" คำพูดสามารถผูกมิตรได้ และคำพูดก็สามารถทำลายมิตรได้เช่นกัน "

     สวัสดีค่ะ เพื่อนๆชาวบล็อกทุกคน ข้าพเจ้าไม่ได้เข้ามาเขียนบล็อกเสียหลายวัน เพราะช่วงนี้ยุ่งๆอยู่  วันนี้พอมีเวลาบ้างก็ได้เข้ามาเขียนบันทึกอีกครั้ง   "  มิตรแท้ แม้มีหนึ่งถึงจะน้อย  ดีกว่าร้อยคอยคิดริษยาเหมือนเกลือที่นิดหน่อยด้อยราคา  ยังดีกว่าน้ำเค็มเต็มทะเล "  ข้าพเจ้าเคยได้ยินบทกลอนนี้มาตั้งแต่เด็กๆ  ซึ่งตอนเป็นเด็กข้าพเจ้าก็เคยสงสัยว่าทำไมการมีมิตรแท้ แค่หนึ่งคนจะดีกว่าการมีมิตรเยอะแยะได้อย่างไร

แต่เมื่อเติบโตขึ้นข้าพเจ้าจึงเข้าใจคำว่า " มิตรแท้" อย่างแท้จริง มิตรแท้ คือคนที่หวังดี  จริงใจ และไม่เคยทำให้เราทุกข์ใจ  มีความรู้สึกดีๆให้เราอย่างแท้จริง  ทั้งต่อหน้าและลับหลัง   ข้าพเจ้าคิดว่าข้าพเจ้าโชคดีที่ได้เจอมิตรแท้ในชีวิตหลายคนหลายคน  และข้าพเจ้าคิดว่าความรู้สึกของคนเรามันสัมผัสได้ ด้วยหัวใจ สายตา และความรู้สึก ต่อให้คนที่ไม่เป็นมิตรกับเรา พยายามแสดงออกว่า เขารู้สึกดีกับเรา ข้าพเจ้าก็คิดว่าสัมผัสที่ได้มันทำให้เราสามารถแยกแยะได้ว่าใครมีจุดประสงค์อะไร แต่การที่เราคิดดี  ทำดี  พูดดี  กับคนที่ไม่เป็นมิตรกับเรา ข้าพเจ้าก็คิดว่ามันเป็นเรื่องดี อย่างน้อยถึงเขาจะไม่เป็นมิตรกับเราแต่ก็คงไม่ถึงกับเป็นศัตรู  วันนี้ที่ข้าพเจ้าพูดเรื่องมิตรแท้ ขึ้นมา ก็เพราะว่า ข้าพเจ้ารู้สึกว่า ยิ่งสังคมเจริญก้าวหน้าไปมากเท่าไร  ความจริงใจ ในสังคมก็ยิ่งน้อยลงทุกที  การเอารัดเอาเปรียบ แก่งแย่งชิงดี ความเห็นแก่ตัวก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้น  ทั้งๆที่จริงแล้ว  สังคมไทยของเราส่วนใหญ่เป็นเมืองพุทธ  หลายคนนับถือศาสนา แต่กลับไม่นำคำสอนของศาสดามาใช้ให้เกิดประโยชน์  สังคมจึงวุ่นวายอย่างทุกวันนี้  " มิตร " เราสามารถใช้คำนี้ได้กับทุกคน " คำพูดสามารถผูกมิตรได้ และคำพูดก็สามารถทำลายมิตรได้เช่นกัน "