ข้อเขียนเพื่อหนังสือทำมือที่จัดทำเพื่อรำลึกถึง "ใหญ่" กฤษฎา ยาสมุทร ลูกศิษย์คนหนึ่งที่เข้ามาเรียนรู้วิชาการให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชนตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๔๗ จนถึงวันที่ ๒๗ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๒ ซึ่งเธอจากไปโดยไม่บอกลา ... แต่เข้าใจนะ ในความเป็นอนิจจังของชีวิต

ก็อยากต่อว่าเหมือนกันที่เธอรีบจากไป ก็อยากจะไม่เข้าใจเหมือนกันที่เธอไม่บอกลา  แต่ในความเป็นจริงของชีวิต ก็เข้าใจล่ะนะว่า มันเป็นธรรมดาของชีวิตมนุษย์ที่ต้องมีเกิดแก่เจ็บตาย เมื่อเธอต้องตายจากไป เราก็ต้องยอมรับ อย่ากังวลเลยที่พวกเราจะทำใจกันไม่ค่อยได้เมื่อวานนี้  ร้องไห้กันหลายคน แต่ฉันน่ะ ก็น้ำตาซึมๆ มันเจอวัฏสงสารของมนุษย์มาเยอะแล้วล่ะ อีกไม่นาน ฉันก็น่าจะต้องไปเหมือนกันล่ะเธอ

ไม่มีเธอน่ะ มันก็คงกระเทือนมากล่ะ ความสำเร็จในงานเพื่อคนไร้รัฐคนไร้สัญชาติที่กำลังเดินอยู่นั้น เธอก็คือเหตุผลประการหนึ่งของความสำเร็จ มวลมิตร รวมถึงเธอ มักบอกคนอื่นว่า ฉันเป็นคนสร้างขึ้น  แต่ฉันรู้ว่า พลังความคิดของฉันยิ่งใหญ่ เพราะมีครูดีและมีลูกศิษย์ดี ความรู้สร้าง “หนทาง” สู่ความสำเร็จ และคนที่เชื่อมั่นในความรู้ก็คือ “คนสร้างหนทาง” นั้นไง เราก็ต่างทำหน้าที่ของคนสร้างหนทางเพื่อขจัดทุกข์ให้แก่คนไร้สถานะทางกฎหมาย

แม่ทัพใหญ่คนหนึ่งในสภานิติบัญญัติแห่งชาติเมื่อ พ.ศ.๒๕๕๐ เพื่อสร้างหนทางสู่การปฏิรูปกฎหมายไทยว่าด้วยสถานะบุคคล ก็คือ “เธอ” แล้วจะไม่ให้ใครต่อใครใจหายได้อย่างไร ? เอาไงดีล่ะเธอ ??? ไม่อยากให้เธอกังวล แต่ก็ดันบ่นจนเธอกังวลแล้วซิใช่ไหม ??

ขอให้เธอไปสู่สุขคติ หากโลกของวิญญานมีจริง เธอก็คงเข้าใจในความเสียใจและใจหายของมวลมิตรนะ และฉันซึ่งแก่ลงทุกวัน คิดถึงเธอ..เหมือนเคย จะอีเมลล์หรือโทรศัพท์ไปหาเหมือนเคย  เอาใจช่วยพวกเราก็แล้วกัน

สัญญาว่าจะทำงานสร้างองค์ความรู้เพื่อแก้ปัญหาคนไร้รัฐคนไร้สัญชาติต่อไป เธอพอใจล่ะซิ จะไม่ยอมให้พวกอมนุษย์นิยมมารังแกชาวบ้าน ก่อนฉันจะตามเธอไป ฉันจะสร้างทั้งองค์ความรู้และเหล่าแม่ทัพเพื่อคนรากหญ้าให้เพียงพอทีเดียว แล้วจะปรึกษาเธออีกที เอาอย่างนี้แล้วกันนะ  ตกลงนะจ๊ะ  

-------------------------------------------------------------

คลิกดูภาพของใหญ่ที่ อ.แหววเก็บไว้ไหมคะ