ในการประชุมสภามหาวิทยาลัยมหิดล วาระเรื่อง “กลไกและกระบวนการนโยบายสาธารณะมหาวิทยาลัยมหิดล” เมื่อวันที่ ๒๒ เม.ย. ๕๒   อ. หมอประเวศได้กล่าวว่า   การศึกษาของไทยมีลักษณะ non-engaged education   คือไม่รู้ร้อนรู้หนาวกับสถานการณ์หรือปัญหาสังคม   และการดำเนินการเรื่องนโยบายสาธารณะ ที่ ม. มหิดล จะขับเคลื่อนอย่างจริงจังนั้น จะเปลี่ยนมหาวิทยาลัยไปสู่สภาพ engaged education   กลายเป็นสถาบันอุดมศึกษาที่มุ่งทำสิ่งที่สังคมต้องการอย่างแท้จริง   ไม่ใช่ทำแต่ปาก 


          เป็นการขับเคลื่อนการ transform มหาวิทยาลัย   หรือเปลี่ยนวัฒนธรรมของอุดมศึกษา    ในฐานะประธาน กกอ. ผมจึงหัวใจพองโต   ว่าผมจะได้ร่วมขบวนการที่ยิ่งใหญ่นี้ด้วย


          การดำเนินการนโยบายสาธารณะของมหาวิทยาลัยมหิดลจะไม่ใช่แค่ “เสนอ”   แต่จะ “ร่วมกันลงมือทำ และรับผล”   กรรมการสภาแนะให้ทำ ๒ แนว    คือแนว (๑) เอาความต้องการของสังคม/ชุมชน เป็นตัวตั้ง    ดำเนินการกิจกรรมนโยบายสาธารณะเพื่อเป้าหมายนั้น กับ (๒) เชื่อมสิ่งที่มหาวิทยาลัยทำอยู่แล้ว ออกสู่ภาพใหญ่    กรรมการสภาฯ ได้ยกตัวอย่างแนวที่ ๒ ที่ทำอยู่แล้ว และสามารถขยายใหญ่ออกได้ มากมายหลายเรื่อง   เป็นความเข้มแข็งทางวิชาการที่ ม. มหิดล เด่น ไม่มีที่อื่น


          เราได้ประชุมระดมความคิดเรื่องนี้กันเมื่อวันที่ ๗ เม.ย. ๕๒ และผมได้บันทึกไว้ที่นี่    กรรมการสภาฯ ชมและปรบมือให้แก่คุณณัฏฐณิชย์ ศรีมาเสริม ผู้สรุปประเด็นจากการประชุม   จึงขอนำสรุปการประชุมมาเผยแพร่ที่นี่  


          ท่านที่สนใจเรื่องนโยบายสาธารณะ อาจสนใจอ่าน
บันทึกนี้

 

วิจารณ์ พานิช
๒๓ เม.ย. ๕๒