หากรัฐบาลเห็นความจำเป็นต่อการปฏิรูปการศึกษาจริงจะต้องกล้าตัดสินใจลงทุนตั้งหน่วยงานที่มีเงื่อนไขการทำงานที่มุ่งผลลัพธ์ที่มีความคล่องตัวในการประสานกับหน่วยงานที่มีภารกิจหลัก แต่แยกออกมาในลักษณะที่คล้าย กพร.

ยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนการปฏิรูปการเรียนรู้ (3)

ตอนที่ ๑

ตอนที่ ๒

3. ยุทธศาสตร์สื่อเพื่อการเรียนรู้

                จากผลการสำรวจการใช้เวลาของเด็ก พบว่าเด็กไทยใช้เวลาเฉลี่ยวันละ 5 ชั่วโมงกับโทรทัศน์และคอมพิวเตอร์ ซึ่งคิดเป็นถึงร้อยละ 30 ของเวลาในชีวิตในแต่ละวันไม่รวมเวลานอน สื่อจึงเข้ามามีอิทธิพลต่อเด็กมาก จริงๆ แล้วเด็กใช้เวลาในโรงเรียนต่อปียังน้อยกว่าใช้เวลากับสื่อด้วยซ้ำ  ดังนั้น หากเราเอาเด็กเป็นเป้าหมายของการพัฒนา จึงจำเป็นต้องให้ความสำตัญกับสื่อ

                สื่อที่สำคัญสำหรับเด็กมี 2 ประเภทที่ต้องเร่งจัดการโดยเร็ว คือ หนังสือ และรายการโทรทัศน์

                3.1 หนังสือ  มีรายงานการสำรวจว่าเด็กไทยอ่านหนังสือน้อยมาก วันละไม่กี่บรรทัด จนต้องออกมามีการรณรงค์ให้รักการอ่าน แต่ในขณะเดียวกันเราก็พบว่าหนังสือที่ดีและสวยงามมีภาพประกอบสามารถกระตุ้นความสนใจของเด็กได้มาก ในโครงการวิจัยที่ทดลองนำสื่อที่สร้างขึ้นตามหลักการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับการทำงานของสมอง (Brain-based learning) ไปใช้กับเด็กประถมในโรงเรียนจำนวนหนึ่ง พบผลที่ตรงกันทุกแห่งว่าเด็กเปลี่ยนพฤติกรรมการอ่านอย่างชัดเจน เวลาพักก็จะเข้ามุมอ่านหนังสือในห้อง ไม่ออกไปวิ่งเล่น เวลากลับบ้านก็จะขอยืมหนังสือกลับไปอ่าน หนังสือเหล่านี้มักเป็นหนังสือที่มีรูปสีสวยๆ มีตัวอักษรตั้งแต่ไม่กี่บรรทัด (สำหรับเด็กเล็ก) ไปจนถึงเกือบเต็มหน้า (สำหรับเด็กโต) ภายในเวลาเพียง 6 เดือนก็เริ่มเห็นผลต่อความตั้งใจเรียนของเด็ก จนทำให้เราสรุปได้ว่าการจะทำให้เด็กไทยรักการอ่านนั้นทำได้ไม่ยาก แต่ต้องลงทุนพัฒนาหนังสือและซึ้อหนังสือที่ดีและสวยเหล่านี้เข้าโรงเรียน

ในประเทศอังกฤษ มหาวิทยาลัยออกซฟอร์ดได้ลงทุนทำวิจัยและพัฒนาสื่อหนังสือเหล่านี้ ซึ่งขายดีมากไปทั่วโลก  ในประเทศไทย สถาบันวิทยาการการเรียนรู้ได้พยายามเริ่มพัฒนาสื่อหนังสือสำหรับสาระวิชาต่างๆ รายชั้น แต่ติดอุปสรรคของปัญหาภายในองค์กรจนทำให้งานชะงักค้างอยู่ หากเราสามารถคัดเลือกหนังสือที่ดีที่สุดจากทั่วโลกสำหรับการสอนวิชาที่มีลักษณะสากล เช่น วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ ตลอดจนพัฒนาหนังสือขึ้นมาใช้เองในวิชาที่อยู่ในบริบทไทย เช่น ภาษาไทย สังคมศึกษา ประวัติศาสตร์ เราจะสามารถเปลี่ยนให้เด็กไทยหันมาชอบหนังสือ ซึ่งจะเป็นการดึงเวลาของเด็กไปจากสิ่งเร้าที่ไร้สาระได้เป็นอันมาก

แต่การจะทำเช่นนี้ได้ก็ไม่ง่าย เพราะนอกจากขั้นแรก คือการลงทุนพัฒนาและคัดเลือกหนังสือแล้ว ขั้นที่มักเกิดปัญหาคือการวางระบบเพื่อให้หนังสือเหล่านั้นสามารถเข้าไปอยู่ในโรงเรียนได้ ซึ่งไม่ว่าจะใช้วิธีเปิดประมูลให้จัดพิมพ์ หรือการจัดทำรายชื่อหนังสือแนะนำ เพื่อให้ผู้ปกครองหรือองค์กรปกครองท้องถิ่นซึ้อเข้าโรงเรียน ก็ล้วนเกิดข้อครหาเรื่องผลประโยชน์ การวิ่งเต้นของสำนักพิมพ์ ฯลฯ ได้ทั้งสิ้น การแก้ปัญหานี้จำเป็นต้องวางระบบจัดการที่รัดกุม มีคุณภาพ ตรวจสอบได้และโปร่งใส

3.2 รายการโทรทัศน์ โทรทัศน์เป็นสื่อที่สามารถเข้าถึงแทบจะทุกบ้านในประเทศไทย และเป็นสื่อที่มีอิทธิพลสูงเพราะมีทั้งภาพและเสียง มีความเร้าใจ ถ้าใช้สื่อโทรทัศน์ให้ดีในทางบวกจะสามารถสอดแทรกการเรียนรู้เรื่องต่างๆได้อย่างลื่นไหลเพราะผู้ชมไม่ได้รู้สึกว่ากำลังเรียนอยู่ การเรียนรู้ที่เกิดในช่วงจังหวะอารมณ์แบบนี้เป็นการเรียนรู้ที่มีพลัง ติดตรึงในความทรงจำได้มาก

          ตัวอย่างของการใช้สื่อเพื่อการเรียนรู้ที่สนุก (edu-tainment) ที่มักมีการอ้างอิงกัน คือสถานีวิทยุโทรทัศน์บีบีซี ของประเทศอังกฤษ ซึ่งมีการผลิตรายการเพื่อการศึกษาอย่างจริงจัง บนความเชื่อว่าโทรทัศน์คือห้องเรียนอีกแบบหนึ่งของโลกยุคใหม่ จึงจำเป็นต้องทำให้เด็กได้รับสาระที่ดีมีประโยชน์และในขณะเดียวกันได้ใช้จุดแข็งของสื่อโทรทัศน์ในการทำให้เห็นทั้งภาพและเสียงได้ สำหรับรายการโทรทัศน์ในประเทศไทยยังมีเนื้อหาที่เน้นบันเทิงค่อนข้างมาก ละครโทรทัศน์ช่วงเวลาดีๆ ก็มักมีตัวอย่างการแสดงออกที่ไม่เหมาะสมอยู่เป็นประจำอันเป็นการให้ตัวอย่างพฤติกรรมที่เด็กนำไปเลียนแบบ  มีเด็กวัยรุ่นจำนวนมากที่อยู่กับเรื่องเพ้อฝัน และขาดจุดหมายที่มีแก่นสารในชีวิต  อย่างไรก็ดี ได้มีแนวโน้มที่ดีเกิดขึ้นโดยกลุ่มองค์กรและภาควิชาการจำนวนหนึ่งได้ช่วยกันผลักดันสร้างสถานีโทรทัศน์ไทย พีบีเอส และส่งเสริมการผลิตรายการที่มีสาระและสนุกที่เหมาะสำหรับเด็กมากขึ้น อันเป็นการเริ่มสร้างการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีให้กับวงการโทรทัศน์ของไทย

                อันที่จริงแล้วในโลกยุคปัจจุบันมีสื่ออีกประเภทหนึ่งที่มีพลังมากไม่น้อยกว่าโทรทัศน์ คือ สื่อทาง internet  เนื่องจากตอมพิวเตอร์มีใช้กันอย่างแพร่หลาย เด็กในยุคปัจจุบันจึงเข้าถึง internet ได้ง่าย เด็กสามารถเข้าเล่นเกมส์ หรือหาเพื่อนในโลกเสมือน ด้วยวัยของเด็กมักจะอยากรู้อยากเห็น อยากเล่นอยากลอง การจะห้ามเด็กเข้าไปท่องเที่ยวในเว็บจึงเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก ปัญหานี้ไม่ได้เกิดเฉพาะในประเทศไทย แต่เป็นกันทั่วโลก ในหลายประเทศมีความพยายามในการสร้างเว็บดีๆ ที่สร้างสรรค์สำหรับเด็กโดยเฉพาะ มีการจำกัดการเข้าเว็บที่ไม่สร้างสรรค์หรือเกมส์ที่ใช้ความรุนแรง แต่อัตราความเร็วและจำนวนในการเกิดเว็บที่สร้างสรรค์สำหรับเด็กนั้นช้ากว่าเว็บที่ไม่สร้างสรรค์มาก ทางแก้จึงไม่อาจแก้ที่ตัวสื่อแต่ต้องแก้ที่การฝึกเด็กให้รู้จักใช้วิจารณญาณ สามารถเลือกได้ตัดสินได้และรู้จักความพอดี

 

จากยุทธศาสตร์สู่ปฏิบัติการ

                ยุทธศาสตร์ที่กล่าวมาทั้ง 3 ข้อ คือเรื่องใหญ่ที่ต้องทำก่อนเพื่อทำให้หัวขบวนรถจักรนี้เริ่มขยับเขยื้อน แต่ไม่ได้หมายถึงทั้งหมดที่ต้องทำในการปฏิรูปการศึกษา เมื่อมีการเปิดพื้นที่และดึงผู้เล่นใหม่ๆ เข้ามา ฟื้นพลังของครู 600,000 คนขึ้นมา และสร้างสื่อดีที่เด็กจะได้รับประโยชน์โดยตรงแล้ว จากนั้นจึงค่อยทำเรื่องการปรับปรุงประสิทธิภาพของระบบย่อยต่างๆ เช่น ระบบการวัดความรู้ความสามารถของเด็ก การประเมินมาตรฐานสถานศึกษา การลงทุนทางการศึกษา การกำกับดูแลและธรรมาภิบาล การกระจายอำนาจทางการศึกษาการพัฒนาคุณภาพครูอาจารย์ เป็นต้น

                การจะทำเรื่องเหล่านี้ได้ ต้องใช้ความรู้ข้อมูล และต้องเชื่อมโยงกับการตัดสินใจทางนโยบายของรัฐในขอบข่ายงานที่กว้างกว่ากรอบงานของกระทรวงศึกษาธิการ การปฏิรูประบบนี้น่าจะใช้เวลาประมาณ 5 - 8 ปี จึงจำเป็นต้องมีการทำงานที่ต่อเนื่อง และมีการติดตาม (monitor) อย่างใกล้ชิดเพื่อสะท้อนข้อมูลให้ฝ่ายนโยบายได้รับทราบและตัดสินใจเรื่องที่จำเป็น

          หากรัฐบาลเห็นความจำเป็นต่อการปฏิรูปการศึกษาจริงจะต้องกล้าตัดสินใจลงทุนตั้งหน่วยงานที่มีเงื่อนไขการทำงานที่มุ่งผลลัพธ์ที่มีความคล่องตัวในการประสานกับหน่วยงานที่มีภารกิจหลัก แต่แยกออกมาในลักษณะที่คล้าย กพร. แยกออกมาจาก กพ. ทำหน้าที่ประสานเครือข่ายทั้งภาครัฐที่รับผิดชอบโดยตรง คือกระทรวงศึกษาธิการ และที่เกี่ยวข้องเช่น สำนักงานบริหารจัดการองค์ความรู้ (สบร.) กระทรวงมหาดไทย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ มหาวิทยาลัยต่างๆ ตลอดจนภาคประชาสังคม เครือข่ายสื่อ มูลนิธิ หน่วยงานและภาคธุรกิจเอกชนที่สนใจร่วมสนับสนุนการยกระดับคุณภาพการจัดการเรียนรู้สำหรับเด็ก ทั้งนี้ หน่วยงานนี้จะต้องสามารถระดมทุนจากภาคส่วนต่างๆเพื่อพัฒนาการศึกษาได้ ทั้งโดยส่งตรงไปยังโรงเรียนหรือสถานศึกษา และโดยสมทบร่วมในโครงการต่างๆ ของสำนักงาน ดังนั้น จึงมีความจำเป็นต้องจัดตั้งองค์กรนี้ในรูปกองทุน โดยมีระบบการกำกับดูแลธรรมาภิบาล ระบบการบริหารงานแบบโครงการที่มุ่งเป้าผลลัพธ์ที่ชัดเจน และระบบการเงินบัญชีที่คล่องตัวในลักษณะเดียวกันกับ สกว. หรือ สสส. ซึ่งเป็นระบบกองทุนที่ได้พิสูจน์แล้วว่ามีประสิทธิภาพและตรวจสอบได้

                การลงทุนนี้คาดว่าจะใช้เงินประมาณ 5,000ล้านบาท สำหรับ 3 ปีแรก ซึ่งนับว่าเป็นจำนวนที่น้อยมาก (น้อยกว่า 0.6  % ต่อปี) เมื่อเทียบกับงบประมาณการศึกษาปีละ 3 แสนล้านบาท  รัฐบาลสามารถเจียดเงินจำนวนนี้มาจากรายได้จากค่าสัมปทาน และผลกำไรที่ได้จากการดำเนินกิจการด้านสื่อสารมวลชน เทคโนโลยีสารสนเทศและโทรคมนาคม ตามที่ระบุไว้ในพระราชบัญญัติการศึกษา พ.ศ. 2542 และตั้งเป็นกองทุนเพื่อพัฒนาการศึกษา ตามมาตรา 60

               

          บทสังเคราะห์นี้เป็นผลจากการได้เห็นจุดแข็งและจุดอ่อนในระบบการศึกษา เห็นความแตกต่างของวัฒนธรรมองค์กรและระบบการบริหารจัดการแบบระบบราชการ กับแบบองค์กรอิสระในกำกับรัฐ จนสามารถสรุปได้ว่าปัญหาในระบบการศึกษาเป็นปัญหาของระบบการบริหารจัดการที่ใหญ่โตและติดกรอบเกินไป ในขณะเดียวกันก็เห็นโอกาสและศักยภาพที่จะเชื่อมโยงสิ่งดีๆที่มีอยู่ทั้งในระบบการศึกษาเองและภาคีจากภายนอกเข้ามาเป็นพลังเพื่อพัฒนาการศึกษาร่วมกันได้

                การจะแก้ปัญหาของระบบการจัดการนั้นไม่ได้แก้ด้วยการออกกฎหมายขึ้นมาอีกฉบับ เพราะกฎหมายทำให้เกิดประสิทธิภาพไม่ได้

                การจะแก้ปัญหาการขาดประสิทธิภาพและคุณภาพของระบบการศึกษาต้องแก้ด้วยระบบบริหารจัดการใหม่ที่มีประสิทธิภาพสูง

ภารกิจนี้จะเป็นบทพิสูจน์ความเอาจริงของรัฐบาลต่อการพัฒนาการศึกษาเพื่อลูกหลานไทย

 บทความนี้ ดร. สีลาภรณ์ ยังเขียนไม่สมบูรณ์ ผมขอมาลงเผยแพร่เพื่อกระตุ้นการแลกเปลี่ยนความคิดในสังคมไทย    เราต้องช่วยกันออกความเห็น และช่วยกันทำ   เพื่ออนาคตของบ้านเมืองของเรานะครับ    เชิญแฟนานุแฟนออกความเห็นครับ

     ผมขอออกความเห็น ว่า หน่วยงานที่เสนอตั้งนั้น   ให้กำหนดอายุเพียง ๑๐ ปี   กำหนดให้ทำงานสำเร็จในเวลา ๑๐ ปี   แล้วสลายตัวเข้าเป็นส่วนหนึ่งของระบบการศึกษาตามปกติ   ประเด็นหนึ่งของความสำเร็จที่ต้องการคือ จัดบูรณาการกลไกสร้างการเปลี่ยนแปลงเข้าไปในระบบการศึกษา    ซึ่งก็คือ ทำให้ระบบการศึกษาเป็นระบบเรียนรู้ (Learning Systems) นั่นเอง

วิจารณ์ พานิช

๒๘ เม.ย. ๕๒