วันนี้วันจันทร์ที่ 27 เมษายน 2552
วันที่สองของการลงอนามัยชุมชน หลังจากมีประสบการณ์การตกรถมาแล้วครั้งนี้ข้าพเลยตื่นแต่เช้ากว่าทุกๆวัน เพื่อต้องการเห็นเหตุการณ์ในตอนเช้ามันเป็นอย่างไร พบว่าคนขับไม่รอจริงๆ เพื่อนที่ออกอนามัยชุมชนมีทั้งหมด 36 คน แต่มีเพียง10กว่าคนที่ทันรถนั่นเป็นที่น่าสังเกต ว่าคนขับรถไม่รอเลยนั่นเองออกก่อนเวลาด้วยซ้ำไป เพื่อนๆที่เหลือก็ต้องนั่งแท๊กซี่มาเหมือนข้าพเจ้าอย่างวันก่อน
วันนี้ได้ลงพื้นที่จริง โดยข้าพเจ้าได้ลงคู่กันกับเพื่อนและลงเยี่ยมสองบ้านหลัง และแรกไม่พบปัญหาอะไรเลยแม้แต่หนี้สินก้ไม่มี มาบ้านหลังที่สองมีคนเจ็บป่วยถึงสองคนเลยเป็นโรคหอบและกระเพาะ ก็ได้สอบถามถึงปัญหาพูดคุยให้ได้รายละเอียดอย่างจริงแท้ๆจริงให้ได้มากที่สุด
สภาพหมู่บ้านโดยรวมน่าอยู่มากเป็นบ้านสวนชาวบ้านให้การตอนรับเป็นอย่างดี ทำให้วันนี้ผ่านไปได้ด้วยดี
และได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการดูแลตนเองเวลาอาการกำเริบจากโรคหอบ
แผนการรักษา
การรักษาหอบหืดในปัจจุบันได้เปลี่ยนจากเดิมดังนี้
-
เมื่อสมัยก่อนการรักษาหอบหืดเป็นเพียงให้ยาขยายหลอดลม[bronchodilator]เท่านั้นแต่ปัจจุบันได้มีความเข้าใจกลไกการเกิดโรคหอบหืดดีขึ้นว่าโรคหอบหืด เป็นโรคที่เกิดจากการอักเสบของหลอดลม ทำให้เยื่อบุหลอดลมหนาตัว และมีเสมหะอุดหลอดลมปัจจุบันการรักษาโรคหอบหืด จะอาศัยยาที่ลดการอักเสบเป็นหลักโดยอาศัยยาขยายหลอดลมเป็นตัวเสริม ยาลดการอักเสบจะป้องกันไม่ให้หลอดลมบีบตัวลดการอักเสบของหลอดลมจึงป้องกันหอบหืดได้
-
นอกจากจะเปลี่ยนจากการใช้ยาขยายหลอดลมเป็นยาลดการอักเสบแล้วยังมีเครื่องมือ Peak flow meterเพื่อเป็นการวัดเพื่อเตือนว่าแผนการรักษายังไม่เป็นไปตามเป้าหมาย และเตือนว่าโรคกำลังกำเริบต้องรีบให้การรักษา
-
ผู้ป่วยควรปรึกษากับแพทย์ถึงแผนการรักษา โดยการวางแผนการรักษาแพทย์ต้องอาศัยความร่วมมือจากผู้ป่วยเป็นอันมาก แพทย์อยากทรายว่าระหว่างที่อยู่บ้านอาการหอบหืดเป็นอย่างไรบ้างโดยผู้ป่วยควรมีสมุดประจำตัว และคอยบันทึกความรุนแรงของโรค เพื่อไปพบแพทย์ให้นำสมุดไปพบแพทย์ด้วย
-
ต้องทราบจุดประสงค์ของการรักษา
-
ไม่มีอาการหอบหืด เช่น ไอ หายใจเสียงดังหวีด แน่นหน้าอก
-
ไม่ต้องตื่นกลางคืนเพราะอาการหอบหืด
-
ไม่ต้องเข้าห้องฉุกเฉิน หรือนอนโรงพยาบาลเพราะโรคหอบหืด
-
สามารถคุมอาการให้สงบลงได้และหอบหืดเรื้อรังน้อยที่สุด
-
ป้องกันไม่ให้เกิดอาการกำเริบของโรค
-
ยกระดับสมรรถภาพการทำงานของปอดให้ดีทัดเทียมกับคนปกติ
-
สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้เหมือนคนปกติไม่ต้องหยุดเรียนหรือหยุดงาน
-
หลีกเลี่ยงผลแทรกซ้อนจากยารักษาโรคหืด
-
ลดอุบัติการณ์การเสียชีวิตจากโรคหอบหืด
-
ใช้ยา beta2-agonistเพื่อระงับอาการหอบให้น้อยที่สุด
-
ไม่มีภาวะฉุกเฉินของอาการหอบหืด
-
สามารถออกกำลังกายได้เหมือนคนปกติ
-
เมื่อสมัยก่อนการรักษาหอบหืดเป็นเพียงให้ยาขยายหลอดลม[bronchodilator]เท่านั้นแต่ปัจจุบันได้มีความเข้าใจกลไกการเกิดโรคหอบหืดดีขึ้นว่าโรคหอบหืด เป็นโรคที่เกิดจากการอักเสบของหลอดลม ทำให้เยื่อบุหลอดลมหนาตัว และมีเสมหะอุดหลอดลมปัจจุบันการรักษาโรคหอบหืด จะอาศัยยาที่ลดการอักเสบเป็นหลักโดยอาศัยยาขยายหลอดลมเป็นตัวเสริม ยาลดการอักเสบจะป้องกันไม่ให้หลอดลมบีบตัวลดการอักเสบของหลอดลมจึงป้องกันหอบหืดได้
-
นอกจากจะเปลี่ยนจากการใช้ยาขยายหลอดลมเป็นยาลดการอักเสบแล้วยังมีเครื่องมือ Peak flow meterเพื่อเป็นการวัดเพื่อเตือนว่าแผนการรักษายังไม่เป็นไปตามเป้าหมาย และเตือนว่าโรคกำลังกำเริบต้องรีบให้การรักษา
-
ผู้ป่วยควรปรึกษากับแพทย์ถึงแผนการรักษา โดยการวางแผนการรักษาแพทย์ต้องอาศัยความร่วมมือจากผู้ป่วยเป็นอันมาก แพทย์อยากทรายว่าระหว่างที่อยู่บ้านอาการหอบหืดเป็นอย่างไรบ้างโดยผู้ป่วยควรมีสมุดประจำตัว และคอยบันทึกความรุนแรงของโรค เพื่อไปพบแพทย์ให้นำสมุดไปพบแพทย์ด้วย
-
ต้องทราบจุดประสงค์ของการรักษา
-
ไม่มีอาการหอบหืด เช่น ไอ หายใจเสียงดังหวีด แน่นหน้าอก
-
ไม่ต้องตื่นกลางคืนเพราะอาการหอบหืด
-
ไม่ต้องเข้าห้องฉุกเฉิน หรือนอนโรงพยาบาลเพราะโรคหอบหืด
-
สามารถคุมอาการให้สงบลงได้และหอบหืดเรื้อรังน้อยที่สุด
-
ป้องกันไม่ให้เกิดอาการกำเริบของโรค
-
ยกระดับสมรรถภาพการทำงานของปอดให้ดีทัดเทียมกับคนปกติ
-
สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้เหมือนคนปกติไม่ต้องหยุดเรียนหรือหยุดงาน
-
หลีกเลี่ยงผลแทรกซ้อนจากยารักษาโรคหืด
-
ลดอุบัติการณ์การเสียชีวิตจากโรคหอบหืด
-
ใช้ยา beta2-agonistเพื่อระงับอาการหอบให้น้อยที่สุด
-
ไม่มีภาวะฉุกเฉินของอาการหอบหืด
-
สามารถออกกำลังกายได้เหมือนคนปกติ
ข้อควรปฏิบัติของผู้ป่วยโรคหอบหืด
๑. อย่ากิน สูดดมหายใจ หรือสัมผัสสิ่งที่รู้หรือสงสัยว่าทำให้แพ้ พยายามหลีกเลี่ยงตลอดเวลา
๒. พักผ่อนนอนหลับให้เพียงพอ อย่าตรากตรำงานหรือออกกำลังกายเกินควร
๓. อย่าปล่อยอารมณ์ให้หงุดหงิด ฉุนเฉียว กังวลหรือเสียใจจนเกินไป ควรวางตัวเป็นกลาง
๔. ห้ามกินยาจำพวกฮอร์โมน เช่น สตีรอยด์ หรือเพร็ดนิโซโลน เพราะอาจเกิดโรคแทรกที่ร้ายแรงภายหลัง
๕. ห้ามใช้ยาสูดพ่นขยายหลอดลมเกินจำนวนครั้งที่แพทย์กำหนด ถ้าสูดหลายๆ ครั้งไม่ได้ผล ควรให้แพทย์ตรวจรักษา
๖. อย่าหลงเชื่อผู้แอบอ้างว่ามียารักษาโรคหืดให้หายขาดได้ โดยที่ไม่ได้ตรวจสอบว่าแพ้อะไร เพราะยาบางประเภทอาจทำให้อาการหอบหืดหายได้ชั่วคราว แต่มีโทษภายหลังได้
๗. อย่าปล่อยให้เป็นไข้หวัดหรือหลอดลมอักเสบโดยไม่รักษา จะทำให้หอบหืดรุนแรงขึ้น
๘. งดสูบบุหรี่
๙. อย่าปล่อยให้ท้องผูกเป็นประจำ ควรกินผักและผลไม้เพิ่มมากขึ้น
๑๐. ไม่ควรอยู่ในที่แออัด อับชื้น มีกลิ่นควันเป็นเวลานานเกินควร
เป็นการแนะนำเบื้องต้นในการปฏิบัติตัว