1. การประชุมคณะอนุกรรมการโครงการคาราวานส่งเสริมสุขภาพ วันที่ 2 เมษายน 2551 ณ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม สรุปได้ดังนี้
1.1 ประเด็นในการจัดงานคาราวานภาคอิสาน จะมีการจัดงานคาราวานหมอพื้นบ้าน 18-19 สิงหาคม 2551 วัตถุประสงค์เพื่อ Collect ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องของข้าวกับวิถีชีวิตคนอีสาน ประเด็นเรื่องข้าว หมอพื้นบ้านทำอะไรกับข้าว ข้าวเป็นยา ข้าวกับพิธีกรรมข้าวเกี่ยวข้องกับสุขภาพคนอิสานอย่างไร พิธีกรรมความเชื่อที่มีข้าวไปเกี่ยวข้อง
1.2 กิจกรรมที่มีในงาน เสวนา ข้าวกับวิถีชีวิตและสุขภาพคนอิสาน ยา พิธีกรรม อาหารเพื่อสุขภาพ,เสวนา การดูแลหลังคลอด อยู่ไฟ ,ประชาพิจารณ์ ธรรมนูญสุขภาพ ,เสวนา ครูของหมอยาอีสาน (มาเป็นหมอได้อย่างไร) ,หารูปแบบของวิธีการชักนำให้เกิดความรู้สึกเป็นหมู่เป็นพวก โดยให้ผู้ประสานงานของแต่ละเครือข่ายได้เตรียมการและคณะบุคคลเพื่อร่วมกิจกรรม ภาคบ่าย เสวนาเรื่องของแม่มานและเด็กน้อย, เสวนาเกี่ยวกับการดูแลแม่มานจนถึงคลอดลูกออกมาแล้วดูแลอย่างไร ,ครูของหมอพื้นบ้าน ประเด็นที่เกี่ยวข้อง คือมาเป็นหมอได้อย่างไร ,ขั้นตอนในการขอเป็นลูกศิษย์ , หารูปแบบของวิธีการชักนำให้เกิดความรู้สึกเป็นหมู่เป็นพวก
1.3 ประเด็นเรื่องข้าว หมอพื้นบ้านทำอะไรกับข้าว ข้าวเป็นยา ข้าวกับพิธีกรรม ,ข้าวเกี่ยวข้องกับสุขภาพคนอิสานอย่างไร พิธีกรรมความเชื่อที่มีข้าวไปเกี่ยวข้อง , บริบทเรื่องข้าว เกษตร สาธารณสุข อุตสาหกรรม วัฒนธรรม การคลัง ,ถ้าเราจะทำเรื่องนี้ เราต้องกลับไปหาอะไรบ้าง ความรู้ คนที่มีความรู้
ซุปเปอร์หมอพื้นบ้านที่มีความรู้เกี่ยวกับการนำข้าวมาทำเป็นยา ยาอะไรบ้าง , เรื่องข้าวกับสุขภาพ และซุปเปอร์หมอสูด หมอพิธีกรรมที่นำข้าวมาเข้าพิธี ,ได้แก่พิธีอะไร บ้าง ที่มีข้าวเข้าไปเกี่ยวข้อง ดร.อุษายกประเด็น ตำรายาที่มีข้าวไปเกี่ยวข้องในตำราของ มปป.ปรีชา พิณทอง เป็นสูตรยาแก้ไข้เป็นส่วนใหญ่ ,ข้าวกับยา ใส่ความคิด เรื่องข้าว มีความสัมพันธ์เชิงเหตุผลอะไรกับ เรื่องยา
1.4 ประเด็นธรรมนูญสุขภาพ มาตรา 87 ,79 เกี่ยวกับ วัตถุประสงค์เพื่อให้เกิดการยอมรับในธรรมนูญที่ตนเกี่ยวข้อง โดยให้ที่ประชุมได้ช่วยกันประชาพิจารณ์ ธรรมนูญในหมวดที่ว่าด้วยการแพทย์พื้นบ้าน
สิ่งที่ต้องดำเนินการต่อไป
1. ให้วารุณี แสงเรืองเอก เป็นหลักในการประสานงาน โดยมีค่าเดินทาง 10,000 บาท 50 คน
2. ขอบูธ โดยกำหนดกิจกรรมที่ควรมีได้แก่ ต้มยาสาธิต สาธิตการนวด แทกโสก
ขายสมุนไพร ดูมอ เป่างูสวัด เก็บเขี้ยวแมงมุม เหยียบเหล็กแดง
(สำหรับจังหวัดอุดรธานี) โดยสมุนไพรที่นำมาให้ดูดี มีคุณภาพ และสะอาด
2.การอบรมเชิงปฏิบัติการเรื่องสมุนไพรไทยดีด้วย 5 G และภูมิปัญญาท้องถิ่น ในวันที่ 8 เมษายน 2551 ณ โรงแรมวังทองรีสอร์ท อ.วังสะพุง จ.เลย สรุปได้ดังนี้
1. จากผลการดำเนินงานตรวจวิเคราะห์คุณภาพยาสมุนไพรที่ผลิตได้ภายใต้โครงการคุณภาพสมุนไพรไทย (โครงการ Q) ปี 2550 โดยศุนย์วิทย์ฯอุดรธานี และสถาบันวิจัยสมุนไพร กรมวิทย์ฯ พบว่ามีปัญหาเรื่องการปนเปื้อนจุลินทรีย์มากที่สุด ซึ่งสามเหตุที่สำคัญเกิดจากการขาดหลักเกณฑ์การคัดเลือกวัตถุดิบที่ถูกวิธี จัดเก็บวัตถุดิบไม่เหมาะสม เป็นต้น การอบรมครั้งนี้จึงให้ความรู้เรื่องการควบคุมมาตรฐานสมุนไพรด้วย 5 G ซึ่งเป็นระบบปฏิบัติการที่ดีในขั้นตอนต่างๆที่เกี่ยวข้องกับสมุนไพรเพื่อให้การปลูกพืชสมุนไพรให้ได้คุณภาพ ปลอดภัย รวมทั้งการผลิตสมุนไพร
2. มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้แนวทางขับเคลื่อนกิจกรรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพสมุนไพรไทยในเขต 10 โดยผูแทนจากกลุ่มผู้ผลิตยาสมุนไพร ผู้ผลิตวัตถุดิบสมุนไพร ผู้แทนภาครัฐ และผู้แทนจากกลุ่มผู้บริโภค
3. สาธิตและฝึกปฏิบัติการเก็บเกี่ยววัตถุดิบสมุนไพรที่ถูกวิธี และการตรวจหาปริมาณสารสำคัญฟ้าทะลายโจร และขมิ้นชัน ด้วยชุดทดสอบเบื้องต้น
สิ่งที่จะต้องดำเนินการต่อไป
1. กำหนดทิศทางการผลิตยาสมุนไพรในรพ.เพ็ญ และติดตามการดำเนินงานตามแผน Profile
2. ประสาน/ติดตาม รพศ.อุดรธานี ซึ่งอยู่ระหว่างเตรียมการผลิตยาสมุนไพร
3. การประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณาการจัดทำแผนจัดการเพื่อคุ้มครองสมุนไพร วันที่ 9 เมษายน 2551 ณ กระทรวงสาธารณสุข สรุปได้ดังนี้
2.1 ความก้าวหน้าผลการดำเนินงาน 12 จังหวัดนำร่อง
จังหวัดที่ได้นำเสนอ 10 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ , พิษณุโลก , กาญจนบุรี , ลพบุรี , อุดรธานี , นครพนม , อุบลราชธานี , นครราชสีมา , สตูล และระนอง โดย อีก 2 จังหวัดคือ สระแก้วและกำแพงเพชรไม่ได้เข้าประชุม ซึ่งทุกจังหวัดส่วนใหญ่จะได้สำรวจข้อมูลพื้นฐานเบื้องต้นแล้ว และให้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์ที่อนุกรรมการกลางได้วางไว้
2.2 แนวทางการดำเนินงาน
1. ประสานความร่วมมือผู้ที่เกี่ยวข้อง
2. จัดประชุมผู้ที่เกี่ยวข้องหลักนอกรอบเพื่อสอบถามความ คิดเห็นและตั้งประเด็นการปฏิบัติงาน
3. จัดตั้งคณะกรรมการ : อำนวยการ คณะทำงานระดับ จังหวัด คณะปฏิบัติการระดับพื้นที่
4. ประชุมคณะทำงานเพื่อกำหนดแนวทางปฏิบัติ ภารกิจ และขอบเขตของการจัดทำแผน
5. จัดเวทีประชุมประชาคม
6. ออกสำรวจพื้นที่คุ้มครอง
7. ร่างแผนจัดการเพื่อคุ้มครองสมุนไพร (อิงแผนภูผากูด)
8. ส่งแผน (ร่าง) ให้กรมเพื่อเสนอเข้าอนุกรรมการ
2.3 สนย.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เสนอกรณีพื้นที่ที่มีต่างชาติ ขอให้รักษาข้อมูล ชั้นความลับ ควรทำไว้เป็นหลักฐาน เพื่อให้ภาครัฐทราบข้อมูล กรมอุทยาน ฯ เสนอขอให้เร่งการนำเสนอโครงการเพื่อขอเข้าใช้พื้นที่ (ลดรอบ) หลักฐาน – รูปถ่าย , ประวัติการศึกษา การทำงาน (มติ กรมพัฒน์ ดำเนินการเสนอโครงการร่วม โดยให้พื้นที่ส่งชื่อ , หัวข้อเรื่อง ให้กรมพัฒน์)
2.4 กรมป่าไม้ เสนอกรณีพื้นที่ที่เข้าศึกษาป่าชุมชน จะเข้าใช้พื้นที่ ขอให้ทำเอกสารเสนอ กรมป่าไม้
แต่ถ้าสามารถประสานงานในพื้นที่เพื่อเข้าดำเนินการได้ ( มติ กรมพัฒน์รวบรวมส่ง กรมป่าไม้ด้วย )โครงการสำรวจ เป็นโครงการประเภทวิจัย หรือไม่ ขั้นตอนการเข้าสำรวจ เป็นโครงการวิจัย โดยพื้นที่เป็นผู้ร่วมวิจัย
2.5 กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น เสนอการตั้ง คกก.ระดับจังหวัดให้มีองค์กรที่เกี่ยวข้องให้ครบ โดยเฉพาะผู้ว่าราชการจังหวัดเป็น คกก.อำนวยการ (ดูตัวอย่าง กรณีภูผากูด , กรณีจังหวัดอุบลราชธานี) การคุ้มครองสมุนไพรของแต่ละพื้นที่ และชื่อโครงการให้ครอบคลุมการศึกษา “ภูมิปัญญาท้องถิ่น” จะเข้าหลักเกณฑ์การทำงานของ อปท. จะสอดคล้องกับแผนพัฒนาท้องถิ่นได้ ขอสนับสนุนงบประมาณได้ ควรเพิ่มเข้าไปในกิจกรรม เป็นเนื้อหาในนั้น หรือจัดทำเป็นโครงการลูก
สิ่งที่จะได้ดำเนินการต่อไป
1.จังหวัดส่งหลักฐาน รูปถ่าย ให้กรมพัฒน์ ภายในสิ้นเดือน เมษายน
2.จังหวัดส่งโครงการ วิจัย แยกรายพื้นที่ ภายในภายในสิ้นเดือน เมษายน เพื่อ กรมฯจะได้รวบรวมและนำเสนอหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เป็นการลดรอบระยะเวลา
3.กรณีต้องการข้อมูล ทบทวนวรรณกรรม www.dnp.go.th , www.forest.go.th สามารถประสานงานในพื้นที่ คู่ขนานกันไปได้
4.ผลลัพธ์ของปี 51 เพื่อ ให้ได้ “แผนการจัดการเพื่อคุ้มครองสมุนไพร” โดยหลักการสนับสนุนการดำเนินการอย่างน้อย 3 ปี แต่ต้องมีผลงาน
5.การแต่งตั้งคณะกรรมการให้มีมาจากทุกภาคส่วนและจัดประชุมชี้แจง
4.การตรวจเยี่ยมและติดตามการดำเนินงาน ของกลุ่มพนักงานนวดตามโครงการเหนื่อยนักพักนวดที่ปั๊มบางจาก วันที่ 10 เมษายน 2551 สรุปผลดังนี้
1. งานฯ ได้จัดฝึกอบรมเทคนิคการนวดแก้ปวดหลัง เพื่อเพิ่มพูนความรู้ และทักษะการนวด ให้กับกลุ่มพนักงานนวด โดยเชิญนายสมลักษณ์ โพธิ์จันทร์ จากโรงพยาบาลกุดจับ เป็นวิทยากร
2. เก็บรวมรวมและวิเคราะห์เบื้องต้น แบบสอบถามความพึงพอใจของผู้รับบริการ ที่มาใช้บริการจากพนักงานนวดปั๊มบางจากซึ่งได้เริ่มจัดทำเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ – 10 เมษายน 2551 จำนวน 52 ชุด สรุปได้ดังนี้
2.1 หัวข้อที่มีจำนวนผู้ตอบแบบสอบถาม ให้ระดับความพึงพอใจในระดับมากที่สุด มากที่สุดคิดเป็น 72.55 % ได้แก่หัวข้อที่ 8 บริเวณให้บริการ สะอาด อากาศถ่ายเทได้สะดวก
2.2 หัวข้อที่มีจำนวนผู้ตอบแบบสอบถาม ให้ระดับความพึงพอใจในระดับน้อย และน้อยที่สุด คือหัวข้อที่ 5 การให้คำแนะนำเบื้องต้นเรื่องการดูแลสุขภาพจากพนักงาน ,หัวข้อที่ 9 ภาพรวมของการให้บริการ และหัวข้อที่ 7 บริเวณรอรับบริการสะอาดและเพียงพอ
สิ่งที่จะต้องดำเนินการต่อไป
1. วางแผน / เตรียมการ / ดำเนินการ เพื่อพัฒนาส่วนขาด และประเมินผล
5. มหกรรมแกนนำสุขภาพ (ร่วมกับงาน สวช.5) ร.ร.เจริญโฮเต็ล วันที่ 22 เมษายน 2551
ถอดบทเรียนการทำงานของเครือข่ายภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านสุขภาพ
ผู้เข้าร่วมกิจกรรม ได้แก่ เครือข่ายหมอพื้นบ้าน อำเภอทุ่งฝน หนองแสง เพ็ญ กุมภวาปี บ้านดุง อำเภอละ 4 คน และผู้รับผิดชอบงานอำเภอ ผศ.ดร.อัจฉรา จินวงษ์ คุณวารุณี แสงเรืองเอก
บทเรียนเครือข่ายบ้านดุง
นายสมัย ชัยช่วย กล่าวว่า ขออนุรักษ์ภาษาท้องถิ่น ขอพูดภาษาอีสาน ได้เล่าถึงการดำเนินการของกลุ่มเครือข่ายใบชะโนด มีการปรับโครงสร้างมาจาก อสม. ทั้งหมด มีประธาน เหรัญญิก ทำมา 11 ปี ตั้งแต่ปี 2540 เกี่ยวกับสุขภาพทั้งหมด โดยมีงานที่เกี่ยวกับด้านยาสเพติด และโรคเอดส์เป็นแกนหลัก มีจุดเด่นเกี่ยวกับความเสียสละของทั้งกลุ่มที่จะทำโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน การติดต่อประสานงานอาศัยในรูปของ คณะกรรมการของตำบลที่มีอยู่ แรกๆทางอำเภอมองเห็นว่ากลุ่มเป็นผู้ค้ายาเสพติดเอง หมู่บ้านที่มียาเสพติดมากที่สุดคือหมู่บ้านที่ประธานอยู่ ตำรวจคิดว่ากลุ่มขายเอง ไม่มีความเชื่อถือจากหน่วยงานราชการจึงยุบไป ต่อมารวมตัวกันทำโครงการเกี่ยวกับสายสัมพันธ์ครอบครัว
“กองทุน เรามีทุนของเรา ร่างกาย สมอง มีด จอบ เสียม นี่คือทุนของเรา แต่ก็ขาดเงินบ่ได้ เจ้าหน้าที่อนามัยต้องเป็นพี่เลี้ยง ต้องมองตัวเองก่อนว่าเฮาเข้มแข็งหรือยัง จั๋งผมนี่ลักเอาข้าวน้องเมียไปขายไปเป็นน้ำมัน บ่เป็นหยังครับบ่ตาย บ่ได้บุญกะได้กุศลอยู่ครับ พวกผมเฮ้ดงานชมรมมานี่ 2-3 ปีมาแล้ว บ่จำเป็นบ่อยากให้ไปหาหมอโรงบาลครับ อย่างพ่อเมฆเป็นหมอเป่าข้ามทวีป บ่เชื่อถามเพิ่นเบิ่ง โครงการของ อ.แอ้ ลงไปนะครับ ป่าไม้กะยังมีความอุดมสมบุรณ์อยู่ ชมรมทำงาน 3 ปี ขยายไป 10 อำเภอ เฮาต้องเบิ่งสุขภาพเจ้าของ คือ บักโมเอาเข็มไปแย่มันสิเป็นหยังครับ หมอพื้นบ้านมีความสามารถหลายด้านบ่ว่าสิเป็นหมอเป่า หมอโรคตับ หมอมะเร็ง ซึ่งหมอต้นได้รวบรวมข้อมูลไว้อยู่สาธารณสุขจังหวัด”
บทเรียนเครือข่ายจังหวัด
ผศ.ดร.อัจฉรา จินวงษ์ กล่าวว่า มาในนามตัวแทนเครือข่ายหมอพื้นบ้าน งานวิจัยประเด็นการวิจัยและพัฒนาการจัดการความรู้ของหมอพื้นบ้าน ถ้าไม่มีการอนุรักษ์อาจสูญหายไป รวบรวม ค้นหาความรู้ ทำฐานข้อมูล วิเคราะห์สถานการณ์ ตำรับ ตำรายา กระบาวนการที่ใช้คือการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สนทนากลุ่ม โสเหล่ ร่วมกันระดมสมอง มี 5 อำเภอ ช่วงแรกทำ 3 พื้นที่ แต่เนื่องจากติดขัดเรื่องระยะเวลา จึงไม่ได้ลง 2 อำเภอ ยกตัวอย่าง อ.เพ็ญ พ่อบุญไทย บอกว่า ไม่มีใครกล้าแสดงตัวว่าเป็นหมอพื้นบ้าน ค้นหาหมอพื้นบ้าน สำรวจสมุนไพร อ.เพ็ญประสานไปทางบ้านดุง เล่าประสบการณ์ให้กันฟัง ถ้าจะทำให้อำเภอเพ็ญเข้มแข็งเหมือนบ้านดุง บ้านดุงเป็นพี่เลี้ยงให้ บางตำบลยังไม่เข้มแข็งก็เริ่มทำ อยู่ในขั้นรวบรวม ทำฐานข้อมูล คิดว่า อปท. เอาการจัดการความรู้ไปใช้ได้อย่างไร
บทเรียนชมรมหมอพื้นบ้าน สืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่น อำเภอบ้านดุง
พ่ออำนวย พลลาภ อ.บ้านดุง เล่าให้ฟังในฐานะหมอพื้นบ้าน อำเภอนำร่อง สสจ. อ.แอ้ เป็นพี่เลี้ยง มีกลุ่มใบชะโนดที่เข้มแข็ง อยากจะทำงานซอกหาหมอยา เพื่ออนุรักษ์ภูมิปัญญา หมอพื้นบ้านยังหลบ ๆ ซ่อน ๆ ทางกลุ่มหมอพื้นบ้านบ่อยากให้สูญหายไป ปี 2549 มีงบจาก สกว.มาให้ถอดความรู้หมอพื้นบ้าน มีไปเดินป่าภูวัว 60 คน เกิดแนวคิดตั้งเป็นชมรมอยู่ที่นั่น กลับมามีการติดตามความก้าวหน้า เขียนข้อบังคับชมรม และกำหนดแผนการทำงานที่เป็นรูปธรรม การขับเคลื่อนงานมา เดี๋ยวนี้ (ปี 2551) งานเข้ามาหลาย จนบ่มีเวลาเฮ็ดหยังเลย ลงพื้นที่ถอดความรู้ 5 ตำบล หมอพื้นบ้าน ต.นาไหม มีหมอพื้นบ้านเข้าร่วมประชุม เพื่อสัมภาษณ์หมอพื้นบ้าน หาหมอยาที่แท้จริง ต.นาไหม มีหมอพื้นบ้าน 25 คน ผมไปซอกหาหมอพื้นบ้านที่จะเป็นต้นแบบอีหลี ต่อมาไป ต.วังทอง ซอกหาคน ค้าหายาฯ อยากให้ชาวบ้านได้รับรู้ว่าหมอพื้นบ้านมีใคร หมอพื้นบ้านแก่แล้ว อายุหลายแล้ว เฒ่าแล้ว อยากได้ตำรับ ตำรายา จากเพิ่น ไปปลุกเพิ่น เพิ่นกะถือไม้เท้ามาเปิดเผยตำรับตำรายา หลังจาก ต.วังทอง ไป ต.บ้านชัย มาประชุมที่ สอ.บ้านทุ่ง หาคนที่จริงจัง หาที่ดีที่สุด หาต้นแบบของบ้านชัย อ.บ้านดุง แต่กี้ผมว่าบ่มีหมอพื้นบ้านในต.บ้านชัย โครงการ อ.แอ้มาผมเลยไปซอกมาเบิ่งก่อนน่า เจออยู่ 20 คน มีแต่ผู้เก่ง ต่อมาไปบ้านจันทน์ เชิญ อบต. จนท.สอ. หมอพื้นบ้าน ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าเป็นหมอยาอยู่แล้วแต่อยากถามให้คัก ๆ หมอยาบางคนวินิจฉัยบ่อเป็น ถามคนไข้เอาว่าเป็นหยังมาแล้วจัดยาให้ ผู้ลังคนเบิ่งให้ว่าเจ้าเป็นหยัง (วินิจฉัยโรคได้) จะไปประชุมแต่ละหม่องหมู่ผมจะมีป้ายเด้ อันบักใหญ่ ผู้สนใจหลายอยากจะเป็น คนหมู่นี่จะต่อยอดจากหมู่เจ้า ผมจะตั้งเป็นศูนย์เรียนรู้ให้หมอพื้นบ้าน ซุ่มื้อนี้ผมจะให้ผู้ใหญ่บ้านประกาศว่าถ้ามีอาการจั้งซี่ ๆ ๆ ไปหาผมเด้อ เดี๋ยวนี้มีคนมากินยาต้มบ้านผมหลาย ๆ 13 กพ. เดินป่าบ้านชัย มีคนเดินป่าร่วมกับ สสจ. อ.แอ้ ประมาณ 20 กว่าคน 7 เมย.ลงสำรวจ ต.นาคำ รอบ 2 แม่ใหญ่หนึ่งเป็นหมอตำแย แต่ให้สัมภาษณ์บ่เป็น แต่กี้บ่มีอนามัย บ่มีรพ. เพิ่นเรียนมาแล้วกะเฮ็ดเอง มีหมอพื้นบ้านมาร่วมกัน 31 คน เดี๋ยวนี้งานหลายจนบ่มีเวลาประชุมหมอพื้นบ้านทั้งสำรวจต้นไม้ ทั้งประชุม
บทเรียนกลุ่มหมอพื้นบ้าน อ.เพ็ญ
พ่อบุญไทย ไชยเสนา อ.เพ็ญ กล่าวว่า ผมมาอยู่กับหน่วยงานแพทย์ ปี 45 อบรมนวดแผนไทย พ่อเก่งสมุนไพรเรียนจากพ่อตู้พ่อตามา เดินป่าหาต้นยา ขึ้นภู มีหมอนวด 2 คน มีคนบอกว่าให้กลับไปจัดตั้งชมรม มีแต่ อสม. ผมมาขอจดทะเบียนอยู่สาธารณสุข หลังจากเอาหมอนวดมาของบประมาณ จากอบต. ต่อมาผมถามพ่อสมดีว่าหมอนวดกบหมอจับเส้นคือกันบ่ มาประชุมร่วมกันอยู่ รร.ศิริแกรนด์ หมอพื้นบ้านบางคนเอาตำรายามาแลกเปลี่ยนกัน ผมเห็นผลประโยชน์ว่าไม้ต้นนี่กะนำไปใช้ต่างคนต่างไปใช้ เหลือจากนั้นหมอพื้นบ้านมาประชุมกันว่าจะเฮ็ดจังได๋ต่อไป เอาเด็กนักเรียนมา เอาหมอพื้นบ้าน ประชุมร่วมกัน ปรุมแล้วกะมาจดทะเบียนเป็นวิสาหะกิจ จะได้ของบอีหยังได้ง่าย เผอาจะพากันเดินป่าว่าต้นไม้มีหน้าตาเป็นจังได๋ เดินป่าในวัด เดี๋ยวนี้โครงการต่อไปจะทำสมุนไพรร่วมกับสอ.ให้ผู้สูงอายุ คนไข้เบาหวาน จะเอายาบำรุง ยาอายุวัฒนะให้ คนนี้ปวดเบาหวานเอายาให้ คนพิการจะเอายาแก้หล่อย ให้ทุกคนในตำบลบริการด้วยภูมิปัญญา หาเวลาลงทุนหายามาให้คน จะเฮ็ดต่อไปค