วิชาโบราณคดีคือ ศาสตร์แห่งการใช้วิธีทางวิทยาศาสตร์และทางศิลปะอย่างเป็นระบบมาศึกษาค้นคว้าเพื่อให้เกิดความเข้าใจแจ่มแจ้ง โดยการวิธีการขุดค้นทางโบราณคดี เพื่อ คืนภาพของวิถีชีวิต จัดลำดับพัฒนาการ และอธิบายถึงการเปลี่ยนแปลงทางสังคม วัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับมนุษย์ในอดีต โบราณคดีมีฐานะเป็นสหวิทยาการ
การใช้หลักฐานของโบราณคดี สามารถแบ่งออกเป็น 3 ประเภทคือ
-
โบราณวัตถุ (Artefacts) คือสิ่งที่มนุษย์ดัดแปลงจากธรรมชาติ เคลื่อนย้ายแล้วไม่เปลี่ยนรูปร่าง เช่นลูกปัด ภาชนะดินเผา เครื่องมือหินกะเทาะ ฯลฯ
-
นิเวศวัตถุ (Ecofacts) คือสิ่งที่มนุษย์ไม่ได้ประดิษฐ์ แต่ได้มาหรือนำมาจากธรรมชาติ ไม่ได้นำมาเปลี่ยนรูป เช่นเมล็ดพืช กระดูกสัตว์ เปลือกหอย ฯลฯ สามารถบ่งบอกสภาพแวดล้อมของมนุษย์ในสมัยอดีต
-
ร่องรอยกิจกรรมหรือร่องรอยที่มนุษย์ทำขึ้น (Features) คือ สิ่งที่มนุษย์ประดิษฐ์ขึ้นมา เมื่อเคลื่อนย้ายแล้วเสียลักษณะเดิม เช่น กองไฟ หลุมเสาบ้าน หลุมซากอาหาร ฯลฯ
วิชาประวัติศาสตร์ดร.นิธิ เอี่ยวศรีวงศ์ อธิบายว่า คือการศึกษาความเป็นมาของมนุษย์ชาติ หรือสังคมมนุษย์สังคมใดสังคมหนึ่งตั่งแต่อดีต ปัจจุบัน อนาคต โดยอาศัยวิธีการทางประวัติศาสตร์ (Historical Method) หรือการศึกษาเพื่ออธิบายอดีต หรือเพื่อเข้าใจอดีตของสังคมมนุษย์ในมิติเวลา
ข้อแตกต่างของวิชาโบราณคดีและวิชาประวัติศาสตร์ คือการใช้หลักฐานในการค้นคว้าที่ต่างกัน
การใช้หลักฐานทางประวัติศาสตร์สามารถแบ่ง 2 ประเภทดังต่อไปคือ
1. หลักฐานที่ไม่เป็นลายลักษณ์อักษร หลักฐานประเภทนี้ สามารถบอกถึงการดำเนินชีวิต การเข้ามาตั่งถิ่นฐานอยู่ก่อนอยู่หลัง ลักษณะการกิน-อยู่ โรคภัยไข้เจ็บและสาเหตุการเสียชีวิต ความเจริญก้าวหน้าทางวิทยาการ เศรษฐกิจ ความเชื่อ ประเพณี การแต่งกาย การแลกเปลี่ยนระหว่างชุมชน การแบ่งชนชั้น ของสังคมมนุษย์ในอดีตตั่งแต่เกิดจนตาย เช่น
- สภาพแวดล้อมทางภูมิศาสตร์และที่ตั้งถิ่นฐาน เช่นที่ราบ ภูเขา แม่น้ำ เพิงผาที่ถูกดัดแปลงเป็นที่อยู่อาศัย เนินดินที่ใช้ในการฝังศพ ฯลฯ
- ซากของสิ่งมีชีวิต เช่น โครงกระดูกคนและสัตว์ เมล็ดพืช ฯลฯ
- โบรานสถานและอนุสรณ์สถาน บ้านเรือน เตาเผาเครื่องปั้นดินเผาโบราณ รวมถึงงานสถาปัตยกรรม ที่สร้างในศาสนา เช่น สถูป เจดีย์ ฯลฯ
- โบราณวัตถุ เครื่องประดับเช่น กำไรสำริด ลูกปัดที่ทำจากกระดูกสัตว์ หิน แก้ว, เครื่องมือเครื่องใช้เช่น เครื่องมือหิน เครื่องมือที่ทำจากกระดูกสัตว์ อาวุธที่ทำจากเหล็ก ภาชนะดินเผา ภาชนะสำริด, ประกอบพิธีกรรม เช่น เครื่องดนตรี หอยสังข์ เครื่องประดับคานหามสำริด
- งานศิลปกรรม งานปฏิมากรรมที่สร้างขึ้นเนื่องในศาสนา เช่น พระพุทธรูป เทวรูป ธรรมจักร ตู้พระธรรม, งานจิตกรรมเช่น ภาพวาดเขียนสีตามเพิงผาหรือผนังถ้ำ ลวดลายบนเครื่องปั้นดินเผา งานจิตกรรมฝาผนังตามผนังโบสถ์ วิหาร และบนสิ่งของเครื่องใช้ต่าง ๆ
- หลักฐานประเภทสื่อโทรทัศน์ พบเฉพาะในสมัยประวัติศาสตร์ เมื่อสังคมมนุษย์มีความเจริญก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยี มากแล้ว เช่น ภาพถ่าย แผนที่ ภาพยนตร์ ระบบสื่อสารอินเตอร์เน็ต ฯลฯ
- หลักฐานประเภทบุคคล ได้แก่บุคคลที่มีส่วนร่วมอยู่ในเหตุการณ์หรือเห็นเหตุการณ์ด้วยตนเอง ข้อมูลหลักฐานประเภทนี้ได้มาจากคำสัมภาษณ์ หรือคำบอกเล่า
2. หลักฐานที่เป็นลายลักษณ์อักษร แบ่งออกเป็น 2 ชนิด
2.1 หลักฐานชั้นต้น คือ เอกสารที่เขียนขึ้นร่วมสมัยกับเหตุการณ์นั้น ๆ เช่น จารึก จดหมายเหตุ หนังสือพิมพ์
2.2 หลักฐานชั้นรอง คือ เอกสารที่ไม่ได้เขียนขึ้นร่วมสมัยกับเหตุการณ์นั้น ๆ ผู้บันทึกไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ ซึ่งเป็นหลักฐานที่นักประวัติศาสตร์ให้ค่าน้ำหนักความน่าเชื่อถือน้อยกว่าหลักฐานชั้นต้น เนื่องจากเป็นสิ่งที่ทำขึ้นมาภายหลัง เช่น ตำนาน พงศาวดาร วรรณกรรมต่างๆ ฯลฯ
วิชาโบราณคดีและวิชาประวัติศาสตร์ต่างกันตรงที่ (กล่าวโดยย่อ)
1. การใช้หลักฐาน วิชาประวัติศาสตร์จะให้ความสำคัญต่อหลักฐานที่เป็นลายลักษณ์อักษร โดยเฉาะเอกสารชั้นต้นในการศึกษา แต่วิชาโบราณคดีจะใช้หลักฐานที่ได้จากการขุดค้นทางโบราณคดีที่เป็นวัตถุ รวมถึงหลักฐานที่เป็นลายลักษณ์อักษรและไม่ได้เป็นลายลักษณ์อักษร
2. ขอบเขตของการศึกษา วิชาประวัติศาสตร์ศึกษาเรื่องราวของมนุษย์ตั้งแต่เริ่มมีการจดบันทึก ที่เรียกว่าสมัยประวัติศาสตร์ วิชาโบราณคดี ศึกษาเรื่องราวก่อนประวัติศาสตร์ ตั้งแต่มนุษย์เริ่มสร้างอารยธรรม
3. กลุ่มคนที่ทำการศึกษา วิชาประวัติศาสตร์จะศึกษาเรื่องราวของชนชั้นปกครองและชนสูง เพราะเอกสารที่พบมักเป็นเรื่องราวของชนชั้นเหล่านี้เป็นส่วนใหญ่ จะไม่มีเรื่องราวของชาวบ้านมากนัก แต่วิชาโบราณดคีสามารถศึกษาเรื่องราวของผู้คนได้ทุกระดับชั้น ตั้งแต่การเกิด ดำรงชีวิต อาชีพ และคติความเชื่อของการตาย
ตามมาอ่านค่ะ
ดีคะ
อ่านเเล้วรุ้เรื่อง
ค่ะ
ปรับปรุงใหม่ 11-8-53
อ