช่น ถ้าเล่นกีฬาด้วยกันอาจแกล้งแพ้ (ควรทำให้แนบเนียน) ฯลฯ เพื่อให้เด็กๆ ได้ลิ้มรส และเรียนรู้จากความสำเร็จ-ความล้มเหลวให้ได้
อย่าลืมว่า วิธีที่จะทำให้เด็กๆ รู้สึกว่า "มีค่า" คือ การกอดหรือสัมผัสร่างกายกันตามโอกาสอันควร
นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ โรงพยาบาลห้างฉัตร ลำปาง สงวนลิขสิทธิ์. ยินดีให้นำไปเผยแพร่โดยอ้างอิงที่มาได้. ห้ามนำไปใช้เพื่อการค้า >
ข้อมูลทั้งหมดเป็นไปเพื่อการส่งเสริมสุขภาพ ไม่ใช่วินิจฉัยหรือรักษาโรค ท่านที่มีโรคประจำตัวหรือความเสี่ยงต่อโรคสูงจำเป็นต้องปรึกษาหมอที่ดูแลท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้.