TrainerPatt
นาย พัฒนะ มรกตสินธุ์

ความสำเร็จของโฆษณา คือ ความสำเร็จของชีวิต


บางท่านอาจจะแย้งว่า การตลาดกับทรัพยากรมนุษย์ ไม่เห็นจะเกี่ยวกัน

 

โฆษณาเป็นสิ่งที่เราสามารถพบเห็นได้ตลอดเวลา

ไม่ว่าจะเดินทางหรือจะทำอะไรก็แล้วแต่

โฆษณายังตามหลอกหลอนเราตลอดเวลา

 

เคยสงสัยบ้างไหนครับ ว่าทำไมต้องมีการโฆษณากันด้วย

ตอบอย่างง่ายๆ คือ การที่สินค้านั้นๆ จะได้เป็นที่จดจำของผู้บริโภค

 

และยังมีอีกประเด็นที่น่าสนใจไม่แพ้กัน

ทั้งๆ รู้ว่าสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ของตัวเอง เป็นอันดับ 1 อยู่แล้ว

ทำไมยังมีการโฆษณาอย่างต่อเนื่อง

 

นั่นเพราะการจดจำของผู้บริโภคอย่างไรล่ะครับ

Brand นั้นๆ ต้องการให้เป็นทีจดจำของผู้บริโภค

ประเภทฝังรากลึกยากที่จะถอนได้

เหมือนติดยาเสพติด

เวลาที่ต้องการสินค้าชนิดนั้นๆ

ก็จะเอ่ยชื่อออกมาอย่างชัดเจน เหมือนเป็นสัญชาติญาณ

 

มีสินค้าอะไรบ้างที่กลายเป็น Basic Brand

ที่ใช้เรียกขานแทนลักษณะของผลิตภัณฑ์

เท่าที่ผมจำได้นะครับ....

 

อย่างเช่น เวลาเราไปถ่ายเอกสาร

เราก็จะไม่พูดว่า

ไปถ่ายเอกสารนะ

แต่เราจะพูดว่า

ไปซีร็อกซ์นะ

ทั้งๆ ที่ซีร็อกซ์ คือ Brand หนึ่งของเครื่องถ่ายเอกสาร

ทุกคนเข้าใจตรงกันว่า ไปถ่ายเอกสาร

ทั้งๆ ที่ยังมี Brand เครื่องถ่ายเอกสารอีกมากมายหลายยี่ห้อ

 

จะใช้ปากกาลบคำผิด เราก็จะพูดกันจนติดปากว่า

ขอยืมลิควิด เปเปอร์หน่อย หรือ

ขอยืมลิควิคหน่อย

ซึ่งทั้งสองคำไม่ได้เกี่ยวกับปากกาลบคำผิดเลยสักนิด

แปลจริงๆ คนละความหมายด้วยซ้ำ (ลิควิด แปลว่า ของเหลว ครับ)

แต่เราก็เข้าใจตรงกัน แล้วก็หยิบให้

ทั้งๆ ที่เป็น Brand อื่นด้วยซ้ำ

 

นี่คือตัวอย่างคร่าวๆ ของอิทธิพลแห่งการโฆษณาครับ

เป็นอิทธิพลที่ทำให้เราจดจำจนเรียกขานติดปาก

ถือว่าประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย

เพราะลูกค้าจดจำได้เป็นอันดับแรก

 

สาเหตุที่เกิดเราเกิดการจดจำได้ดีนั้น เพราะมาจากการตอกย้ำ

โฆษณา ประชาสัมพันธ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง

หากเป็นสินค้าตัวแรกที่เปิดตลาดด้วยแล้ว ผู้คนจะจดจำได้เป็นอย่างดี

และเรียกขานแทนสินค้าได้อย่างเต็มปากเต็มคำ

นั่นคือกระแสของการโฆษณาอย่างต่อเนื่องซ้ำๆ ย้ำๆ จนเราชาชิน

ในที่สุด เราก็เรียกขาน Brand นั้น โดยอัตโนมัติ

 

ทีนี้ผมเปรียบเทียบกับด้านของบุคลากรบ้างว่า เกี่ยวข้องกันอย่างไร

บางท่านอาจจะแย้งว่า การตลาดกับทรัพยากรมนุษย์ ไม่เห็นจะเกี่ยวกัน

 

ผมยืนยันว่าเกี่ยวกันเห็นๆ ครับ หากเรารู้จักนำเรื่องการตลาด

มาประยุกต์กับตัวเอง

มองตัวเองให้เป็นผลิตภัณฑ์เสีย

 

สิ่ที่กำลังจะบอกต่อไปนี้ คือ แนวทางในการประสบความสำเร็จ

โดยใช้การโฆษณา

แต่ไม่ได้หมายความว่า เราจะต้องลงทุนด้วยเงินจำนวนมหาศาล

แต่ผมหมายถึง

การที่เราต้องรู้จัก ทำงานหรือสิ่งที่เรารักให้เป็นประจำ

อย่างต่อเนื่อง สม่ำเสมอ

หาโอกาสตอกย้ำความสามารถและความเชี่ยวชาญ

ทำซ้ำๆ ในสิ่งที่เราถนัดและคุ้นเคย

ก็จะประสบความสำเร็จแบบโฆษณาในไม่ช้า

 

เพียงแต่เราเองนั้น จะมีความสามารถพิเศษที่โดดเด่น

และนำเสนอได้โดนใจผู้ซื้อหรือเปล่า (ในที่นี้คือ ผู้ว่าจ้างหรือเจ้านาย)

ซึ่งการกระทำซ้ำๆ จะทำให้เราเกิดความเชี่ยวชาญ

จนกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญ (Expert) ในเรื่องนั้นๆ

แล้วหลายคนที่ต้องการความรู้ในเรื่องนั้นๆ

ก็ต้องเรียกหาเราเป็นอันดับต้นๆ

 

นั่นคือเทคนิคที่เราสามารถนำมาปรับใช้ได้ครับ

เมื่อชำนาญแล้ว ความสำเร็จในชีวิตจะไปไหนเสีย!!!!!

หมายเลขบันทึก: 257129เขียนเมื่อ 24 เมษายน 2009 17:45 น. ()แก้ไขเมื่อ 3 พฤษภาคม 2012 10:28 น. ()สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ


ความเห็น (3)
  • สวัสดีค่ะ
  • ทำซ้ำๆ ในสิ่งที่เราถนัดและคุ้นเคย

    ก็จะประสบความสำเร็จแบบโฆษณาในไม่ช้า

  • เป็นแนวคิดที่เยี่ยมค่ะ

  • ขอบคุณ

เยี่ยมยอดและลึกซึ้งครับอาจารย์พัฒนะ

กับแนวคิด "โฆษณา" ด้วย "ปัญญาปฏิบัติ"

แวะมาหาความรู้.... อ่านแล้ว ลึกซึ้งครับ ชอบมาก

ขออนุญาตเพิ่มเติมว่า...คนเราถ้ารัก เคารพ งานที่ทำ อย่างศรัทธา ไม่ว่างานจะอยู่ในระดับต่ำหรือสูง ควรรักงานที่ทำและซื่อสัตย์กับงานตนเอง การทำงานนั้นๆ...ก็จะเป็นการทำงานอย่างมีความสุขครับ

ณ    สถานการณ์ เศรษฐกิจโลกขณะนี้.. จงภูมิใจกับงานที่มีทำ..    เป็นข้อคิดที่ดีที่สุดครับ

 

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี