เรื่องเบาหวาน เป็นเรื่องที่ดูจะเป็นปัญหาเกือบทุกชุมชน  อาจมาจากการเปลี่ยนแปลงทางด้านบริโภค ที่ดี หรือสุขลักษณะการบริโภคอาหารที่ผิด ไม่ถูกหลัก หรือจากพันธุกรรม  แต่อย่างไรก็ตามปัญหาสุขภาพโดยเฉพาะเรื่องเบาหวานเป็นเรื่องที่เกือบทุกโรงพยาบาลให้ความสำคัญ และให้ความตระหนักเป็นอย่างยิ่ง

 

           CQI Story    กระบวนการพัฒนาการดูแลผู้ป่วยเบาหวานจากแรกรับถึงชุมชน

           โรคเบาหวานเป็นโรคทางสาธารณสุขก่อให้เกิดผลกระทบกับผู้ป่วยทั้งด้านร่างกาย สังคม เศรษฐกิจ   

และอาจรุนแรงจนถึงกับเกิดความพิการตามมา เช่น การเกิดภาวะแทรกซ้อนทางตา  หรือการตัดอวัยวะ   จากข้อมูลของโรงพยาบาลโนนไทยพบว่าโรคเบาหวานเป็นโรคที่พบมากเป็นอันดับแรกๆ ของผู้ป่วยที่มารับบริการที่ OPD รวมไปถึงผู้ป่วยที่ Admit ในตึกผู้ป่วยในก็มีปริมาณสูงเช่นกัน ส่งผลให้เกิดความสูญเสียทั้งด้านเวลาและค่าใช้จ่าย  ในความเป็นจริงแล้วโรคเบาหวานเป็นโรคที่สามารถป้องกันได้ถ้ามีความรู้และการปฏิบัติตัวที่ดี  ในการที่จะทำให้ผู้ป่วยตระหนักถึงอันตรายจากโรคดังกล่าวต้องใช้เวลาและการลงไปให้ความรู้แก่ผู้ป่วยทั้งในโรงพยาบาลและขยายเครือข่ายสู่ชุมชนไปพร้อม ๆ กัน และเน้นให้ครอบครัวและชุมชนได้มีส่วนร่วม
  
  
      โรงพยาบาลโนนไทยมีพัฒนาการในการดูแลผู้ป่วยกลุ่มเบาหวานอย่างต่อเนื่อง มีการเรียนรู้จากข้อมูลผลลัพธ์ในการดำเนินงานจากตัวชี้วัด ทำให้เกิดการปรับเปลี่ยนรูปแบบหลายอย่างในการปฏิบัติงาน ทั้งในด้านสิ่งก่อสร้าง กระบวนการและขั้นตอนในการให้บริการ การจัดกิจกรรมให้ความรู้และการปฏิบัติตัว รวมไปถึงกิจกรรมในการส่งเสริมให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการดูแลผู้ป่วยเบาหวาน อย่างไรก็ตามถึงแม้จะมีการดำเนินกิจกรรมที่หลากหลายรูปแบบแต่ผลลัพธ์ในการควบคุมระดับน้ำตาลของผู้ป่วยและการเกิดภาวะแทรกซ้อนยังคงอยู่ในเกณฑ์ที่ไม่น่าพึงพอใจ ด้วยเหตุนี้จึงทำให้เกิดการปรับเปลี่ยนและเรียนรู้ในการทำงานตลอดจนกระทั่งปัจจุบัน
  
  
            ในระยะเริ่มต้นของการพัฒนา ซึ่งยังไม่มีการวิเคราะห์ข้อมูลและผลลัพธ์ในการดูแลผู้ป่วย ผู้ป่วยกลุ่มเบาหวานได้รับการดูแล รักษา รวมกับผู้ป่วยที่มารับบริการที่แผนกผู้ป่วยนอก ไม่มีการให้ความรู้เกี่ยวกับโรคและการปฏิบัติตัวในการดูแลแต่อย่างใด ภายหลังการนำเครื่องมือในการพัฒนาคุณภาพเข้ามาพัฒนาโรงพยาบาล ทำให้เกิดการวิเคราะห์ข้อมูลผู้ป่วยที่มารับบริการในแต่ละวัน พบว่าผู้ป่วยกลุ่มที่มารับบริการที่แผนกผู้ป่วยนอกมากที่สุดคือผู้ป่วยกลุ่มเบาหวาน และผู้ป่วยกลุ่มนี้ยังเป็นกลุ่มที่ใช้เวลาในการมารับบริการตั้งแต่ยื่นบัตรที่ห้องบัตร เจาะเลือด พบแพทย์ จนกระทั่งรับยากลับบ้านนานถึง 7 ชั่วโมง จากสภาพปัญหาดังกล่าว ทีมดูแลผู้ป่วยได้ประชุมเพื่อหาแนวทางในการแก้ปัญหา ทำให้เกิดการแยกคลินิกสำหรับให้บริการตรวจรักษาผู้ป่วยเบาหวานโดยเฉพาะและมีกิจกรรมคุณภาพทั้งภายในโรงพยาบาล รวมไปถึงในชุมชนดังนี้
  
                       

                                   

  

  

 

1.  กิจกรรมในโรงพยาบาล

    1.1  กิจกรรมในคลินิกเบาหวาน

       จัดบริการอาหารเช้าฟรี หลังเจาะเลือด  โดยจัดเป็นเมนูตัวอย่างสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน (ข้าวต้มข้าวกล้อง)

       ให้ความรู้การปฏิบัติตัวสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน  โดยพยาบาลวิชาชีพ  

       นำออกกำลังกายโดยนักกายภาพบำบัด 

       ให้สุขศึกษารายบุคคลในรายที่มีปัญหาซับซ้อน 

       กรณีผู้ป่วยเบาหวานรายใหม่  จะมีการให้ความรู้โดยทีมสหสาขาวิชาชีพ

       ส่งข้อมูลให้ทีม HHC ติดตามเยี่ยมบ้านในรายที่พบปัญหาซับซ้อน

  

                                  

 

1.2    Self Help Group ใน รพ.

       คัดเลือกผู้ป่วยโดยเลือก Case ที่มีระดับน้ำตาลตั้งแต่ 160 mg% ขึ้นไป

       สร้างสัมพันธภาพในกลุ่ม 

       ใช้กระบวนการค้นหาปัญหาโดยผู้ป่วยทุกคนมีส่วนร่วม 

       ร่วมกันหาแนวทางแก้ปัญหาโดยผู้ป่วย

       เพิ่มเติมส่วนขาดโดยทีมสหวิชาชีพ  (พยาบาล, นักกายภาพบำบัด,  นักโภชนากร, เภสัชกร)

       มีการนัดหมายเพื่อติดตามประเมินผล

       นัดติดตามเยี่ยมบ้าน  ในรายที่ยังมีปัญหา  โดยให้ครอบครัวและชุมชนมีส่วนร่วม

 

 

                                                 

2.       กิจกรรมในชุมชน

2.1  กิจกรรม self Help Group ในชุมชน

กิจกรรมที่ 1

1.  คัดเลือกหมู่บ้านเป้าหมาย  โดยเลือดหมู่บ้านที่มีผู้ป่วยจำนวนมากและมีศักยภาพเพียงพอ

2.  แบ่งกลุ่มจากผู้เข้าร่วมกิจกรรม 50 คน เป็น 5 กลุ่ม กลุ่มละ 10 คน  และมีผู้นำกลุ่มจากชาวบ้านและชุมชน             กลุ่มละ 1 คนและมีวิทยากรประจำการจากเจ้าหน้าที่กลุ่มละ 1 คน

3.  ประเมินปัญหาสุขภาพแต่ละกลุ่ม  โดยให้ทุกคนมีส่วนร่วม

4.  ความต้องการการสนับสนุนจากชุมชนและจากโรงพยาบาล

5.  ให้กลุ่มนำเสนอและหาแนวทางแก้ไข

6.  วิทยากรเสริมความรู้ส่วนที่ขาด

7.  สรุปปัญหาที่พบจากการทำกลุ่มและหาแกนนำกลุ่ม

 

 

                                                            

 

 

การติดตามประเมินผลครั้งที่ 2

1.  แกนนำกลุ่ม DM ร่วมประชุมกับอสม.และเจ้าหน้าที่ประจำหมู่บ้านเดือนละ 1 ครั้ง

2.  กลุ่ม DM ประชุมร่วมกับ อสม.และเจ้าหน้าที่ประจำหมู่บ้าน 3 เดือน/ครั้ง

3.  มีระบบคัดกรองหาผู้ป่วยเบาหวานในชุมชนสำหรับผู้ที่มีอายุ 35 ปีขึ้นไป โดยให้อสม. ที่ได้รับการอบรมเป็นผู้คัดกรองเบื้องต้น มีระบบ Refer เมื่อพบความผิดปกติและมีระบบคัดกรองโดยเจ้าหน้าที่ปีละ 1 ครั้ง

4.  การประเมินผลผู้ป่วยเบาหวานทุกกลุ่มที่ได้ทำ Self Help Group จะติดตามต่อเนื่องและประสานความช่วยเหลือโดยเจ้าหน้าที่ประจำหมู่บ้านและติดตามภาวะแทรกซ้อนโดยคลินิก DM ของโรงพยาบาล

 

2.2    กิจกรรมการดูแลสุขภาพที่บ้าน (Home Health Care)

1.  รับ Case จาก IPD, OPD, ER

2.  ประชุมทีมศึกษา Case

3.  ประสานงานสถานีอนามัย / PCU ที่เกี่ยวข้อง

4.  ติดตามเยี่ยมดูแลผู้ป่วนที่บ้าน  โดยมีกิจกรรม

     w   การประเมินความรู้ตามปัญหา เช่น อาหาร, ยา, กายภาพ, ความรู้ทั่วไป

      w ประเมินความพึงพอใจในการเยี่ยมจากการสังเกตและสอบถาม

      w การประเมินการปฏิบัติตามปัญหา เช่น

           -  การฉีดอินซูลิน

           -  การทำแผล 

           -  การให้อาหารทางสายยาง

           -  กายภาพบำบัด

        -  การดูแลความสะอาดของอุปกรณ์ทางการแพทย์   เช่น สายสวนปัสสาวะ, NG Tube, ท่อหลอดลมคอและอื่น ๆ     

         การประเมินขณะเยี่ยม  หากพบปัญหาที่ยังเหลืออยู่ส่งต่อปัญหาที่พบตามปัญหานั้น ๆ เช่น ส่งต่อแพทย์, โภชนากร, กายภาพบำบัด, เภสัชกร, พยาบาล 

       -  ติดตามประเมินผลตามปัญหาอีก 1 ครั้ง ว่าควรมีการติดตามเยี่ยมซ้ำหรือไม่

       -  ติดตามเก็บข้อมูลระยะ 1 ปี หลังติดตามเยี่ยม

    5.   สรุปผลการเยี่ยมลง OPD card สรุปผลการเยี่ยมส่งต่อสถานีอนามัยหรือ PCU ตามเขตรับผิดชอบ  สรุปผลการเยี่ยมต่อที่ประชุมทีม PCT ทุกเดือน

    6.   ประเมินผลโครงการ HHC ทุก 1 ปี

 

 

                                                    

 

 

  จากการค้นหาปัญหาของผู้ป่วยเบาหวานจากการออกเยี่ยมบ้าน พบว่า  ผู้ป่วยเบาหวานมีปัญหาดังต่อไปนี้

 

1.  ขาดความรู้เกี่ยวกับการปฏิบัติที่ถูกต้องเรื่องโรค

2.  ขาดความตระหนักเกี่ยวกับการปฏิบัติตัว

3. ปัญหาด้านจิตใจ  เครียดจากการเจ็บป่วย, เครียดจากปัญหาครอบครัว, เครียดจากปัญหาเศรษฐกิจ

4.  ปัญหาเศรษฐกิจ

5.  ขาดการดูแล

6.  ภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวานถึงเฉียบพลันและเรื้อรัง

       -     เฉียบพลัน เช่น ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำหรือสูงผิดปกติ

-          เรื้องรัง เช่น  โรคแทรกซ้อนทางตา,  ทางไต,  ทางระบบประสาท,  เส้นประสาทส่วนปลายเสื่อม, ชา, เป็นแผลติดเชื้อต้องตัดนิ้วเท้าและระบบประสาทอัติโนมัติเสื่อม ระบบทางเดินอาหาร, คลื่นไส้,  อาเจียน,  แน่นท้อง, ท้องผูก,  ระบบปัสสาวะรู้สึกปวดปัสสาวะน้อยลง  ทำให้มีการติดเชื้อของกระเพาะปัสสาวะได้ง่าย, ระบบหัวใจและหลอดเลือด  หน้ามืด  มึนศีรษะเมื่อเปลี่ยนอริยาบท   ระบบสืบพันธุ์การหย่อนสมรรถภาพทางเพศ

 

                     

 

 

ตัวอย่าง ตัวชี้วัด  ในคลินิก DM

 1.  อัตราการปฏิบัติตาม CPG DM

 2.  อัตราผู้ป่วยควบคุมระดับน้ำตาลได้ ( 160mg%)

 3.  จำนวน DM Foot ถูกตัดอวัยวะ

  4.  อัตราการคัดกรองเพื่อเฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อนทางตา           เป็นต้น

 

กลุ่ม Self Health Group

 1.  ผู้ป่วยเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่มครบตามนัด

  2.  ผู้ป่วยที่เข้าร่วมกิจกรรมควบคุมระดับน้ำตาลได้ดีขึ้น

  3.  ผู้ป่วยมีความรู้ความเข้าใจในการปฏิบัติตัวที่ถูกต้อง 

  4.  ความพึงพอใจในการเข้าร่วมกิจกรรม

 

                               

เดี๋ยวมาต่อนะ