“คุณภาพชีวิตคนทำงาน” ในมุมมองของแต่ละคนมีความหมายใกล้เคียง สรุปได้ว่าคุณภาพชีวิตคนทำงาน คือ การทำที่ทำงานให้เป็นบ้านหลังที่สอง ทำยังไงให้ชีวิตมีความสุข ความสมดุล และมีเรื่องหลักธรรมคุณธรรมต่างๆ เรื่องวินัยที่เป็นเรื่องสำคัญเริ่มเข้ามา
กลุ่มการดำเนินงานในปัจจุบัน
วิทยากรกระบวนการ : อ.อธิวัฒน์ เจี่ยวิวรรธน์กุล (หนึ่ง)
ในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในกลุ่มนี้ สรุปสาระสำคัญเป็นแผนภาพการเรียนรู้ ดังนี้
ผู้นำเสนอผลงาน : อาจารย์สัมฤทธิ์ สว่างคำ

คำอธิบายแผนภาพ
“พยายามช่วยกันเป็นภาพที่สวยงาม บางครั้งไม่ตรงใจก็ดี ภาพแห่งความสุขในกลุ่มของเราเป็นรูปบ้าน บ้านหลังนี้มองขึ้นไปก็เห็นปล่องไฟและควัน ก็คือบ้านมีความอบอุ่น ถัดมาเป็นรูปหัวใจซึ่งแทนความรัก คือในองค์กรจะมีความสุขมากก็ต้องมีจิตใจที่ดีงามต่อกัน มีหัวใจแล้วก็นำมาร้อยผูกกันอีกหลายครั้งๆ ใจต่อใจ ถ้าในองค์กรมีใจต่อกันก็จะมีความสุข
ภาพนี้เป็นรูปคนยิ้ม พนักงานต้องยิ้มแย้มความสุขต้องมีความยิ้มแย้มต่อกัน เช่น เซ็นทรัล บริการลูกค้าก็ต้องยิ้มแย้มกับลูกค้า ทั้งลูกค้าภายในและภายนอกด้วย
รูปพวกนี้มาจากทางเบทาโกร องค์กรของเขาเป็นเกี่ยวกับไก่ (อาหารไก่) มีคนงานเป็นหมื่นๆ คน อยู่ที่ลพบุรี ความสุขของเขาเน้นเรื่องความพอเพียงเพราะมีพนักงานเป็นหมื่น เน้นเศรษฐกิจพอเพียง มีไฟคือผู้บริหารให้ความอบอุ่นเข้ามาให้กับลูกน้อง มีการสื่อสารกัน เปิดโอกาสให้คนในองค์กร มี lunch meeting ผู้บริหารมาร่วมวงด้วยและพูดคุยกัน
ที่การบินไทยมีการสื่อสารมากมาย มีโครงการจิตอาสา Hotline คลายเครียด เป็นต้นไม่ว่าอยู่ทีไหนก็ให้บริการได้มีความสุข มีเรื่องการออมเงินก็สำคัญสร้างให้พนักงานรู้จักออมเพราะพนักงานส่วนใหญ่เงินก็ไม่มากต้องมีการออม
ศูนย์รวมของความมีความสุขนั้นต้องมี Service mind เมื่อเกิดขึ้นในจิตใจแล้วก็ทำอะไรได้เยอะแยะ ไปปลูกป่า ไปสร้างโรงเรียน ไปสร้างบุญกุศลโดยสื่อเป็นรูปพระ (คือในองค์กรจะมีการนิมนต์พระมาเทศน์) คนในองค์กรก็จะมีความสุขไปด้วย
พอมี Service mind ตรงนี้แล้วก็จะมีการให้กับชุมชน ในปีนี้ก็มีโครงการการรักโลกและมีการครอบคลุมประสบการณ์”
นิยามของคำว่า “คุณภาพชีวิตคนทำงาน”
1. ทำงานในหน่วยงาน work life balance ความสุข คือ อยากเห็นรอยยิ้มของเพื่อนร่วมงาน
2. ได้ทำงานที่อยากทำและทำงานที่ไม่น่าเบื่อ มีค่าตอบแทนที่สมเหตุสมผลพออยู่ได้
3. การมีวินัย และความเป็นธรรม
4. พนักงานมีรายได้พอเพียง
5. การที่พนักงานมีสวัสดิการเรื่องประกันชีวิต สุขภาพ และอีกส่วนคือ ครอบครัวพนักงาน ให้มีความสมดุลกัน
6. การสร้างความสุขให้พนักงาน และอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดี
7. เรื่องของการเสริมสร้างความสุขให้พนักงาน
8. ความสุขของพนักงานคือจะอยู่ในส่วนของการทำงานด้วย โรงงานคือบ้านหลังที่สอง เพราะฉะนั้นมาทำงานที่โรงงานไม่ได้รู้สึกว่ามาทำงานเพื่อแลกเงิน แต่อยู่กันเป็นครอบครัวมากกว่า ทำงานแล้วมีความสุขสนุกและมีอะไรก็ช่วยเหลือกัน
ในการนิยามความหมายของคำว่า “คุณภาพชีวิตคนทำงาน” ในมุมมองของแต่ละคนมีความหมายใกล้เคียง สรุปได้ว่าคุณภาพชีวิตคนทำงาน คือ การทำที่ทำงานให้เป็นบ้านหลังที่สอง ทำยังไงให้ชีวิตมีความสุข ความสมดุล และมีเรื่องหลักธรรมคุณธรรมต่างๆ เรื่องวินัยที่เป็นเรื่องสำคัญเริ่มเข้ามา
การเรียนรู้ผ่านการลงมือทำขององค์กร
เครือข่ายสมาชิกภายในกลุ่มได้ยกตัวอย่างกิจกรรมการสร้างเสริมคุณภาพชีวิตคนทำงานในองค์กรที่เกิดขึ้นในรอบปีนี้ภายใต้นโยบายของผู้บริหารแต่ละองค์กรที่น่าสนใจ ได้แก่
บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด เน้นเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง มีโครงการที่จะลดค่าใช้จ่ายขึ้นมา ทำไปหกเดือนมีผู้เข้าร่วมประมาณหมื่นหกพันคน ทำให้ปีนี้เราตั้งเป้ามากกว่าปีที่แล้วคือ 60% รู้สึกว่าพนักงานสามารถคุมบัญชีตัวเองได้มากขึ้น
บริษัท เอเซีย พรีซิชั่น จำกัด เป็นโรงงานผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ มองว่าคนเราเกิดมาไม่ว่าจะเป็นพนักงานหรือผู้ประกอบการมีความต้องการเดียวกันคือ ความสุข ความสำเร็จ ในความหมายคือ ทำงานโรงงานสุขกายทำง่ายแต่ทำอย่างไรให้สุขใจ ดังนั้นบริษัทจึงมุ่งสร้างคนดีในชุมชน คนดีในความหมายของเราคือ มีวินัย สามัคคี เสียสละ อีกทั้งยังให้พนักงานมีความกตัญญูต่อบ้านเกิด แผ่นดินเกิด หรือพระเจ้าอยู่หัว
ในเรื่องความรู้ความเข้าใจของพนักงาน บริษัทมองว่าความรู้อย่างเดียวเอาตัวไม่รอด ซึ่งจริง ๆ แล้วมีแค่ 7% ดังนั้นบริษัทจึงเน้นเรื่องจิตใต้สำนึก เช่น การฝึกวินัย
นอกจากนี้บริษัทยังให้พนักงานเขียนความตั้งใจขึ้นบอร์ดว่าในเดือนนี้เราจะทำความดีใน 3 เรื่อง เช่น ไม่กินเหล้า ไม่สูบบุหรี่ ไม่เล่นการพนัน มีการให้ลงชื่อเป็นเดือนๆ ไป บริษัทมีกองทุนช่วยเหลือสังคม คือ เอาความดีไปต่อความดี บริษัทจะเอาเงินเข้ากองทุน เป็นการบริจาคช่วยเหลือสังคม ช่วยเหลือโรงเรียน เป็นต้น บริษัทเน้นการให้ บริษัทมีกิจกรรมลักษณะนี้บ่อยมากเพื่อปลูกฝังจิตสำนักความเป็นผู้ให้ ไม่เน้นทรัพย์สิน เป็นการแสดงว่ารักองค์กร ผูกพันกับองค์กร
โรงพยาบาลธนบุรี เริ่มทบทวนและดึงจิตสำนึกของพนักงาน ฝึกพนักงาน สร้างให้รู้จักให้คนไข้ พนักงานทุ่มเทให้กับคนไข้ แสดงออกทางพฤติกรรม ในเบื้องต้นให้พนักงานรู้ว่าหน้าที่คืออะไร ความสุขอยู่ที่การให้
บริษัท บี.ฟู้ดส์ โปรดักอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด มีชมรมเอาถ่าน เช่น เรื่องย่างไก่ ก็ต้องใช้ถ่าน เอาถ่านมาใช้ทำอะไรได้บ้าง เรื่อง การอยู่ร่วมกันเป็นอย่างไร จะทำยังไงให้อากาศที่โรงงานใช้อยู่ร่วมกันดีขึ้น เป็นต้น แนวทางเศรษฐกิจพอเพียง มีการทำเกษตรอินทรีย์ในโรงงานก็ปลูกผักที่สามารถนำมาใช้กินกันได้ เช่น ผักชี ต้นหอม ก็เชิญ ได้เชิญอาจารย์วิวัฒน์ ศัลยกำธร มาสอนเรื่องการอยู่ได้อย่างพอเพียง การปลูกพืช โดยทำเป็นครัวสุขภาพ โรงงานจึงเน้นเรื่อง food safety เป็นหลักในโรงงาน เวลาเข้าไปในโรงงานจะคำนึงถึงคุณภาพของอาหาร และเรื่องของสุขภาพพนักงาน โรงงานที่ลพบุรีมีการนำความรู้ไปให้กับครูในโรงเรียนเพื่อให้เด็กมีอาหารที่ดี ให้ความรู้ทั้งวิธีการปรุง การเก็บอาหาร
บริษัท สยามซานิทารีแวร์ อินดัสทรี จำกัด โดยผู้บริหารเริ่มอยากให้เป็นนโยบายจากข้างล่างสู่ข้างบน โดยการจัดเวทีให้พนักงานมาแชร์กัน และผู้บริหารมานั่งฟังด้วย ถ้ามี project ดีๆ ก็จะมาคุยกันก่อนว่าต้องเริ่มจากอะไร ในบริษัทให้โอกาสพนักงาน ตัวอย่างล่าสุดคือกิจกรรมชวนเพื่อนกลับบ้าน บางคนมีปัญหาขาดงานสามวัน “เราอยากรู้ว่าเขาอยู่เป็นยังไงเราก็ไปเยี่ยมที่บ้าน ไปเรียนรู้ครอบครัวพื้นเพเขาเป็นยังไง แล้วมาสรุปว่าเราจะช่วยเขายังไงได้บ้าง”
โครงการหลักๆ เช่น ไปทำฝาย คือ การให้พนักงานกลุ่มหนึ่งลงไปเรียนรู้กับชาวบ้าน กลับมามี project เป็นรูปเล่ม ซึ่งแต่ก่อนเป็นนโยบายจากบนลงล่าง แต่ที่นี่จากล่างขึ้นบน ได้รับการตอบสนองดีมาก ทำให้เกิดการสื่อสารระหว่างผู้บริหารและพนักงานสะดวกขึ้น
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) มีนโยบายคือ จะทำตัวโครงการในเรื่องการบริการให้มีคุณภาพ เคยทำโครงการคุณธรรมนำความรู้ให้แต่ละสำนักคิดการจะมีจิตอาสาในเรื่องใด แต่ละสำนักได้เงินไปไม่เท่ากัน หลังจากนั้นก็ส่งโครงการ สิ้นปีจะนำมาบูรณาการกัน ปีที่แล้วมีโครงการนำความรู้ไปสอนเด็กในช่วงปิดเทอม จะขยายผลไปกับในเรื่องของนโยบาย ทำเรื่องแผนที่คนดี ให้เด็กส่งโครงงานในการทำนี้มาแล้วก็ให้รางวัล
ปีนี้รัฐบาลให้เน้นเรื่องพลังงาน การลดโลกร้อน เศรษฐกิจพอเพียงให้อยู่ในวิถีชีวิต การใช้น้ำ การคัดแยกขยะในองค์กร ปัจจุบันมีการดูแลเรื่องปลดหนี้ครู และมีนโยบายว่าครูเป็นแกนนำที่สำคัญ
บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ผู้แทนจากกองสื่อสารทรัพยากรบุคคล คือ คุณพรประทิน ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ (ลปรร.) มีใจความที่น่าสนใจ จนต้องยกเป็นประโยคคำพูดดังนี้
“การบินไทยเป็นองค์กรใหญ่ที่เราดำเนินกิจกรรมคือ บริการลูกค้าสายการบินและ vision เน้นการเป็นสายการบินที่ดีที่สุด เป็นภาพกว้าง เราอยากเห็นพนักงานเรามีความสุขในการทำงาน ดังนั้นรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ฝ่ายบริการลูกค้าคำนึงว่าถ้าพนักงานบริการดีผู้โดยสารชมมาเราควรมีรางวัลให้กับเขา เราก็เลยมีการสะสมการทำความดี เราเก็บสถิติเป็นการจูงใจพนักงานที่ทำดีเป็นสิ่งเชิดชูเกียรติ ทำมา 10 ปีแล้ว เรียกว่าขวัญใจผู้โดยสาร ก็เป็นสิ่งที่อยากให้มีความสุข เราทำโครงการส่งเสริมคุณภาพชีวิตและป้องกันปัญหาสุขภาพจิตในที่ทำงานโดยร่วมกับกรมสุขภาพจิต ข้อมูล hotline คลายเครียดเอามาใส่ในโทรศัพท์ของเรา เราเลยขอเขามาทำ กดเลือกปัญหาได้ คนนอกก็ใช้ได้
กองเราคือกองสื่อสารทรัพยากรบุคคล แต่จริงๆ สิ่งที่เราทำต่อเนื่องคือ ขวัญใจผู้โดยสาร และอีกทางที่เราเข้าไปดูคือ พนักงานทำความสะอาดบนเครื่องบินผู้โดยสารอาจลืมของไว้ พนักงานที่ซื่อสัตย์ก็เก็บให้ ผู้โดยสารประทับใจก็มีรางวัลให้ เก็บสถิติและประกาศของฝ่ายเขากันเอง เป็นการช่วย motivation
อีกโครงการคือ leader awards เป็นโครงการต่อยอดคือ ควบคุมลูกเรืออีกที และเรื่องการสื่อสารทำยังไงเราจะสื่อสารงานด้านส่งเสริมสุขภาพชีวิตให้กับพนักงานได้ พอดีกองเราเป็นกองสื่อสารเราก็นำเรื่องราวเกี่ยวกับข้อคิดดีๆ มาลงในวารสารที่ออกทุกเดือน ซึ่งเราเน้นเรื่องจิตสำนึกในคอลัมน์นึง ด้านพัฒนาจิตใจก็มี เราทำเสียงตามสายคือ สายสัมพันธ์ หาเนื้อหาสั้นๆ 2 นาที เป็นเหมือนรายการวิทยุด้วย และก็เผยแพร่ทำโปสเตอร์ให้หน่วยงานปิดประกาศ
ทำกันมาตั้งนานแล้วคือทำยังไงให้พนักงานเรามีความสุขทั้งทางตรงและทางอ้อม เราต้องช่วยกันกับพนักงานให้ประหยัด นำไอเดียดีๆ ด้านการประหยัดใดๆ นำมาออกมาตามช่องทางสื่อสารต่าง ๆ การแบ่งปันสังคมเราทำมาตลอด เรื่องสิ่งแวดล้อม ประหยัดพลังงาน และมอบสิ่งของต่าง ๆ ให้กับโรงเรียน”
จะเห็นได้ว่าองค์กรอย่างการบินไทยมีกิจกรรมดี ๆ ทั้งเพื่อพนักงานในองค์กร ผู้โดยสาร และสังคม เพราะถือเป็นองค์กรที่เป็นเสมือนประตูบานแรกที่ชาวต่างประเทศจะได้เปิดผ่านเข้ามาสู่ประประเทศไทย ดังนั้นหากพนักงานทุกคนมีความสุข ผู้รับบริการทุกระดับยอมมีความสุขไปด้วย
บริษัท เทยิน (ประเทศไทย) จำกัด เป็นบริษัททำเกี่ยวกับสิ่งทอ เส้นใยต่างๆ เป็นต้นทางของเสื้อผ้า ตอนนี้มีพนักงาน 450 คน ส่วนใหญ่เป็นผู้ชาย บทสรุปของที่นี่คือ หัวหน้าอยากได้ความร่วมมือร่วมใจจากลูกน้อง ลูกน้องอยากได้ความยุติธรรม อยากได้คำชม
คุณสมหวัง ได้กล่าวถึงที่มาของการทำให้องค์กรเป็นองค์กรแห่งความสุขว่า
“เดิมผมไม่รู้จัก happy workplace ไม่กี่เดือนมานี่ก็รู้จักหมอชาญวิทย์ก็ได้เห็นบ้านหลังที่สอง ผมจับหัวหน้า 14 คน มานั่งคุยเพื่อให้เข้าใจ concept เราอยากได้ที่ๆ มีความสุข เราก็ไปดูงาน พอรู้ปุ๊บนำไปใช้ก็จุดติดหมดเลย ผมให้ monitor รอยยิ้มพนักงานดีที่สุด แต่ก่อนหัวหน้าเวลาเดินไปไหนก็เปล่งรัศมีอำมหิต ลูกน้องหายหมด เดี๋ยวนี้คือ ควรคุยกัน ตอนนี้ให้เขียน proposal เข้ามากมายมหาศาล ส่วนมากในโรงงานคิดว่าทำยังไงให้ลูกน้องรัก คำตอบคือการให้ แล้วลูกน้องจะมาหาเอง ถ้าไม่รู้ก็สอนเขาและให้โอกาส นี่คือสิ่งที่ดำเนินการซึ่งเริ่มเข้าที่เข้าทาง”
NOK Precision Component (Thailand) Co., Ltd. มีคุณอรณิชา ที่เป็นตันแทนของบริษัท และรับเป็นอาสาสมัครในการจับประเด็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ภายในกลุ่มนี้ และได้กล่าวถึงบริษัทที่ตนเองได้อย่างภาคภูมิใจ ดังนี้
“ที่นี่เขียนเป็นนโยบายเลยว่า NOK เป็นบ้านหลังที่สอง มาทำงานแล้วต้องไม่รู้สึกว่ามาทำงานเลิกเร็ว แต่มาทำงานแบบเจอเพื่อน เจอครอบครัวได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ และมีความสุขในการทำงาน ตรงนี้ทำให้เกิด productivities ขึ้นในการทำงานเยอะ ที่นี่ทำทุกอย่างให้ดูเหมือนบ้านให้มีความสุข เลิกงานแทนที่จะกลับบ้านหมดหน้าที่ เราทำเป็นศูนย์กีฬาในดาดฟ้า สนามต่างๆ ทุกอย่างฟรี มีห้องคาราโอเกะด้วย เป็นการส่งเสริมสุขภาพด้วย เป็นผลทางอ้อมเรื่องค่ารักษาพยาบาลก็ลดลง ในเรื่องจิตใจทำกิจกรรมให้สนุกและสร้างความผูกพันในพนักงาน เช่น คือโรงงานเราค่อนข้างใหม่ พนักงานออกแนววัยรุ่นเป็นน้องผู้หญิงส่วนใหญ่ เราเลยเอากิจกรรมวันวาเลนไทน์ทุกปี ไม่ลงทุนเยอะแต่ได้ใจเข้ากับวัยของเขา คือมีดอกกุหลาบให้ manager ไปยืนหน้าประตูพอเวลา 11.30 น. ออกมาเจอผู้บริหารเอากุหลาบ มาแจกเด็กๆ ก็รู้สึกผู้บริหารเป็นกันเอง
ขอพูดในฐานะเป็นพนักงานคนหนึ่ง ก็รู้สึกว่าที่นี่คือเรื่อง facility เขาพยายาม support ให้รู้สึกว่าเราอยู่แล้วเราสบาย สบายใจด้วย เหมือนเราอยู่บ้าน อีกอย่างเคาน์เตอร์ของที่นี่ผู้บริหารค่อนข้างจะให้โอกาสกับน้องๆ ที่เป็นเด็กๆ เยอะ ไม่ปิดกั้นความคิด เรารู้สึกว่าเรามี่ idea ใหม่ๆ เรากล้าเดินไปบอกหัวหน้าเรา เขาก็ฟัง เปิดโอกาสเปิดกว้าง มีความคิดใหม่ๆ
ผู้บริหารเองก็ให้ความเป็นกันเองเหมือนเป็นเพื่อนกัน แม้แต่เรามีปัญหาส่วนตัวก็กล้าที่จะเล่าให้หัวหน้าฟัง เขาพร้อมจะช่วยเรา เป็นที่ทำงานที่พิเศษ
มีการติดกล้อง CCTV เริ่มแรกจะเริ่มจาก security เนื่องจากมีคนนอกเข้ามาขโมยของในช่วงกลางวัน หลังๆ มากลายเป็น ผู้บริหารเป็นคนชอบเดินมาคุยในลักษณะไม่เป็นทางการ หลังๆ มาบางทีที่ไม่ได้เข้าไปใน line การผลิตก็จะดูผ่านกล้อง ที่นี่เน้นเรื่องวินัยที่ไม่ซีเรียสหรือโดนบังคับ ด้วย business ของเราคือผลิตชิ้นส่วนพลาสติกในคอมพิวเตอร์ ก็ต้องลุยๆ คือห้ามแต่งหน้า ห้ามเยอะ แต่ก็พยายามทำให้เราไม่เครียดโดยอยู่ในวินัย”
สรุปได้ว่ากลุ่มนี้ได้สาระความรู้ที่หลากหลาย ในบางองค์กรจึงได้นำเสนอเป็นคำพูดที่สมาชิกภายในกลุ่มได้กล่าวไว้เพื่อไม่ให้พลาดประเด็นสำคัญและหลักคิดในการทำงานที่ดีจากประสบการณ์การทำงานเกี่ยวกับชีวิตคนทำงานในแต่ละองค์กรที่มีสไตล์ของตนเอง และควรค่าแก่การนำไปปรับใช้ต่อไป