

นางสาวไสว ม่วงศรีจันทร์ เกษตรกรผู้ปลูกผัก ตำบลห้วยงู อำเภอหันคา จังหวัดชัยนาท ปลูกผัก และไม้ผลเป็นอาชีพ ซึ่งเดิมจะซื้อสารเร่งการเจริญเติบโตของต้นพืชมาใช้ โดยเฉพาะสาร "จิบเบอเรลลิน" ทำให้มีต้นทุนการผลิตสูง เมื่อนักวิชาการส่งเสริมการเกษตร เข้ามาแนะนำ และฝึกให้ทำสารจิบเบอเรลลินจากหัวไชเท้าเพื่อใช้ในสวนผักและไม้ผลด้วยตนเองควบคู่กับการใช้น้ำหมักชีวภาพ ปุ๋ยอินทรีย์ และสารสกัดสมุนไพร จึงสามารถปรับเปลี่ยนการผลิตพืชผักและผลไม้ปลอดภัยจากสารพิษได้สำเร็จ


วิธีทำสารจิบเบอเรลลินจากหัวไชเท้า
วัสดุได้แก่
1. หัวไชเท้าสด(ใหม่) จำนวน 1 กิโลกรัม
2. น้ำตาลกลูโคส จำนวน 4 ขีด
3. น้ำมะพร้าวอ่อน จำนวน 1 ผล
วิธีทำ เมื่อเตรียมวัสดุต่างๆ พร้อมแล้ว ใช้ช้อนขูดเฉพาะเนื้อหัวไชเท้า เนื่องจากสามารถปั่นได้ระเอียดถ้าไม่ใช้ช้อนขูดจะปั่นให้ระเอียดได้ยาก แล้วนำไปปั่นให้ละเอียดอีกครั้ง กรองด้วยผ้าขาวบาง นำส่วนเฉพาะน้ำของหัวไชเท้าผสมกับน้ำตาลกลูโคส คนจนละลายให้เข้ากัน ก่อนเติมน้ำมะพร้าวอ่อนคนให้ส่วนผสมทั้งหมดเข้ากันอีกครั้ง เพียงเท่านี้ก็จะได้สารจิบเบอเรลลินจากหัวไชเท้าที่สามารถนำไปฉีดพ่นต้นพืชได้ทันที ในอัตราจิบเบอเรลลินจากหัวไชเท้า 50-100 ซีซีต่อน้ำ 20 ลิตรโดยฉีดพ่นเวลาเช้าเท่านั้น ซึ่งพืชสามารถดูดซึมไปใช้ได้ดีกว่าเวลาอื่น สารดังกล่าวเมื่อผลิตแล้วควรใช้ให้หมดในคราวเดียวจะมีประสิทธิภาพมาก เนื่องจากสารจิบเบอเรลลินสลายตัวได้เร็ว ถ้าเก็บไว้ควรเก็บไว้ในตู้เย็นแต่ควรเป็นไปในระยะที่สั้น



ผลจากการใช้ จากการนำสารจิบเบอเรลลินจากหัวไชเท้า ของคุณไสว ม่วงศรีจันทร์ พบว่า สารดังกล่าวจะได้คุณภาพดี กับพืชผักที่เป็นหัวทุกชนิด เช่น กะหล่ำ หัวไชเท้า แครอท หัวผักกาด รวมทั้งไม้ผล เพราะจะทำให้ได้ผลผลิตที่มีขนาดใหญ่ขึ้น เจริญเติบโตเร็วกว่าการปลูกผักทั่วไป สีผิวของผักสด และกรอบโดยที่เกษตรกรไม่ต้องใช้สารบำรุงชนิดใดๆ อีก สนใจติดต่อสอบถาม นางสาวไสว ม่วงศรีจันทร์ หมู่ 5 ตำบลห้วยงู อำเภอหันคา จังหวัดชัยนาท หรือโทร. 087-1996416


ข้อควรรู้ (สืบค้นข้อมูลจาก http://th.wikipedia.org/wiki วันที่ 25 เมษายน 2552 )
จิบเบอเรลลิน (Gibberellin) เป็นฮอร์โมนพืชที่มีโครงสร้างโมเลกุลขนาดใหญ่ บทบาททางสรีรวิทยาที่สำคัญของจิบเบอเรลลินคือช่วยเพิ่มความสูงของพืชที่เกิดจากการยืดตัวของข้อการออกฤทธิ์ทางสรีรวิทยาที่สำคัญของจิบเบอเรลลินได้แก่
1. กระตุ้นการขยายตัวของเซลล์ โดยการเพิ่มความยืดหยุ่นของผนังเซลล์ ทำให้เซลล์มีรูปร่างยืดยาวขึ้น
2. กระตุ้นการเจริญของรากโดยเฉพาะการเจริญของรากแรกเกิด (Radicle) รากต้องการจิบเบอเรลลินในปริมาณที่น้อยกว่าลำต้น
3. จิบเบอเรลลินมีผลต่อพัฒนาการของดอกโดยเฉพาะพัฒนาการของก้านชูเกสรตัวผู้และกลีบดอก บริเวณที่มีการสร้างจิบเบอเรลลินมากในดอกคือผนังของอับละอองเรณูและในละอองเรณู การสร้างจิบเบอเรลลินในอับละอองเรณูนี้จะควบคุมพัฒนาการของดอกทั้งหมด
4. กระตุ้นการติดผล ในพืชหลายชนิด
5.กระตุ้นการงอกของเมล็ด แสงสีแดงกระตุ้นการงอกของเมล็ดได้โดยกระตุ้นให้มีการสร้างจิบเบอเรลลินมากขึ้น
มาเรียนรู้...คุณค่าดีๆของธรรมชาติค่ะ
ปลอดภัย ไร้สารพิษ
มีความสุขในทุกๆวัน นะคะ
ขอบคุณค่ะ
สวัสดีค่ะ
สวัสดีค่ะ แวะมาทักทายด้วยคน
แวะมารับความรู้ค่ะ
ขอบคุณมากเลยค่ะที่นำสาระดีๆมาฝาก
ขอบคุณความรู้ ข้อมูลดี ๆ นะคะ
...
แวะไป รักษาสุขภาพด้วยกันที่นี่นะคะ
จะทำสถิติ กรุ๊ปชาวบล็อก ค่ะ
ที่นี่นะคะ....
★.• •★ ทานอาหาร...ตามกรุ๊ปเลือด...เพื่อสุขภาพที่ดี★... •★
อยากสอบถามรายละเอียดเพิ่ม
ขอเบอร์โทรศัพท์ได้ไหมคะ
จำเป็นมากค่ะ
น้องนักเรียน
โทร.ไปที่สำนักงานเกษตรจังหวัดชัยนาทได้เลยครับ
056-421512 ต่อ 2
ขอบคุณค่ะ
หนูสอบถามคุณไสวเเล้วค่ะ
ดีใจมากเลย ที่เจอข้อมูลดีดีแบบนี้ จะได้นำไปใช้ลองมั่ง คับผม
ดีมากครับใช้ได้ผล
คือหนูอยากถามคะว่า ทำไมถึงใช้หัวไชเท้าคะ. มันมีสารอะไรหรือคะจึงมาใช้ทำเปนสารจิบเบอเรลลินได้
แล้วรู้ได้อย่างไรคะว่า ในหัวไชเท้ามีสารจิบเบอเรลลินอยู่ อ้างอิงมาจากไหนคะ?
ทำไมในสูตรถึงต้องใส่น้ำตาลกลูโคส กับหัวไชเท้าด้วยค่ะ ใน2 อย่างมันมีผลอย่างไรค่ะ
สวัสดีค่ะ ก่อนอื่่นก็ต้องขอขอบคุณคุณก่อนนะคะที่ช่วยนำข้อมูลดีๆมาเผยแพร่
ขอเข้าเรื่องเลยนะคะ คือว่าจากการที่หนูได้อ่านบทความวิธีทำสารจิบเบอเรลลินจากหัวไชเท้า ของคุณแล้ว ก็รู้สึกสนใจและอยากจะสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม จึงอยากจะถามว่า
1. ทำไมเราต้องใช้หัวไชเท้าด้วยคะ
2. เราจะสามารถใช้อย่างอื่นแทนหัวไชเท้าได้ไหมคะ
3. หนูอยากจะขอ E-mail ของคุณหากคุณสะดวก เพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและต่อยอดเป็นโครงงานต่อไปค่ะ
ขอบคุณค่ะ