ล่องแก่งรัตภูมิ

รู้จักชุมชนผ่านสายน้ำ ที่ล่องไป

สงกรานต์ปีนี้ เหมือนกับยังเติมไม่เต็มที่กับชีวิต

ทุกปีที่ผ่านมา ช่วงสงกรานต์ที่มีวันหยุดยาว จะเป็นการไปทำกิจกรรม (ส่วนใหญ่ก็เที่ยว) ที่สนุกสนาน

แต่ปีนี้..

ก่อนหยุดยาวสงกรานต์ ไปทำงานที่เกาะยาว พังงา ก็เจอพายุกลางทะเลในวันกลับ เรือลอยกลางพายุ 3 ชั่วโมง ทั้งน้ำฝน น้ำทะเล จนต้องประกาศก้อง(ในใจ)ว่า ชีวิตของลูกช้างอีก 3 เดือนต่อจากนี้ จะไม่เข้าใกล้น้ำอีกแล้ว

พอถึงวันหยุดยาวจริงๆ ก็มีอันต้องใช้ชีวิตเกาะขอบจอทีวี เกาะขอบจอคอมพิวเตอร์ เพื่อติดตามดูกีฬาสีแห่งชาติ แดง เหลือง น้ำเงิน และก็เขียว ไม่รู้ว่าใครแพ้ ชนะ งานนี้คนไทยทุกคน จะได้ดู หรือไม่ได้ดู ล้วนต้องจ่ายค่าชมกีฬาสี ที่แพงที่สุดในโลก

พอรัฐบาลประกาศวันหยุดต่อ ไชโย ยังไม่สุดเสียง ก็มีสายเรียกเข้าจากเจ้านาย

"โรงพยาบาลเราไม่ปิดครับ ช่วยประสานงานทุกหน่วยงาน เปิดให้บริการตามปกติ"

ชีวิตหลังสงกรานต์จึงเหมือนแบตเตอรี่ที่ชาร์จไม่เต็ม

เราจึงนัดกับน้องๆในหน่วยงาน วันอาทิตย์ 26 เมษา เจอกันที่รัตภูมิ เราจะไปล่องแก่งกัน

 

ล่องแก่ง

สถานที่ล่องแก่งนี้ อยู่ที่เขาพระ อ.รัตภูมิ เปิดมาไม่ถึงปี ดำเนินการโดยชุมชนที่รวมกลุ่มกัน พวกเราไปกัน 4 ครอบครัว พ่อ แม่ ลูก หลาน 16 คน ทำให้ได้รับส่วนลดค่าล่องแก่งจากคนละ 200 บาท เหลือ 150 บาทต่อคน ซึ่งนับว่าถูกมาก กับการล่องเรือชมลำน้ำ เกือบ 6 กม. ถ้าพายไม่เป็น มี staff พายให้ เช่นเรือลำที่ดิฉันและลูกชายนั่ง (เนื่องจากคำประกาศข้างต้นที่จะไม่ขอเปียกน้ำอีกแล้ว) หนุ่มน้อยที่พายเรือให้เราเป็นทั้งครูสอนเทคนิคการพาย เป็นไกด์แนะนำเส้นทาง

เส้นทางของการล่องแก่ง จะเรียกว่าล่องแก่งก็ยังไม่ใช่ซะทีเดียว เพราะไม่มีแก่ง เป็นเพียงลำน้ำที่ที่คดเคี้ยว น้ำไม่ลึก ปกติเขาว่าน้ำใส แต่วันที่เราไปหนุ่มพายเรือบอกว่าบ่อทรายเขาปล่อยน้ำออกมา น้ำเลยขุ่น มีต้นไม้ร่มครึ้มหลายพันธ์ บางช่วงผ่านอุโมงค์ต้นไผ่ บางช่วงเป็นดงผักกูด (จอดเรือไปเก็บได้ สด น่าทาน) บางช่วงเป็นหาดทราย บางช่วงมีต้นไม้ล้มขวางลำน้ำ ให้พวกเราได้ฝึกฝีมือการควบคุมเรือลอดใต้ต้นไม้

โดยสรุป ที่นี่เหมาะกับการพาเด็กเล็ก คนชรา ไปล่องน้ำชมธรรมชาติ และเล่นน้ำ ถ้าเป็นวัยรุ่นอาจรู้สึกว่าไม่สะใจเท่าไร

ทุกคนในทีมที่ไปสนุกมาก โดยเฉพาะเด็กๆ หลายคนนัดจะไปกันอีก เพราะใกล้ และได้ช่วยเหลือชุมชน

กลับมาถึงบ้าน และจนถึงวันนี้ เรื่องเติมพลังให้ชีวิตตัวเอง ถือว่า OK ในระดับหนึ่ง

แต่ยังอยากกลับไปอีกครั้ง

อยากกลับไปช่วย อยากกลับไปแนะนำ เพราะระหว่างที่เรารอเรือ ได้คุยกับกลุ่มชาวบ้านที่มาช่วยกันทำงาน มองเห็นได้ถึงความตั้งอก ตั้งใจของทุกคนที่ปราถนาจะทำอะไรดีๆเพื่อชุมชน แต่เราในฐานะของผู้ใช้บริการ เรามองเห็นจุดอ่อนของการทำงาน ของการบริการ ซึ่งอาจจะทำให้กิจกรรมของพวกเขาไม่ยั่งยืน เช่น

เมื่อเราไปถึง เราไม่รู้ว่าใครเป็นใคร ติดต่อจ่ายค่าบริการที่ใคร

พอเราจ่ายไปแล้ว คนที่รับเงินจากเราก็หายไป...นาน (ทราบทีหลังว่าเขาไปหาเงินทอน)

วันที่เราไปมีหลายกลุ่ม หลายคณะ ไม่มีใครจัดคิว ว่าใครมาก่อนมาหลัง

เราต้องนั่งรถ ที่บรรทุกทั้งคน ทั้งเรือไปที่ต้นน้ำ พอไปถึง มีรถอีกคันที่มีเด็กวัยรุ่นมา กลุ่มนั้นก็ว่องไววิ่งไปที่เรือพายไปก่อนเลย จนเรือหมด เราก็รอ รอรถบรรทุกเรือตามมาอีกคัน อีกอย่างหนึ่งเรามีลูกเล็กเด็กแดง จะวิ่งไปคว้าเรือมาก็ไม่ถนัด และเราต้องการคนช่วยพายด้วย แต่ไม่รู้ใครเป็นคนจัดเรือ จัดทีมงาน

สุดท้ายคณะอื่นๆเขาไปจนหมด เหลือทีมเรายืนตากแดด รอลงเรือ และได้ลงเป็นลำสุดท้าย

เขาน่าจะมีจุดจำหน่ายบัตร และระบุไปเลยว่าจะไปกี่คน ต้องการคนพายมั๊ย

เพราะอย่างน้อยบัตรที่ขายออกไป จะช่วยให้รู้ว่าใครมาก่อน หลัง ต้องใช้เรือกี่ลำ ต้องใช้สต๊า๊ฟกี่คน

แปลกที่วันนั้นไม่รู้สึกโกรธ ที่เจอเหตการณ์อย่างนี้

ถามตัวเองว่าทำไม่ไม่โกรธ ที่ไม่รู้สึกโกรธเลย เพราะทุกคนมีน้ำใจที่พร้อมที่จะให้บริการ ทั้งชุมชน ทุกคนพยายามมาดูแล มาพูดคุย มาเสนอให้เราไปนั่งพักสบายๆ ชวนทานข้าว แววตาของพวกเขาค่ะ เป็นแววตาที่ไม่ได้เจอมานานแล้วในสังคมเมือง แววตาที่เห็นแล้วอยากช่วย อยากแนะนำ

ทำให้โกรธตัวเอง ที่เราทำงานในสถาบันการศึกษา ผลิตบัณฑิตไปสู่สังคม แต่กลับไม่ได้ช่วยเหลือชุมชนที่ห่างจากรั้วมหาวิทยาลัยของเรา ไม่ถึง 100 กม. ให้เขาต้องเรียนรู้ ลองผิดลองถูก และอาจล้มเหลวไม่เป็นท่า ยิ่งคิดแล้วยิ่งโกรธ เมื่อนั่งฟังเขาเล่าความฝันของพวกเขา ว่าจะทำที่พัก จะทำห้องประชุมสัมมนา โดยที่ไม่มีความรู้เรื่อง feasibility study

ใครจะช่วยพวกเขาได้บ้างหนอ อย่างน้อยถ้าเขาได้ เรียนรู้การทำแผนธุรกิจแบบชาวบ้าน คงจะช่วยให้พวกเขาเข้มแข็งขึ้นกว่าเดิม

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เรียนรู้ระหว่างทาง



ความเห็น (6)

เขียนเมื่อ 

เข้ามาติดตามข้อมูลครับ ผมรับรู้กิจกรรมล่องแก่งรัตภูมิจากแผ่นป้ายโฆษณาแต่ก็ไม่เคยไปสัมผัสมีเวลาค่อยหาโอกาสไปสักครั้ง ใกล้ตัวเรานี่เอง

ปกติชอบไปล่องที่วังสายทอง

เขียนเมื่อ 
  • ท่าทางสนุกมากๆๆ
  • เสียดายตอนอยู่สงขลา
  • ไม่มีโอกาสไปครับ
อติกานต์
IP: xxx.77.145.108
เขียนเมื่อ 

ไปมาแล้วสนุกมาก บรรยากาศสบาย แต่ตอนใกล้รุ่งโอ้โห้สุดยอดเย็นมากๆ เลย ร่มรื่นมาก หายใจได้เต็มปอดสูดอากาศบริสุทธิ์เข้าไป

เกิ้ง
IP: xxx.53.13.89
เขียนเมื่อ 

น้าด่อง

น้องอยากไปด้วย

เขียนเมื่อ 

น้าด่อง ตอนป้าอี๊ดไป เขาให้นั่งเรือก่อน จ่ายทีหลัง ส่วนตอนรอลงเรือยืนรอเฉยๆ ไม่ทันกลุ่มอื่นที่เขาเคยมาเที่ยวแล้ว เขาเร็วกว่าเรามาก ต้องเอ่ยปาก ขอทางคนชรา จึงได้ผล

ฮ่าฮ่า

IP: xxx.53.1.167
เขียนเมื่อ 

ลองมาเทียวภูศรีเกษรว่าบรรยากาศเป็นอย่างไรติตต่อที่คูณ สุรัช แสงทอง 0817678689 ไปมาแล้ว