ธรรมสำหรับฆราวาสผู้ครองเรือน แบ่งเป็น 4 ข้อ
1. สัจจะ แปลว่า มีความจริงใจต่อกัน เปิดเผยต่อกัน อย่ามีลับลมคมใน อันจะก่อให้เกิดความระหองระแหงใจกัน อดีตที่ผ่านมาทุกคน อาจมีเบื้องหลับกันทั้งนั้นการขดคุ้ยเรื่องอดีตมาสนทนากันไม่ใช่สิ่งที่ดีเลย เข้าภาษิตที่ว่า
“เมื่อขุดคุ้ยเรื่องความหลัง ท่านจะพบรังความเศร้า” อดีตไม่สำคัญ ปัจจุบันฉันรักเธอสัจจุความจริงใจต่อกันนี้ ต้องตลอดไปทั้งยามสุขและยามทุกข์ ไม่ว่าจะจนหรือรวย ยินดีที่จะเผชิญร่วมกันอย่างเต็มใจ ไม่ใช่พอดังแล้วแยกวงเหมือนตัวอย่างนิทานดังต่อไปนี้
“ ผัวเมียคู่หนึ่งอยู่กันจนแก่เฒ่าไม่มีลูกด้วยกัน ฐานะก็ยังเหมือนเดิมไม่มีอะไรดีขึ้น ผัวมีอาชีพทำนา เช้าก็ไปไถนาสายหน่อยเมียก็เอาข้าวไปส่ง วันหนึ่งผัวไถนาบังเอิญผาลไถไปกระทบกับวัตถุชนิดหนึ่ง คลำขึ้นมาดูเป็นทองคำแท่ง ดีใจมากรีบวิ่งกลับบ้านไปบอกยายเฒ่า เมียเห็นทองก็ดีใจใหญ่เลย แนะนำให้นำไปซ่อนไว้ก่อนสักพักหนึ่งค่อยเอาไปขาย อยู่ต่อมาความสัตย์ซื่อก็ถอยห่างเพราะเห็นทองแล้วเกิดความโลภทั้งคู่ ผัวคิดวางแฟนอยากรวยคนเดียว ผ่ายเมียก็หวาดระแงว่าผัวะนำไปขายเองแล้วทอดทิ้งตัว เลยคิดวางแผนฆ่าชิงทองเกิดขึ้นมาในใจ วันหนึ่งผัวก็ไปไถนาตามปกติ เมียก็นำข้าวไปส่ง พอเมียเผลอผัวก็คว้าขวานมาทุบหัวเมียจนตายแล้วนำไปผัง พอเรียบร้อยก็คิดว่า “กินข้าวเรียบร้อยก่อน แล้วกูจะไปขายทอง ทีนี้ทุกอย่างที่คิดไว้ก็จะสมปรารถนา” ว่าแล้วก็เปิดดูปิ่นโตจะกินข้าว พอกินไปได้ 2-3 คำ เกิดน้ำลายฟูมปาก ตาลายปากบิดปากเบี้ยว ล้มลงฟาดกับพื้น ชักแด็กแด็กอยู่ตรงนั้น ปรากฏว่าอาหารในปิ่นโตนั้นเมียคนดีใส่ยาพิษเรียบร้อย “เลยตายทั้งคู่ไอ้หวัง” นี้เพราะขาดสัจจุต่อกันเลยเกิดปัญหา
2.ทมะ ความข่มใจ อดใจ รู้จักยับยั้งชั่งใจ ไม่เป็นคนอารมณ์ร้อนจนลืมเหตุผล ไม่เป็นคนหัวเบาเชื่อมือที่สาม ผัวเมียก็ต้องปรึกษากัน ด้วยเหตุผล อย่างคิดว่าตัวเองถูกต้องเสมอไป 2+2 เป็น 4 ก็จริง แต่บางที 5-1 เป็น4 ก็มี หรือ 3+1 เป็น 4 ก็ได้ ผัวอาจถูก เมียอาจ ถูกอย่าเอาอารมณ์เข้าใส่กัน การทะเลาะกันอาจนำไปสู่การหย่าร้างในที่สุด เมื่อตอนเราแต่งงานใหม่ๆ เราพูดกันอย่างไร เราจีบกันอย่างไร จดหมายฉบับแรกเราพรรณนาว่าอย่างไร ควรคิดไตรตรองข่มจิตใจต่อกัน บ้านก็จะเป็นสวรรค์วิมาน ผัวก็จะเป็นเทพบุตร เมียก็จะเป็นเทพธิดา ลูกเต้าก็จะอยู่อย่างอบอุ่นใจ
3.ขันติ ความอดทน อดทนต่อความลำบาก ความตรากตรำ ความเจ็บใจ เรียกว่า ทนได้รอคอยได้ในทุกสถานการณ์ เมื่อก่อนเราอยู่เพื่อตัวเราเอง ไม่ต้องอดทนอะไรมาก พอเราแต่งงานก็อยู่เพื่อกันและกัน ตอนนี้เราเริ่มอดทนแล้วเพราะเราไม่ได้อยู่คนเดียวตามลำพัง จะไปไหนมาไหนก็ต้องคิดถึงอีกคนหนึ่งที่อยู่ข้างหลังที่ยังเป็นห่วงเราอยู่ ยิ่งพอเรามีลูก เราก็เปลี่ยนจากอยู่กันและกันมาเป็นอยู่เพื่อลูก นี้ก็ต้องอดทนมากขึ้นหวานอมขมกลืน ทำดีเพื่อลูกทำถูกเพื่อหลานแสดงแบบให้ลูกได้ยืดเป็นตัวอย่าง หากความอดทนมีไม่พอ ลูกก็จะมีปมด้วย จึงฝากให้คิดว่า “ความอดทน คือความทรมาน แต่ผลรับของมันก็หวานชื่นเสมอ”
4.จาคะ ความเสียสละ เรียกว่าตัดจิตตัดใจได้ทั้งภายในและภายนอกก็เสียสละเพื่อญาติมิตรทั่งฝ่ายตัวและญาติฝ่ายเมีย ภายในก็เสียสละอารมณ์ชั่ววูบ เสียสละส่วนเกินที่จะทำให้เราเป็นหนี้สิน พวกยาเสพติดต่าง ๆ ก็ต้องเสียสละ ออกไปเหมือนภาษิตที่ว่า “รักยาวให้ปั่น รักสั้นให้ต่อ” รู้จักวางแผนจัดงบประมาณชีวิตให้สมดุล ผัวเมียอยู่ด้วยกันอย่างนี้ ครอบครัวก็มีความสุข ลูกหลานก็ติดบ้าน คือ มีความอบอุ่นใจ
อวยพรวันแต่งงาน
ขอเธอทั้งสอง อยู่ครองสมาน
ดุจดังสายธาร สะอาดสดใน
สายน้ำมิแยก แตกกันฉันใด
ขอสองดวงใจ ดุจสายธารเทอญ.

เมียดีสี่ประเภท
อ้นเมียดีสี่อย่างช่างดีแท้
ดีเหมือนแม่รักลูกเต้าเจ้าจอมขวัญ
ดีเหมือนเพื่อนยอมตายถวายชีวัน
ดีเหมือนน้องคอยป้องกันให้พี่ชาย
สารพัดเอาใจไม่ขาดสาย
สี่อย่างนี้คือข้อใหญ่ผูกใจชาย
ลองไปใช้จะได้ผลทุกคนเอย.

สามีดีมีห้าประเภท ท่านว่าไว้
หนึ่งใจยกย่องประคองขวัญ
สองไม่ดูถูกภรรยาให้จาบัลย์
สามผูกพันไม่นอกใจจนวายวาง
สี่มองความเป็นใหญ่ให้เสร็จสรรพ
ห้าให้เครื่องประดับสำหรับร่าง
สมบัติห้ามีครบจนไม่จาง
เป็นยี่ยงอย่างยอดสามีดีนักแล
โมทนาบุญด้วยครับ