นายทุนใหญ่จับจอง...จ้องซื้อขาย มือเปลี่ยนมือผิดเป็นถูก...ผูกเงื่อนตาย
| |
คิดถึงทุ่งรวงทอง...ที่ต้องจาก คนละฟากฟ้าไกล...เมืองใหญ่นั่น เพราะหน้าที่มีมาก...จึงจากกัน แต่ก็ฝันเห็นเมฆขาว...รวงข้าวเบา
หอมไอดินกลิ่นฟาง...กลางท้องทุ่ง หอมกลิ่นฟุ้งไอแดด...ยามแผดเผา วัวเล็มหญ้าชายคลอง....เหลือบมองเรา หย่อนเบ็ดเอาเหยื่อล่อ...พอเพลิดเพลิน
แต่ที่นี่วันนี้...ไม่มีแล้ว โรงแรมผุดเป็นแถว...แนวเขาเขิน แผ่นดินนี้มีราคา...มากค่าเกิน ตามเนาเนินมีผู้บุก...รุกทำลาย
ป่าชายเลนก็ไม่เหลือ...เชื่อหรือไม่ นายทุนใหญ่จับจอง...จ้องซื้อขาย มือเปลี่ยนมือผิดเป็นถูก...ผูกเงื่อนตาย กำไม่คลายขายแผ่นดิน...จวนสิ้นแล้ว
|
ได้ยินข่าวเหมือนกันคะว่านายทุนมาซื้อที่นามากขึ้น
ต่อไป จะปลูกข้าวที่ไหน
สวัสดีค่ะคุณประกาย
ต่อไปคนไทยก็ต้องสั่งข้าวจากเวียตนามมารับประทาน คงไม่นานเกินรอ...หากภาครัฐไม่ลงไปช่วยคนซึ่งเป็นอาชีพหลักของประเทศ...
สวัสดีค่ะ จินตนา
*** เศร้าจัง...มีข้อมูลเรื่องนี้มากขึ้นทุกวัน
สวัสดีค่ะคุณกิติยา
ค่ะเรื่องนี้มีมากขึ้นทุกวัน...แต่เราเล็กเกินไปที่จะไปทำอะไรได้...แค่นั่งดูให้ผ่านพ้นไปวัน ๆ
แวะมาเยี่ยม
ฟังบทกลอน ทำนอง อันไพเราะ
ฟังบทกลอนแล้วใจควำ บ้านเราเมืองเราจะไม่เหลือธรรมชาติให้คงเหลือให้ทายาท ได้ชมเชย เชยชมอีกต่อไป
สวัสดีคนตานี
ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมเยียน
คิดถึงบ้าน เมื่อได้เจอคนตานีเหมือนกัน
เจริญพรคุรโยมจินตนา
อาตมาจำพรรษาที่ภูเก็ตหลายปี คือเมื่อประมาณปี พ.ศ.๒๕๓๐ ตอนนั้นมีการเปลี่ยนแปลงไม่มาก เศรษฐีนี่ก็แปลกจังมีทุน(เงิน)แล้วยังไม่พอก็อยากได้ที่มาก ๆ อีก ที่ดินก็มีจำกัดแม้แต่ที่ดินป่าช้าวัดก็ยังโดนรุก คนโบราณเขามีที่ดินมากแต่เขาก็ถวายที่ดินสร้างวัดเต็มประเทศไทย แต่คนยุคเรามีแล้วไม่พอแถมบุกรุกวัดบ้างป่าช้าวัดบ้างป่าสงวนบ้าง ขออภัยที่อาจจะพูดแรงไปนิดนึงว่า เมื่อคนที่มีดินมากถึงเวลาต้องจากลูกหลานไปแล้ว ที่ดินแม้เพียงที่ฝังร่างของตัวเองที่สะสมไว้ก็ยังไม่มี เพราะลูกหลานเอาไปไว้ที่วัดบ้าง ฝังตามภูเขาบ้างกว้างไม่กี่เมตรเอง
ดูภาพผ่านทางทีวีถนนบายพาสเส้นวัดสามัคคีสามกองมีบ้านอยู่บนภูเขาข้าง ๆ วัดสวยดีบ้านอยู่ด้านบน ส่วนวัดอยู่ด้านล่างผังเมืองแบบนี้ดูแปลก ๆ ชอบกล
เราเป็นคนมีฐานะ(คือฐานะยาก ๆ จน ๆ ข้นแค้นพอกินบ้างไม่พอกินบ้าง)แต่เราก็เป็นเศรษฐีได้นะ ขอให้ภูมิใจในการเป็นเศรษฐีทำ(ทำมาหากินสุจริต)เศรษฐีธรรม(เป็นคนมีธรรมรักษาธรรมตั้งอยู่ในธรรมไม่เบียดเบียนใคร)ส่วนเศรษฐีทุน(เงิน)ให้คนรวยเขาเป็นก็แล้วกันเนาะ
จากมาสิบกว่าปีก็ยังคิดถึงภูเก็ตถิ่นคนมีน้ำใจงามรักความสงบเหมือนเดิม
ขอเจริญพร
phramaha lae
กราบนมัสการท่าน phramaha lae
อย่างนี้ใช่ไหมค่ะที่เรียกว่า "โลภ" คนยิ่งรวยมาก ยิ่งสะสมมาก ยิ่งโลภมาก ตายไปเอาอะไรไปไม่ได้สักอย่าง
ภูเก็ตเปลี่ยนไปมาก เขาเขินเนินไพร เป็นโรงแรมห้าดาวเกือบหมดแล้ว มีที่ปฏิบัติธรรมอยู่บ้าง นอกจากวัดเก็จโฮ่ วัดท่าเรือ วัดสามกองที่พระคุณเจ้าเอ่ยถึงแล้ว ก็มีเช่น ศูนย์พัฒนาจิตเฉลิมพระเกียรติปฏินิสสัคโค ตำบลกะรน อำเภอเมือง เป็นของเอกชน ผู้เขียนได้นำนักเรียนไปเข้าค่ายพุทธบุตรที่นั่น และมีหลักสูตรฝึกปฏิบัติธรรมรุ่นต่อรุ่นตลอดทั้งปี
ถ้าเศรษฐีที่มีที่ดินเยอะหันมาสร้างศูนย์ปฏิบัติกัน ๔ มุมเมือง แล้วมีการบริหารจัดการแบบโรงแรม คิดเฉพาะต้นทุน กำไรคือบุญที่ได้รับ...น่าจะดีนะเจ้าคะ
มาชม
อ่านแล้วคิดถึงบ้านจังเลยนะนี่...
สวัสดีค่ะอาจารย์ umi
ไม่ว่าเราไปอยู่ไหนบนแผนผินดินนี้ เราก็คิดถึงถิ่นฐานบ้านเกิดเราอยู่ดี เพราะนั่นคือรากของชีวิต ที่ก่อกำเนิดมาเพื่อจะก้าวไปบนหนทางที่เลือกได้หรือเลือกแล้ว
เมื่อ พ. 03 มิ.ย. 2552 @ 09:45
1326900 [ลบ] [แจ้งลบ]
มาชม
อ่านแล้วคิดถึงบ้านจังเลยนะนี่...